(มนุษย์ก็สร้างป่าได้) ตลอด 20 ปี คู่สามีภรรยาปลูกต้นไม้กว่า 2 ล้านต้น เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ

ตามปกติแล้วมนุษย์มักเป็นผู้ทำลายสิ่งที่ธรรมชาติสร้างไว้ ที่เห็นชัดเจนที่สุดเลยก็คือ “การทำลายป่า” แต่ Salgado และ Lélia Wanick คู่สามีภรรยาจากเม็กซิโก ได้พิสูจน์แล้วว่า มนุษย์ก็สามารถเป็นผู้สร้างและดูแลธรรมชาติได้เหมือนกัน

คู่รักคู่นี้ได้ปลูกต้นไม้ไปแล้วมากกว่า 2 ล้านต้น เทียบเท่าพื้นที่ประมาณ 3,800 ไร่ จากพื้นที่แห้งแล้งกลายเป็นป่าที่มีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์

แรงบันดาลใจที่ทำให้สองสามีภรรยาจากเม็กซิโก ร่วมใจกันปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ เริ่มต้นจาก Salgado (สามี) ได้เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดในรัฐมีนัสเชไรส์ ประเทศบราซิล แต่เขาก็ต้องช็อก เมื่อต้นไม้ถูกทำลายไปจนหมด ขณะนั้นเหลือพื้นที่ป่าเพียง 0.5% เท่านั้น

ทั้งคู่จึงคิดว่า มีเพียงวิธีเดียวที่จะรักษาและเยียวยาโลกใบนี้ให้กลับมาเป็นปกติได้ คือการปลูกต้นไม้ เนื่องจากต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียว ที่สามารถเปลี่ยนสารพิษคาร์บอนไดออกไซด์ ให้กลายเป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ได้

เพราะข้อเสียที่เกิดขึ้นเมื่อมนุษย์สูญเสียพื้นที่ป่าไม้ คือ โลกจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมามากขึ้น  โดยไม่มีต้นไม้คอยดูดซับสารพิษ และก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจำนวน 8% เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า

Salgado และ Lélia Wanick

ผลของการทุ่มเทอย่างสม่ำเสมอของ Salgado และ Lélia Wanick ร่วมกับทีมงานชุดหนึ่ง ส่งผลให้ธรรมชาติกลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยในช่วง 20 ปีที่พวกเขาลงมือปลูกต้นไม้อย่างหนัก จากพื้นที่แห้งแล้งโล่งเตียนได้กลายเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งการสำรวจป่าที่ถูกสร้างโดยมนุษย์แห่งนี้ ล่าสุดพบว่า

มีนก 172 สายพันธุ์, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 33 สายพันธุ์, พืช 293 ชนิด, สัตว์เลื้อยคลาน 15 ชนิดและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 15 ชนิด ซึ่งระบบนิเวศทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ สร้างขึ้นใหม่จากศูนย์ !!

พื้นที่สีเขียวที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในแต่ละปีที่ผ่านไป

Fact – ต้นไม้จะทำการดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าทางปากใบ ลงไปตามลำต้นจนไปถึงราก จุลินทรีย์ในดินและในราก จะเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์และสารพิษต่างๆ กลายเป็นอาหารให้กับต้นไม้ แล้วต้นไม้ก็จะปล่อยก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์คืนสู่สภาพแวดล้อม (ต้นไม้โตเต็มที่ 1 ต้น ปล่อยออกซิเจนสู่อากาศประมาณ 260 ปอนด์/ปี ซึ่งเพียงพอสำหรับหล่อเลี้ยงมนุษย์ 2 คน)