นี่คือชายที่ บิล เกตส์ ยกให้เป็น “คนที่ฉลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอ”

ในทุก ๆ ปีนิตยสาร Foreign Policy จะทำการจัดอันดับรายชื่อของนักคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก 100 อันดับแรก ซึ่งหากใครติดตามคงจะได้เห็นชื่อของ นาธาน ไมฮอร์โวลด์ (Nathan Myhrvold) ติดอยู่ในรายชื่อนี้แทบทุกปี แต่เขาคือใครกัน ? ทำไมเราไม่เคยได้นยินชื่อมาก่อน ? แล้วที่ว่า บิล เกตส์ ยกให้เป็นคนที่ฉลาดที่สุดนี่มันจริงหรือ ? บทความนี้มีคำตอบให้กับทุกข้อสงสัย เริ่มกันเลย !

นักประดิษฐ์, นักวิทยาศาสตร์, ผู้ประกอบการสิทธิบัตร ชายผู้นี้มีชื่อว่า นาธาน ไมฮอร์โวลด์ (เกิดเมื่อ 3 สิงหาคม 1959 ปัจจุบันอายุ 60 ปี)

ไมโครซอฟต์ – บิล เกตส์

หลังจากลาออกจากเคมบริดจ์ (Cambridge) นาธานก็ตัดสินใจก่อตั้งบริษัทคอมพิวเตอร์ขึ้นในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งภายหลังได้ถูกไมโครซอฟต์เข้าซื้อกิจการไปในปี 1986 ทำให้เขาได้พบกับ บิล เกตส์ และได้ร่วมงานกันนับแต่นั้น ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่กับไมโครซอฟท์เขาเปรียบเสมือน “มันสมองที่สอง” ของ บิล เกตส์ (Bill Gates)

เพราะนาธานมีบทบาทสำคัญในทุก ๆ แผนก (แม้ว่าเจ้าตัวจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิจัย และหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี) แต่ด้วยทักษะในการวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ทำให้ไมโครซอฟท์ในตอนนั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ยืนยันจาก : เขาเคยได้รับสิทธิในการบริหารงบการวิจัยและพัฒนากว่า 2 พันล้านเหรียญฯ (ราว 60,000 ล้านบาท) ซึ่งเป็นงบก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของไมโครซอฟต์

ในวันเกิดครบรอบ 40 ปี เขาได้ตัดสินใจลาออกจากไมโครซอฟต์ เพื่อไปทำตามความต้องการอื่น ๆ ซึ่งจากผลงานทั้งหมดทำให้เขาได้รับรางวัลเป็นหุ้นที่มีมูลค่ามากถึง 275 ล้านเหรียญฯ (ราว 8,200 ล้านบาท) โดย บิล เกตส์ ถึงขั้นเอ่ยปากชมว่า “ผมไม่รู้จักใครที่ฉลาดไปกว่าเขาอีกแล้ว”

พักผ่อนเสร็จก็ลุยต่อ (บริษัท Intellectual Ventures)

หลังลาออกจากไมโครซอฟต์ เขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการถ่ายภาพ, ทำอาหาร, เดินทาง, ตกปลา รวมถึงตามสะสมโครงกระดูกไดโนเสาร์ แต่ก็ไม่ลืมแบ่งเวลาให้ครอบครัว จากนั้นเมื่อรู้สึกว่าพักผ่อนเต็มที่แล้ว ก็ตัดสินใจก่อตั้งบริษัทของตัวเองอีกครั้ง ในชื่อ Intellectual Ventures (ตัวย่อ IV) บริษัทประดิษฐ์และคิดค้นเทคโนโลยี ซึ่งคิดค้นผลิตภัณฑ์เจ๋ง ๆ มากมาย เช่น เครื่องฉีดวัคซีนแบบใหม่ที่ทำให้เกิดแผลเล็กลง และกระป๋องรีดนมที่คุณแม่สมัยใหม่ทุกคนต้องใช้

ซึ่งโมเดลธุรกิจของบริษัทยังไม่หมดแค่นั้น เพราะยังมีอีกหนึ่งโมเดลที่ทำเงินอย่างมหาศาล นั่นคือ การรับดูแลทรัพย์สินทางปัญญาและรับจดสิทธิบัตรให้กับบริษัทอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันทางบริษัทได้ครอบครองทรัพย์สินทางปัญญา (ของผู้อื่น) ทั้งหมดกว่า 70,000 รายการ และสร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านั้น (โดยการเก็บค่าธรรมเนียมเป็นส่วนใหญ่)

คิดค้นและผลิตเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์

นาธานยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะในระหว่างการคัดเลือกสิทธิบัตรเขาได้สะดุดเข้ากับเรื่องของ “เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์” ซึ่งเขาคิดว่ามันน่าสนใจ เขาจึงแยกบริษัทลูกออกมาชื่อว่า TerraPower ซึ่งเป็นบริษัทที่กำลังพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ชนิดใหม่ โดยรู้จักกันในชื่อ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบ TWR” (Travel-wave reactor) พลังงานสะอาดที่แทบจะไม่มีวันหมด

โดยในปี 2017 บริษัทได้เปิดตัวกิจการใหม่ที่ร่วมมือกับองค์กร China National Nuclear Corporation ทั้งสองได้ช่วยกันผลิตและเริ่มใช้งานเครื่องปฏิกรณ์ชนิดดังกล่าวในประเทศจีน แต่สุดท้ายก็ต้องพักโครงการไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก เพราะหากสำเร็จจะเป็นครั้งแรกที่มนุษย์ได้มีพลังนิวเคลียร์แบบสะอาดใช้จนแทบไม่มีวันหมด (หมดยาก) ซึ่งสาเหตุที่ต้องพักโครงการไปเป็นเพราะเกิดสงครามการค้าระหว่าง สหรัฐฯ – จีน (เนื่องจากการเมืองไม่อำนวย)

