“ปฏิบัติการพอล บันยัน” ขนทหารไปทั้งกอง พร้อมรถถัง-เครื่องบินรบ “เพื่อตัดต้นไม้”

ย้อนกลับไปในปี 1976 เชื่อหรือไม่ครับว่า เพื่อจะตัดต้นไม้เพียงต้นเดียว ทางการสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ถึงกับต้องร่วมกันขนทหารไปเป็นกองทัพ พร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ครบครัน ทั้งรถถัง,เฮลิคอปเตอร์,เครื่องบินลาดตระเวนทางทหารขนาดใหญ่,เครื่องบินทิ้งระเบิดไปจนถึงกองเรือรบ เรียกว่ามีอะไรก็ขนไปเกือบหมด

กองรถคอนวอย 23 คัน กระจายกำลังรอบเขต JSP เพื่อตัดต้นไม้หนึ่งต้น

ถึงมันจะฟังดูตลก แต่ผมขอยืนยันว่ามันคือเรื่องจริง โดยปฏิบัติการขนกองทัพไปตัดต้นไม้ดังกล่าวมีชื่อว่า ปฏิบัติการพอล บันยัน (Paul Bunyan Operation)

เป็นปฏิบัติการทางทหารที่สืบเนื่องมาจาก เหตุการณ์ฆาตกรรมด้วยขวานในเกาหลี (Korean Axe Murder Incident) เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ปี 1976 ทหารสหรัฐฯ สองนายคือ ร้อยเอกอาเธอร์ โบนิฟาส และ ร้อยตรี มาร์ค เบอร์เรท ถูกทหารเกาหลีเหนือสังหาร

เหตุปะทะกันระหว่างทหารเกาหลีเหนือ กับทหารเกาหลีใต้และสหรัญฯ ภายในเขตความมั่นคงร่วม JSP

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นจากการที่ทางการเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ส่งทหารปลอดอาวุธเข้าไปใน เขตพื้นที่ความมั่นคงร่วม (JSA) เพื่อตัดพุ่มไม้และต้นไม้ในเตียนโล่ง ไม่ให้บดบังทัศนวิสัยในเขตชายแดน

แต่แล้วก็มีทหารเกาหลีเหนือหลายนายเข้ามาห้าม ไม่ตัดต้นป๊อปล่าต้นหนึ่ง โดยอ้างว่ามันเป็นต้นไม้ที่ ผู้นำคิม อิลซอง เป็นคนปลูก แต่สุดท้ายแล้ว ผู้กองโบนิฟาส ก็ไม่ได้สนใจ ทำให้นำไปสู่เหตุการณ์การปะทะกัน

ทหารเกาหลีเหนือใช้ขวานสำหรับตัดต้นไม้ ทำร้ายทหารเกาหลีใต้และสหรัฐฯ จนเสียชีวิตไปสองนาย บาดเจ็บอีกหลายสิบนาย

ทว่าท่าทีของรัฐบาลเกาหลีเหนือภายใต้การนำของ คิม อิลซอง ในตอนนั้นแสดงออกชัดเจนว่าเขาไม่สนใจจะรับผิดชอบใด ๆ ต่อเหตุการณ์ดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

พิธีไว้อาลัยผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ฆาตกรรม ปี 2007

3 วันให้หลังจากการเหตุฆาตกรรม รัฐบาลสหรัฐฯ และเกาหลีใต้จึงร่วมกันจัดตั้ง ปฏิบัติการพอล บันยัน ขึ้นมาเพื่อตัดต้นป๊อปล่าเจ้าปัญหาดังกล่าวโดยตรง ขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงแสนยานุภาพข่มขู่เกาหลีเหนือไปด้วยในตัว

ปฏิบัติการพอล บันยันเริ่มขึ้นตอน 7 โมงเช้า วันที่ 21 สิงหาคม ด้วยทหารจากหน่วย Task Force Vierra ที่ขนกันมาในรถคอนวอย 23 คัน บุกเข้าไปยังจุดเกิดเหตุโดยไม่มีการแจ้งเตือนทางการเกาหลีเหนือให้รู้ก่อน

ภายในกองคอนวอยประกอบด้วยทหารช่าง พร้อมเลื่อยไฟฟ้าสำหรับตัดต้นไม้แค่สองคน แต่มาพร้อมทหารติดอาวุธเบาคุ้มกัน 30 คน เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎการพกพาอาวุธในเขตปลอดทหาร แต่ที่รอบนอกนั้นมีก็กองกำลังสนับสนุนพร้อมจะบุกตอบโต้ด้วยความรุนแรงรออยู่อีกมหาศาล

เริ่มจาก รถถัง M728 หลายสิบคันที่ตรึงกำลังอยู่ห่างจากเขตชายแดนไม่ถึงร้อยเมตร แถมด้วยกองกำลังพิเศษติดอาวุธหนักจากเกาหลีใต้ ซึ่งถูกฝึกให้สามารถต่อสู้ระยะประชิดได้อีก 64 คน ซึ่งจะเดินทางสนับสนุนเข้าไปภายหลัง (พวกเขาจะทิ้งปืนไว้นอกเขต พกไปเพียงแค่อาวุธระยะประชิดเพื่อไม่ให้ผิดกฎ)

บวกกับกองกำลังสนับสนุนทางอากาศของสหรัฐฯ ที่บินรออยู่บนฟ้า ทั้งเฮลิคอปเตอร์แบบสารพัดประโยชน์ 20 ลำ เฮลิคอปเตอร์จู่โจมรุ่น Bell AH-1 Cobra 7 ลำ บินตามมาด้วยเครื่องบินลาดตระเวนขนาดยักษ์อย่าง B-52 Stratofortresses พร้อมเครื่องบินรบรุ่น F-4 Phantom ที่บินโฉบไปมา ร่วมกับ เครื่อง F-5 และ F-86 ของเกาหลีใต้

ไม่รวมเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ F-111 ที่มาสแตนด์บายรอเอาไว้อยู่ไม่ไกล พร้อมถล่มกรุงเปียงยางได้ทันที และยิ่งกว่านั้นคือกองเรือ USS Midway ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือบรรทุกเครื่องบินลำหลักของสหัฐฯ (เรือธง) ที่มาเทียบท่าห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร

ภาพต้นไม้เจ้าปัญหา ก่อนที่มันจะถูกโค่นและสร้างเป็นอนุสาวรีย์ในปี 1987

ทั้งหมดนี้เพื่อคุ้มกันภารกิจตัดต้นไม้หนึ่งต้น … และข่มขู่คิม อิลซอง ซึ่งแน่นอนว่ามันได้ผลเป็นอย่างมากครับ เพราะหลังจากที่ต้นไม้ถูกตัด ปฏิบัติการพอล บันยันจบลง เกาหลีเหนือก็แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที ไม่มีการรีรอ ถึงขนาดสั่งให้สร้างสะพานเชื่อมเกาหลีเหนือ-ใต้จนเสร็จภายในเวลา 72 ชั่วโมงเลยทีเดียว

Fact – เกาหลีเหนือเป็นหนึ่งในประเทศที่สูบกัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย เพราะกัญชาไม่ถูกนับว่าเป็นยาเสพติดในเกาหลีเหนือ

อ่านต่อ – เรื่องตลกในสงครามเกาหลี ขอกระสุนแต่ดันได้ลูกอม แถมผลลัพธ์ลงเอยดีกว่าที่คิด