โปแลนด์ใช้หอย 8 ตัว เป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพน้ำ พร้อมอำนาจปิดประปาเมื่อไหร่ก็ได้

จากข้อมูลของเว็บไซต์ ZME Science ที่สรุปจากหนังสารคดีชื่อ Fat Katy (ชื่อเดียวกันกับ ศูนย์ตรวจสอบคุณภาพน้ำ) ระบุว่า วอร์ซอว์ (Warsaw) เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ พวกเขาใช้หอยกาบ (Clams) เพียง 8 ตัว เป็นผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาที่คนนับล้านใช้ เมื่อในน้ำมีมลพิษมากเกินไป พวกมันจะปิดฝาลงและกลไกที่ติดอยู่บนเปลือกของพวกมันจะทำงาน ส่งผลให้ระบบลำเลียงน้ำในเมืองปิดตัวลงอัตโนมัติ

ภาพขณะกำลังติดตั้งอุปกรณ์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 มิลลิเมตร

โดยปกติหอยกาบจะอ้าปากตลอดเวลาเพื่อหายใจเอาออกซิเจน แต่ทันทีที่น้ำมีสารปนเปื้อน หอยจะเกิดอาการระคายเคืองและปิด-เปิดฝาตลอดเวลา ซึ่งจำนวนของพฤติกรรมจะขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของสารปนเปื้อน เช่น ยาฆ่าแมลง โลหะหนัก ไฮโดรคาร์บอน แอมโมเนีย เป็นต้น

เครื่องมือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 มิลลิเมตรที่ถูกติดอยู่บนฝาหอย จะทำหน้าที่บันทึกจำนวนครั้งในการปิด-เปิด  ซึ่งหากในช่วง 2 สัปดาห์ หอยกาบทั้ง 8 ตัว มีการขยับรวมกันมากกว่า 32,000 ครั้ง ระบบจะแจ้งเตือนไปยังคอมพิวเตอร์ด้วยการส่งข้อมูลแบบไร้สาย ทำให้ระบบน้ำประปาของเมืองจะถูกปิดใช้งานทันที และจะเปิดใช้งานอีกครั้งเมื่อมนุษย์นำน้ำในช่วงเวลานั้นไปตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว พูดได้ว่า “ชีวิตของประชากรกว่า 1.7 ล้านคน ขึ้นอยู่กับหอยทั้ง 8 ตัวนี้” ก็คงไม่เกินจริง

ศูนย์ตรวจสอบคุณภาพน้ำ Gruba Kaśka

พวกเขาอธิบายว่า “หอยเหล่านี้มีสัมผัสที่ไวมากต่อการปนเปื้อนในน้ำ และแม้แต่ระบบคอมพิวเตอร์ก็ยังสู้ความแม่นยำของพวกมันไม่ได้ พวกมันมีอายุขัยยาวนานกว่า 50 ปี และทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องหยุดพัก โดยจะมีการเปลี่ยนหอยทุก 3 เดือน เมื่อพวกมันเสร็จสิ้นภารกิจเราก็นำมันไปปล่อยธรรมชาติตามเดิม เพื่อให้หอยกาบที่ดูแลเราเหล่านี้ได้ใช้ชีวิตยืนยาวของพวกมันต่อไป

ซึ่งมินนิอาโปลิส (Minneapolis) เป็นเมืองเดียวในอเมริกาที่ใช้หอยเป็นตัวชี้วัดคุณภาพน้ำเหมือนกับเรา แต่พวกเขาเลือกใช้หอยแมลงภู่ 12 ตัว ซึ่งก็ทำงานได้ดีเหมือนกัน” – นักสังขวิทยา (malacologist – ศึกษาเกี่ยวกับหอยชนิดต่าง ๆ) ประจำศูนย์ตรวจสอบคุณภาพน้ำชื่อว่า Gruba Kaśka (ชื่อภาษาอังกฤษ Fat KathyX ณ เมืองวอร์ซอว์ กล่าว

นอกจากนี้ยังมีสัตว์อีกหลายชนิด ที่ถูกมนุษย์จับมาทำงานด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมแบบชีวภาพ (Bio-Monitor) ทำนองนี้ด้วย เช่น ณ เมืองวอดนานี สาธารณรัฐเช็ก นำปลาเทราต์มาตรวจสอบมลพิษทางน้ำ โดยการตรวจจับการเคลื่อนไหวของพวกมัน เพราะหากปลายังเคลื่อนไหวปกติแสดงว่าน้ำยังมีคุณภาพดี แต่หากพวกมันเคลื่อนไหวช้าลงหมายถึงพวกมันตรวจจับการปนเปื้อนของสารพิษในน้ำที่มีปริมาณมากขึ้น (ปลา 10 ตัว พวกมันต้องว่ายอยู่ในแทงค์น้ำเป็นเวลากว่า 1 ปี จึงจะเปลี่ยนเป็นปลาชุดใหม่)

หรือแม้กระทั่งในหลายพื้นที่ทั่วโลก ก็ตรวจสอบคุณภาพน้ำจากการ เรืองแสงของสาหร่ายขนาดเล็ก เพราะสารพิษโดยเฉพาะยาฆ่าแมลงจะทำให้สาหร่ายไม่สามารถทำการสังเคราะห์ด้วยแสงได้ และความเข้มของแสงที่เรืองออกมา (มากหรือน้อย) จะขึ้นอยู่กับชนิดของสารปนเปื้อน ทำให้นักวิจัยสามารถนำกราฟกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของสาหร่ายมาประเมินคุณภาพน้ำได้นั่นเองครับ