รู้หรือไม่ ? ปกติแล้วมนุษย์หายใจโดยใช้ “รูจมูก” ข้างเดียวเป็นหลัก

ผมเชื่อว่าหลังจากทุกคนได้อ่านหัวเรื่องนี้ คงแอบใช้มืออังจมูกตัวเองเพื่อดูว่าหายใจครบทั้งสองข้างรึเปล่า ? แต่ก่อนจะแอบด่าผมในใจว่าเขียนบทความบ้าบออะไร รบกวนให้ผู้อ่านทุกท่าน “ลองใช้นิ้วอุดรูจมูกข้างหนึ่ง” แล้วลองหายใจเข้าออกลึก ๆ ทั้ง 2 ข้างดูนะครับ เห็นถึงความแตกต่างรึเปล่าเอ่ย ?

หากรู้สึกว่ารูจมูกข้างหนึ่งหายใจสะดวกกว่าอีกข้าง ก็ไม่ต้องแปลกใจหรือคิดว่าตัวเองกำลังจะเป็นหวัดนะครับ เพราะสิ่งนี้ถือเป็นเรื่องธรรมชาติที่พวกเราส่วนใหญ่ไม่เคยสังเกตมาก่อน เนื่องจากมันถูกควบคุมผ่าน “ระบบประสาทอัตโนมัติ” (ANS) แบบเดียวกับระบบความดันเลือด หรือระบบย่อยอาหารนั่นเอง

เพราะเมื่อไหร่ที่เราอยู่ในสภาวะที่มีอากาศเพียงพอ หายใจสะดวก ร่างกายของเราจะเปลี่ยนไปใช้กลไกที่เรียกว่า “Nasal Cycle” โดยจะทำให้เราใช้รูจมูกข้างเดียวในการหายใจ ซึ่งจะมีการสลับเปลี่ยนข้างทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง แต่เวลาดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคนครับ

หลักการทำงานของมัน คือการที่ร่างกายจะทำการเปลี่ยนแปลงความดันหลอดเลือดฝอยในโพรงจมูกข้างหนึ่งให้มากกว่าอีกข้างนึง ทำให้เนื้อเยื่อในบริเวณนั้นขยายตัวเป็นเหตุให้ช่องที่อากาศจะไหลผ่านอีกข้างแคบลง

และทำไมร่างกายจึงต้องเปลี่ยนมาใช้กระบวนการนี้ด้วยล่ะ ?

เจ้ากลไก Nasal Cycle มีไว้เพื่อช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากเซลล์ประสาทรับกลิ่นภายในโพรงจมูกได้อย่างเต็มที่ เพราะมันจะทำหน้าที่รักษาสภาพโพรงจมูกของเราเอาไว้ไม่ให้แห้งจนเกินไป จากการหายใจเอาอากาศเข้าออกเป็นเวลานาน

แต่อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมีกระบวนการนี้ เนื่องจากยังมีคนอีกกว่า 15% จากจำนวนประชากรทั้งหมดที่ไม่มีกระบวนการ Nasal Cycle แต่ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มที่ไม่มี ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะมันไม่ถือว่าเป็นอาการป่วยหรือผิดปกติแต่อย่างใด สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติครับ

Fact – ไส้ติ่งที่เรามักคิดว่าไร้ประโยชน์ … แท้จริงแล้ว “ไส้ติ่ง” มีหน้าที่เป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียชนิดดีหลายชนิดภายในลำไส้ ซึ่งเจ้าแบคทีเรียชนิดดีเหล่านี้ช่วยในกระบวนย่อยอาหารและสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ถึงอย่างนั้นการผ่าตัดไส้ติ่งออกก็ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวมากนัก เนื่องจากมนุษย์แทบจะไม่บริโภคอาหารที่ผิดสุขอนามัยเหมือนในอดีตแล้ว

อ่านต่อ – นักวิทย์ได้ไฟเขียว “ปลูกเซลล์มนุษย์ในสัตว์ทดลองได้” เพื่อสร้างอวัยวะทดแทน