หัวกะทิแห่งวงการอาหาร

นาธานเคยขึ้นปราสัยในที่ประชุมในฐานะ นักเขียนตำราอาหาร เขาได้เล่าถึงผลงาน “ปลายจวักสมัยใหม่” และได้เผยเคล็ดลับที่เขาใช้ในกาถ่ายภาพประกอบหนังสือของเขา และยังเผยถึงเคล็ดลับทั้งหมดในทุก ๆ กระบวนการประกอบอาหารของเขา (บอกหมดชนิดที่ว่าไม่ต้องซื้อมาอ่านก็ได้)

ครั้งหนึ่งไวน์ยี่ห้อ Bordeaux เคยได้รับการวิจารณ์ว่าเป็นไวน์ที่คุณภาพทด้านรสชาติห่วยแตกมาก ขณะที่ไวน์กำลังจะถูกตีกลับไปยังเจ้าของ นาธานค้านขึ้นว่า “ไม่ ! รอก่อน ลองใส่เกลือลงไปในไวน์ดูสิ” หลังจากนั้นโลกของเราก็ได้ไวน์ยี่ห้อดังขึ้นมาอีกยี่ห้อหนึ่งเลยล่ะ

วิธีที่นาธานแนะนำ มีชื่อว่า “hyper-decanting” ซึ่งในหนังสือของเขา “Modernist Cuisine” อธิบายเอาไว้ว่า ด้วยความต้องการที่อยากจะดึงรสชาติที่ดีที่สุดของไวน์ออกมาให้ได้ จึงได้เชิญทั้งนักปรุงอาหาร นักปรุงไวน์ และนักวิทยาศาสตร์มาทำงานร่วมกัน โดยพบว่า ไวน์ส่วนใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 5 ปี จะมีตะกอนอยู่มาก จึงอาจทำให้เมื่อดื่มเข้าไปจะได้รับรสชาติผิดเพี้ยน จึงต้องทำการเปิดออกมาใส่เกลือเพื่อขจัดตะกอน และการเปิดยังทำให้ไวน์ได้สัมผัสกับออกซิเจนด้วย และจะต้องดื่มภายใน 30 นาที จึงจะมีรสชาติดีที่สุด

ล่าสุดเขาได้รับเชิญให้ไปเป็นผู้ตัดสินในรายการอาหารชื่อดังของอเมริกา รายการ “Top Chief” ด้วย

 

ที่ปรึกษาผู้ช่วยให้เกิดทางออกใหม่ ๆ

เขาได้ช่วยคิดค้นวิธีรับมือกับภาวะโลกร้อน และอากาศเปลี่ยนแปลงโดยใช้การคำนวณทางภูมิศาสตร์ โดยนาธานและนักประดิษฐ์คนอื่น ๆ ที่ทำงานในบริษัท Intellectual Ventures ได้เสนอวิธีการหลายอย่าง รวมถึงการใช้ท่อที่แขวนไว้กับลูกโป่งฮีเลียม ซึ่งอยู่สูง 25 กิโลเมตร เหนือเส้นละติจูดโลก จากนั้นจึงปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ออกไป ซึ่งช่วยกระจายแสงลดความร้อนได้ อีกวิธีหนึ่ง คือการทำให้หมอกในทะเลสว่างขึ้นเพื่อสะท้อนแสงอาทิตย์กลับสู่อวกาศได้มากขึ้น วิธีเหล่านี้ ได้รับทุนสนับสนุนจาก บิล เกตส์ ด้วยนะ

 

รางวัลและชื่อเสียง

  • ได้รับรางวัลจากมูลนิธิ James Beard Foundation ในสาขาตำราอาหารแห่งปีในปี 2012
  • ได้รับปริญญาเกียรตินิยมจาก The Culinary Institute of America ในปี  2013
  • หนังสือ Modernist Bread ของเขา ได้รับรางวัลจากมูลนิธิ James Beard Foundation อีกครั้งในปี 2018
  • ในปี 2010 ชื่อของเขาติดอยู่ในรายชื่อ นักคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก 100 อันดับแรก ในนิตยสาร Foreign Policy
  • ได้รับเลือกให้เป็นวิทยากรคนสำคัญในพิธีรับปริญญาของมหาวิทยาลัย UCLA เมื่อ 12 มิถุนายน 2015
  • ในปี 2013 ได้นับเกียรติให้เป็นผู้ตัดสินรางวัล Queen Elizabeth Prize สาขาวิศวกรรม ประจำปี

ทั้งนี้ยังมีความสามารถ ชื่อเสียง และเรื่องน่าสนใจอีกมาก ซึ่งเนื้อหาที่ Flagfrog หยิบยกมาเล่า ถือว่าน้อยนิดฝุด ๆ เมื่อเทียบกับจำนวนข้อมูลทั้งหมดที่เราทำการรีเซิร์ช และหากชื่นชอบเนื้อหาที่มุ่งเน้นสาระความรู้แบบนี้ อย่าลืมกดติดตามเพจของเราด้วยนะครับ คนอะไรเก่งจริง ๆ “นาธาน ไมฮอร์โวลด์” ครับทุกคน