เปรียบเทียบจุดเด่นของ “หนังสือรูปเล่ม, E-Book และ Audiobook” ที่คุณควรรู้

เราควรเลือกอ่านหนังสือจากแผ่นกระดาษ, หน้าจอดิจิทัล หรือฟังเสียงดีนะ ? เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนตั้งข้อสงสัย ว่าจริง ๆ แล้วการรับรู้ข่าวสารผ่านสื่อกลางแบบใดจะช่วยให้เราจดจำได้ดีกว่ากัน เราไปดูคำตอบพร้อม ๆ กันเลยครับ

book

หนังสือรูปเล่ม (Physical book) vs. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book)

สำหรับการเปรียบเทียบระหว่างหนังสือแบบรูปเล่มที่ใช้กระดาษจริง และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องอ่านผ่านหน้าจอดิจิทัล ผมขอแนะนำแนวคิดหนึ่งของ Manoush Zomorodi เขากล่าวว่าการอ่านหนังสือจะประกอบไปด้วยการอ่านแบบผ่าน (Skimming) และการอ่านแบบเจาะลึก (Deep reading) ซึ่งเรียกการทำงานของสมองลักษณะนี้ว่า Bi-literate brain

book

ความแตกต่างของมันอยู่ที่เนื้อหาที่ผู้อ่านได้รับ การอ่านแบบ Skimming จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะประเด็นหลัก ส่วนการอ่านแบบ Deep จะช่วยให้ผู้อ่านได้รายละเอียดและเข้าใจเนื้อหาแบบเจาะลึก ซึ่งมีแนวโน้มว่าการอ่านแบบ Deep จะจดจำเนื้อหาได้ค่อนข้างดีกว่า อาจเป็นเพราะบริบทรอบ ๆ ประเด็นสำคัญช่วยขยายความให้ผู้อ่านเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

และเจ้า Bi-literate brain นี่แหละ ที่เป็นคำตอบสำหรับข้อเปรียบเทียบตรงนี้ เรามาดูในงานวิจัยส่วนแรกจาก Nieman Reports กล่าวว่า การอ่านหนังสือบนแท็บเล็ต (หนังสืออิเล็กทรอนิกส์) จะส่งผลให้ผู้อ่านมีการะบวนการอ่านแบบ Non-linear reading แปลตรงตัวคือการอ่านแบบไม่เป็นเส้นตรง หากอธิบายเพิ่มเติมมันหมายถึงการอ่านแบบ Skimming นั่นเอง เพราะผู้อ่านจะไม่พยายามอ่านจนจบบรรทัด แต่จะกวาดสายตาอย่างรวดเร็วเพื่อให้ได้ใจความสำคัญ ซึ่งนี่คือวิธีที่นิยมใช้ในการอ่านคอนเทนต์บนอินเทอร์เน็ตกันเป็นส่วนใหญ่ และแน่นอนว่าผลจากการอ่าน Skimming จะช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ไม่ใช่ความจำที่คงอยู่อย่างถาวรหรือไม่ใช่ความเข้าใจโดยละเอียด

book

ส่วนอีกหนึ่งงานวิจัยจากเว็บไซต์ The Guardian ได้มีการเปรียบเทียบในลักษณะเดียวกัน ผลปรากฏว่าอาสาสมัครที่อ่านหนังสือแบบรูปเล่ม สามารถตอบคำถามได้ดีกว่าอาสาสมัครที่อ่านหนังสือบน Kindle (อุปกรณ์อ่าน E-Book ชนิดหนึ่ง) โดยมีการสรุปว่าเพราะการจับแผ่นกระดาษจะทำให้ผู้อ่านได้รับสัมผัสที่สัมพันธ์กัน ระหว่างการมองเห็นจากสายตา และการรับแรงกดจากแผ่นกระดาษต่อนิ้วมือ ซึ่งอาจช่วยให้สมองสามารถจดจำได้ดีขึ้น ถึงแม้มันจะเป็นคำอธิบายที่ค่อนข้างแปลกประหลาดอยู่นะครับ แต่เอาเป็นว่าการอ่านหนังสือแบบเป็นรูปเล่มมีแนวโน้มที่จะช่วยให้คุณจดจำเนื้อหาได้ดีกว่านั่นเอง

 

