นักวิทย์เผย อาณานิคมเพนกวินแอนตาร์กติกหายไปแล้ว 77% ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2020 สำนักข่าว Standard รายงานว่า อาณานิคมเพนกวินแอนตาร์กติกมีจำนวนประชากรลดลงอย่างรุนแรง สูงถึง 77% ในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา หลังนักวิทยาศาสตร์สำรวจประชากรบนคาบสมุทรแอนตาร์กติกครั้งล่าสุด

โดยรวมแล้ว จำนวนประชากรของเพนกวินชินสแตรป (Chinstrap penguin) บน Elephant Island ลดลงเกือบ 60% จากคู่ผสมพันธุ์ 122,550 คู่ที่เคยบันทึกไว้ในปี 1972 เหลือเพียง 52,786 คู่ในปัจจุบัน ซึ่งอาจเป็นผลจากภาวะโลกร้อน

นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยสโตนีบรูค (Stony Brook University) และ มหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น (Northeastern University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมเดินทางไปกับองค์กรกรีนพีซเพื่อสำรวจเพนกวินชินสแตรปบน Elephant Island

“การลดลงของจำนวนเพนกวินอย่างมีนัยสำคัญดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่าระบบนิเวศของมหาสมุทรใต้มีการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา และผลกระทบกำลังสั่นสะเทือนสายใยอาหารของสัตว์อย่างเพนกวินชินสแตรป”ฮีเตอร์ เจ.ลิทช์ (Heather J. Lynch) จากมหาวิทยาลัยสโตนีบรูค กล่าว

“ในขณะที่หลายปัจจัยอาจมีบทบาทในผลกระทบ หลักฐานทั้งหมดที่เรามีชี้ไปที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงที่เรากำลังเห็น”

การลดลงของน้ำแข็งในทะเลและมหาสมุทรที่อุ่นขึ้น อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้สิ่งมีชีวิตรูปร่างเหมือนกุ้งตัวเล็ก ๆ ที่เพนกวินกินเป็นอาหารหลักมีจำนวนลดลง

“เพนกวินเป็นสัตว์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร แต่งานวิจัยชิ้นใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าภาวะฉุกเฉินทางสภาพอากาศกำลังทำลายจำนวนของพวกมัน และมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อสัตว์ป่าในพื้นที่ห่างไกลที่สุดของโลก”ลูอิสซา แคสสัน (Louisa Casson) นักรณรงค์มหาสมุทรจากกรีนพีซ กล่าว

“รัฐบาลจะต้องตอบสนองต่อวิทยาศาสตร์และเห็นด้วยกับสนธิสัญญาทะเลหลวงที่สหประชาชาติในฤดูใบไม้ผลินี้ ที่สามารถสร้างเครือข่ายเขตรักษาพันธุ์เพื่อปกป้องชีวิตทางทะเลและช่วยให้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

Fact จากหลักฐานฟอสซิล เพนกวินสายพันธุ์แรกสุดดำรงอยู่บนโลกเมื่อประมาณ 60 ล้านปีก่อน ซึ่งหมายความว่าบรรพบุรุษของเพนกวินที่เราเห็นกันในทุกวันนี้รอดชีวิตจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของไดโนเสาร์

อ่านต่อ – นักวิจัยขุดพบฟอสซิล “เพนกวินยักษ์” อายุ 56 ล้านปี สมัยนั้นมีขนาดเท่ามนุษย์