ทำความรู้จัก “หมูขนแกะ” ที่เห็นขนนั้นไม่ได้เกิดจากการแกล้ง แต่มันคือหมูจริงๆ

หมูขนแกะ (Mangalitsa อ่านว่า แมนกาลิทซ่า) มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศฮังการี สายพันธุ์ของพวกมันเกิดขึ้นจากการที่มนุษย์นำหมูป่า 2 สายพันธุ์มาผสมกัน (หมูป่าฮังการี + หมูพื้นเมืองเซอร์เบีย) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ.1830 โดยความตั้งใจแรกของผู้ผสมในตอนนั้นคือต้องการมอบของขวัญให้กับทางรางวงศ์ฮังการี โดยเขาแนะนำว่าให้เลี้ยงเพื่อความสวยงามเท่านั้น จนกระทั่งได้มีผู้ลิ้มลองรสชาติของมัน จึงทำให้ทุกคนติดใจ มันจึงกลายเป็นหมูสายพันธุ์หลักที่ชาวยุโรปเลี้ยงไว้กินเนื้อในช่วงศตวรรษที่ 19 เลยทีเดียว

 

 

โดยความอร่อยของพวกมันก็มีที่มาที่ไป ซึ่งวิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้ โดยข้อเท็จจริงแล้วมันเป็นหนึ่งในหมูที่อ้วนที่สุดในโลก พวกมันมีไขมันคิดเป็น 65% – 70% ของน้ำหนักตัว ว่ากันว่า เนื้อของพวกมันเป็นหนึ่งในเนื้อหมูที่อร่อยที่สุดในโลก มีฉายาว่า – “วากิวแห่งเนื้อหมู” สาเหตุหลักมาจากการกินอาหารตามธรรมชาติของพวกมัน ทั้งข้าวสาลี ข้าวโพด และข้าวบาร์เลย์ และเมื่อพวกมันถูกล้ม ไขมันมหาศาลของพวกมันก็จะถูกแปรเปลี่ยนเป็น เทียน สบู่ และเครื่องสำอาง แม้แต่น้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรมและวัตถุระเบิดก็ผลิตจากไขมันที่มีค่านี้

 

 

จนกระทั่งมาถึงในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ความนิยมเรื่องหมูสายพันธ์นี้เริ่มลดลง เมื่อผู้คนเริ่มรู้แล้วว่าการกินไขมันมาก ๆ ถึงแม้ว่าจะอร่อยแต่ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงทำให้หมูสายพันธุ์นี้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว และถูกแทนที่ด้วยหมูที่โตเร็วกว่าและให้เนื้อเยอะกว่า

 

 

ซึ่งในปัจจุบัน ชาวฮังการีก็ยังคงบริโภคหมูชนิดนี้อยู่ประมาณ 60,000 ตัวต่อปี และถึงแม้พวกมันจะมีราคาแพงกว่าเนื้อหมูทั่วไปถึง 5 เท่า แต่พวกเขาก็มองว่ามันคุ้มค่า เพราะได้กินทั้งของอร่อยและถ้ายังมีคนซื้อก็จะยังมีคนเลี้ยงพวกมันต่อไป ทำให้พวกมันไม่ต้องอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

Fact – ในปี 1994 ฮังการี ได้ก่อตั้งสมาคมผู้ผลิตพันธุ์หมูขนแกะขึ้นมาเพื่อปกป้องคุ้มครองไม่ให้พวกมันสูญพันธุ์ จนถึงตอนนี้ก็ยังทำการอยู่นะจ๊ะ