นศ.ญี่ปุ่นใช้ “หมึกล่องหน” เขียนเรียงความวิชาประวัติฯนินจา อาจารย์ถึงกับให้เกรดเอ

วันที่ 10 ต.ค. 2019 สำนักข่าว BBC รายงานว่า เอมิ ฮากะ นักศึกษาสาวชาวญี่ปุ่น วัย 19 ปี มหาวิทยาลัยมิเอะ ได้ส่งเรียงความวิชาประวัติศาสตร์นินจาเป็นกระดาษเปล่า แต่เธอกลับได้คะแนนเต็ม เพราะเธอใช้เทคนิค “หมึกล่องหน” ของนินจาในการเขียน ทำให้อาจารย์ประจำวิชาชอบมากจึงให้คะแนนถึงความเกี่ยวเนื่องและความสร้างสรรค์เต็มไปเลยนั่นเอง

“เมื่อศาสตราจารย์บอกนักศึกษาในชั้นว่า เขาจะให้คะแนนสูงสุดสำหรับความคิดสร้างสรรค์ ฉันก็ตัดสินใจว่า ฉันจะเขียนเรียงความให้โดดเด่นกว่าเพื่อน ๆ ฉันใช้เวลาคิดอยู่สักพักก่อนจะนึกถึงวิธีนี้” –

สำหรับเทคนิค หมึกล่องหน ที่เธอใช้ ถือเป็นเทคนิคโบราณที่นินจาสมัยก่อนเคยใช้กันจริง ๆ มีชื่อว่า “อาบุริดาชิ” (aburidashi) วิธีการเบื้องต้นดังนี้

  1. แช่ถั่วเหลืองทิ้งไว้ข้ามคืน
  2. บดถั่วเหลืองแล้วคั้นด้วยผ้า
  3. ผสมกากถั่วเหลืองที่เหลือจากการคั้นกับน้ำแล้วทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง
  4. หากรู้สึกว่าน้ำเข้มข้นพอแล้วก็นำมาเขียนบนกระดาษวาชิ (กระดาษญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม)
  5. สามารถอ่านได้โดยนำกระดาษไปลนไฟหรือเป่าด้วยความร้อนสูงก่อนเท่านั้น

“ฉันมั่นใจว่าอย่างน้อยอาจารย์จะยอมรับในความพยายามที่จะเขียนเรียงความอย่างสร้างสรรค์ ดังนั้นฉันจึงไม่กังวลเกี่ยวกับคะแนนที่อาจจะไม่ดี แม้ว่าเนื้อหาในรายงานจะไม่พิเศษอะไร ” – นศ.เอมิ ให้สัมภาษณ์

“ผมเคยเห็นรายงานที่เขียนเป็นรหัสลับมาก่อน แต่ไม่เคยเห็นที่เขียนด้วยวิธีอาบุริดาชิ บอกตามตรง ผมกังวลนิดหน่อยว่าตัวหนังสือจะปรากฏชัดหรือไม่ แต่เมื่อนำกระดาษไปอังเตาแก๊สที่บ้าน ตัวหนังสือก็ปรากฏชัดเจนและผมก็คิดว่า นี่มันยอดเยี่ยมมาก”

“ผมไม่ลังเลที่จะให้คะแนนเต็มแก่เรียงความนี้ แม้ว่าผมจะไม่ได้อ่านเนื้อหาทั้งหมด เพราะผมคิดว่าผมควรเก็บกระดาษบางส่วนไว้ไม่ให้ถูกความร้อน เผื่อว่าสื่อได้ยินข่าวนี้แล้วอยากถ่ายรูป” – ศาสตราจารย์ ยูจิ ยามาดะ ให้สัมภาษณ์กับ BBC

ปล. ก่อนจะจบเรื่องนี้ ตามรายงานข่าวยังระบุด้วยว่า เอมิ ฮากะ มีความชื่นชอบในเรื่องของนินจามาตั้งแต่เด็ก เพราะเธอชอบดูการ์ตูนในทีวี ทำให้เมื่อเข้ามหาลัยเธอก็เลือกเรียนวิชาประวัติศาสตร์นินจาทันที ก่อนที่ศาสตราจารย์จะสั่งให้เขียนเรียงความเกี่ยวกับสิ่งที่เธอชอบ และเธอก็ทำมันออกมาได้ดีอย่างที่สุดด้วย

fact – Kawakami Jinichi นินจาตัวจริงที่ยังมีลมหายใจ ปัจจุบันอายุ 70 ปี ผู้สืบทอดวิชานินจาคนสุดท้ายเผยว่า แท้จริงแล้วนินในอดีตเคยใช้ “ท่าวิ่งแบบนารูโตะจริง ๆ” เพราะทำให้ใช้พลังงานน้อยไม่เหนื่อยง่าย แต่ไม่ได้ช่วยให้วิ่งเร็วขึ้น และจะเกิดผลดีก็ต่อเมื่อนินจาคนนั้นมีกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรง เพราะท่าวิ่งนี้จะถ่ายโอนน้ำหนักไปที่กล้ามเนื้อขาเป็นหลัก ซึ่งหากจับจุดได้ก็จะวิ่งได้นานขึ้น

อ่านต่อ – ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ภาวะขาดแคลน “นินจา” ถึงแม้บางคนอยากเป็น แต่มันไม่ง่ายเลย

14 E-book Flagfrog