ข้อดีของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

สำหรับจุดเด่นด้านการพกพา, ความสะดวกสบาย และความประหยัดผมขอไม่นำมากล่าวถึงนะครับ เพราะหลายคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้เปรียบกว่าแน่นอน แต่เรื่องที่กล่าวถึงคือ การนำไปใช้เพื่อการเรียนรู้

bbok

Matthew H. Schneps กล่าวว่า เนื่องจากหน้าจอดิจิทัลของแท็บเล็ตหรือ E-reader สามารถปรับขนาดตัวอักษรและความกว้างของบรรทัด จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็น ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือคุณสามารถขยายขนาดของย่อหน้าให้ใหญ่มากขึ้น ไม่ใช่เพื่อการมองเห็น แต่เป็นการเพิ่มสมาธิจดจ่อกับการอ่านใจความสำคัญในย่อหน้านั้น ๆ (เหมือนเป็นการลดสิ่งกวนใจจากตัวหนังสือจำนวนมาก ซึ่งหนังสือแบบรูปเล่มธรรมดา ๆ ไม่สามารถทำได้) จึงเหมาะกับเด็กที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้จับใจความ

นอกจากนี้ การใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ยังเพิ่มความสะดวกในการเรียนภาษา เพราะผู้อ่านสามารถค้นหาความหมายของคำได้จากพจนานุกรมในอุปกรณ์ หรือเปิดโปรแกรมสองหน้าต่างเทียบรายละเอียดกันได้อีกด้วย

 

เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอ่านหนังสือแบบรูปเล่มหรืออิเล็กทรอกนิกส์ ก็มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป ขึ้นกับความสะดวกและการนำไปใช้ อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับไปที่แนวคิดของ Manoush Zomorodi ในเรื่อง Bi-literate brain จะเป็นเหตุผลให้คุณควรอ่านหนังสือทั้งแบบรูปเล่มและแบบอิเล็กทรอนิกส์ หากคุณห่างเหินจากการอ่านแบบ Deep reading ไปนาน ในอนาคตการอ่านหนังสือเพื่อให้เข้าใจรายละเอียดจะต้องใช้เวลามากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเองครับ

 

หนังสือเสียงใช้ได้ดีจริงหรือไม่

ปิดท้ายด้วยเรื่องหนังสือเสียง ผมเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบหนังสือเสียงมาตั้งแต่เด็ก ๆ (เปิดฟังนิทานจากเทปคลาสเซ็ต) ด้วยความสะดวกในการใช้งาน เพียงเชื่อมต่อหูฟังกับมือถือแล้วปิดหน้าจอนอนฟังได้เลย คุณจะได้รับเนื้อหามากมายไม่ต่างจากการอ่านหนังสือเอง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากว่าในตอนนี้ยังไม่มีการทำงานวิจัยเพื่อเปรียบเทียบการใช้หนังสือเสียงกับหนังสือในรูปแบบอื่น ๆ ดังนั้นในส่วนนี้ผมไม่อาจตอบคำถามได้ว่าจริง ๆ แล้วการใช้หนังสือเสียงจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจำได้ดีกว่าหรือไม่

แต่สิ่งหนึ่งที่หนังสือเสียงทำได้ดีกว่าหนังสือรูปแบบอื่น คือการเพิ่มจินตนาการให้กับผู้อ่าน คุณลองสังเกตดูนะครับเวลาที่คุณนอนฟังเรื่องเล่าสยองขวัญจากรายการวิทยุชื่อดัง บ่อยครั้งที่คุณสามารถนึกภาพตามราวกับอยู่ในสถานที่จริง เสมือนการเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างความคิดและการมองเห็น นอกจากนี้เคยมีงานวิจัยหนึ่งกล่าวว่า การจดจำรายละเอียดแบบรูปภาพหรือเรื่องราวในหัว จะช่วยให้ความจำนั้นอยู่คงนานและคิดออกอย่างรวดเร็ว เพียงแต่การใช้งานหนังสือเสียงอาจจำกัดในส่วนของเรื่องราวที่นำมาเสนอ เป็นต้นว่าคุณไม่สามารถบอกเล่ากลไกการดำเนินโรคทางการแพทย์ได้ ด้วยการใช้เพียงเสียงบอกเล่า

สรุป – การรับรู้เรื่องราวมีหลายรูปแบบ และไม่มีรูปแบบใดที่โดดเด่นไปกว่ากัน ดังนั้น ผมจึงมีความเห็นว่าเราควรนำข้อดีของการอ่านจากสื่อแต่ละแบบมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้การเรียนรู้ของเรามีประสิทธิภาพสูงสุดครับ

Fact – จากผลสำรวจประจำปี พ.ศ. 2561 เผยว่าประชาชนชาวไทยมีอัตราการอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น เฉลี่ยคนละ 80 นาที เชื่อว่าสาเหตุหนึ่งมาจากการเข้าถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต ทำให้เด็กไทยมีโอกาสอ่านหนังสือได้มากและนานขึ้น