แพทย์ทำให้คนไข้เข้าสู่ ‘ภาวะหยุดนิ่ง’ ที่อุณหภูมิร่างกาย 10-15°C ได้เป็นครั้งแรก

วันที่ 18 ธันวาคม 2019 สำนักข่าว Science Focus รายงานว่า นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ (University of Maryland) ประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถทำให้คนไข้เข้าสู่ ‘suspended animation’ เพื่อชะลอหรือหยุดการทำงานทางชีวภาพของร่างกาย ได้เป็นครั้งแรก และพวกเขาหวังว่าเทคนิคนี้จะช่วยให้ศัลยแพทย์ช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เช่น ถูกแทงหรือถูกยิงที่ทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

เทคนิคนี้มีชื่อว่า Emergency Preservation and Resuscitation (EPR) ถูกทดสอบโดยทีมนักวิจัยจาก ‘Shock Trauma Center’ โดยการสูบน้ำเกลือเย็นจัดเข้าไปในร่างกายโดยตรงผ่านเส้นเลือดหัวใจเอออร์ตา (aorta) เพื่อแทนที่เลือดที่เสียไป และทำให้เกิดสภาวะ ‘hypothermic preservation’ ที่อุณหภูมิร่างกายต่ำเหลือเพียง 10-15°C เหมือนกับเป็นการแช่แข็งคนไข้ แล้วค่อยผ่าตัดพวกเขาในขณะที่คนไข้อยู่ในสภาวะ ‘กึ่งตาย’ (หัวใจหยุดเต้น หยุดหายใจ สภาวะร่างกายและการตอบสนองหยุดนิ่ง แต่ยังไม่ตาย)

โดยปกติแล้ว แพทย์จะวินิจฉัยว่าคนที่ไม่มีเลือดไปเลี้ยงที่สมองจะตายหรือสมองเสียหายจนไม่อาจย้อนคืนได้ ภายใน 5 นาที แต่ด้วยเทคนิค EPR คนไข้สามารถมีชีวิตต่อไปได้นานกว่า 2 ชั่วโมง และเมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้น ร่างกายของผู้ป่วยจะถูกทำให้อุ่นขึ้นเป็น 37°C อีกครั้ง

“ผู้ป่วยที่สูญเสียเลือดมากจากบาดแผลที่หัวใจมักจะรอดยาก แม้จะมีการถ่ายเลือดและทำ CPR แต่เราได้พัฒนาการรักษาฉุกเฉินและฟื้นคืนชีพในภาวะอุณหภูมิต่ำเพื่อลดความต้องการของออกซิเจนและการไหลเวียนโลหิตของร่างกาย เพื่อดูว่าเราสามารถซื้อเวลารักษาผู้ป่วยที่กำลังจะตายอยู่เบื้องหน้าเราได้หรือไม่”ศาสตราจารย์ แซมมวล ทิสเชอร์แมน (Samuel Tisherman) ผู้นำการวิจัย กล่าว

“ปัจจุบันเรากำลังตรวจดูความปลอดภัยและความเป็นไปได้ของเทคนิคการให้ความเย็นของ EPR เป้าหมายหลักของเราคือการแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเราสามารถทำได้ และมันได้ผล”

ขั้นตอนต่อไป ทิสเชอร์แมนจะทำการศึกษาเปรียบเทียบผลลัพธ์ของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแบบ EPR ทั้งหมด 10 คน กับการรักษาแบบดั้งเดิมอีก 10 คน คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2020 ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ดี จนถึงตอนนี้มีเพียงรายงานที่บอกว่าพวกเขาสามารถทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่สถานะ hypothermic preservation ได้สำเร็จเท่านั้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าผู้ป่วยคนนั้นมีชีวิตรอดระหว่างการผ่าตัดหรือไม่

Fact เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบฝังถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 1958 กับคนไข้ที่ชื่อว่า อาร์เน ลาร์สัน ซึ่งมีชีวิตได้นานกว่าคนไข้ที่ได้รับการปลูกถ่ายหัวใจ ต่อมา ลาร์สันเสียชีวิตในวัย 86 ปี ด้วยโรคที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวใจของเขา

อ่านต่อ – สาวอังกฤษทำสถิติ ‘ตายแล้วฟื้น’ นานที่สุด หลังหัวใจหยุดเต้นไป 6 ชั่วโมง