ชะตาที่หนีไม่พ้น “ดวงจันทร์โฟบอส” กำลังจะแตก เพื่อกลายเป็น “วงแหวนของดาวอังคาร”

เมื่อปี 2015 มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature Geoscience ระบุว่า “ดาวอังคารกำลังจะมีวงแหวนเหมือนกับดาวเสาร์” เนื่องจากนักดาราศาสตร์สังเกตเห็นรอยแยกผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณด้านข้างของดวงจันทร์โฟบอส (Phobos – ดวงจันทร์ของดาวอังคาร) ที่มีแนวโน้มว่าจะแตกสลายอย่างแน่นอนในอนาคต ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นเศษซากและฝุ่นผงของดวงจันทร์ที่ยังโคจรรอบดาวอังคารจะกลายเป็น “วงแหวน” (Mars’s Ring) ในที่สุด

ลูกที่ใกล้ที่สุดคือ ดวงจันทร์-Phobos

เดิมทีนักวิจัยเข้าใจว่ารอยแยกดังกล่าวเกิดจากหลุมสติกนีย์ (Stickney Crater) หลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ (กว้าง 10 กิโลเมตร) ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน แต่ เทอร์รี เฮอร์ฟอร์ด (Terry Hurford) นักวิจัยจากศูนย์การบินอวกาศกอดดาร์ดของนาซา เห็นต่างกับความคิดนี้โดยเขามั่นใจว่ามันเกิดจาก “แรงไทดัล” (Tidal Force)

ว่าแต่ “แรงไทดัล” คืออะไร ? ตอบ : คือแรงดึงดูดของดาวเคราะห์ที่กระทำต่อผิวของดวงจันทร์ไม่เท่ากัน โดยด้านของดวงจันทร์ที่หันหน้าเข้าหาดาวเคราะห์จะได้รับแรงดึงดูดมากกว่าด้านตรงข้ามที่หันหน้าออก ซึ่งความต่างนี้ทำให้เกิดเป็นแรงดึงที่ตรึงดวงจันทร์ไว้ให้อยู่ในวงโคจร แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถฉีกดวงจันทร์ให้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ได้เช่นกัน หากเนื้อของดวงจันทร์มีความแข็งไม่มากพอ

ดาวอังคารนั้นมีดวงจันทร์ 2 ดวง คือ โฟบอส (Phobos) และดีโมส (Deimos)

โดย เบนจามิน แบล็ก และ ทูชาร์ มิตทัล นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียร์ ได้ทำการวิเคราะห์เนื้อของดวงจันทร์โฟบอสจากรอยแตกและหลุมอุกกาบาตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น พบว่า เนื้อของดวงจันทร์ไม่มีความแข็งแรงมากพอที่จะต้านแรงไทดัลได้ อีกทั้งพวกมันยังมีวงโคจรที่ไม่สม่ำเสมอ โดยมีแนวโน้มจะเข้าใกล้ดาวอังคารมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งในที่สุดโฟบอสจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และเศษซากต่าง ๆ จะยังคงโคจรรอบดาวอังคารต่อไป จนกลายเป็น “วงแหวนดาวอังคาร” นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การเกิดวงแหวนดาวอังคารนี้ไม่ได้จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ แต่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอีก 20-40 ล้านปีข้างหน้า และวงแหวนโฟบอสก็อาจจะคงอยู่ได้ต่อไปอีกราว 1-100 ล้านปี ก่อนจะค่อย ๆ ตกลงสู่ผิวดาวอังคารกลายเป็นฝนดาวตกครับ

Fact – นาซาพบ “ถ้ำใต้ดิน” ปริศนาบนดาวอังคารที่ชวนสงสัยว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ โดยรูเปิดของถ้ำมีความกว้างประมาณ 35 เมตร ลึกประมาณ 20 เมตร ตั้งอยู่บนภูเขาไฟ Pavonis Mons ถูกค้นพบครั้งแรกโดยยานสำรวจดาวอังคาร Mars Reconnaissance Orbiter ในปี 2011 ซึ่งนาซามีแผนจะไปสำรวจถ้ำดังกล่าวในปีหน้า (2021) ครับ