เมฆ Pyro-cumulonimbus ก่อตัวปกคลุมออสเตรเลีย อาจทำให้เกิดไฟป่าในพื้นที่ใหม่ได้

เหตุการณ์ไฟป่าในออสเตรเลียยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น คือกลุ่มหมอกควันที่พวยพุ่งสู่ฟากฟ้าเริ่มก่อตัวเป็นบรรยากาศปกคลุมเหนือทวีปแห่งนี้ และอาจเป็นคำตอบว่าทำไมไฟป่ายังคงขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาในเมืองวิกตอเรีย รายงานผ่านทางทวิตเตอร์ โดยมีใจความเกี่ยวกับหมอกควันจากเหตุการณ์ไฟป่าที่ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศกว่า 16 กิโลเมตรทางตอนใต้ของเมืองกิปส์แลนด์ ควันเหล่านี้เมื่อรวมกับไอน้ำในอากาศ สามารถก่อตัวขึ้นเป็นเมฆขนาดใหญ่ เรียกว่า Pyro-cumulonimbus ซึ่งเมฆชนิดนี้คือคำตอบของปัญหาไฟป่าที่ยังคงคุกรุ่นต่อเนื่อง

เนื่องจากเมฆ Pyro-cumulonimbus สามารถก่อให้เกิดฝนตกได้เหมือนเมฆฝนทั่วไป แต่นั่นเป็นผลพลอยได้ (แน่นอนว่ามันอาจมีฝนตกหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความชื้นที่เหมาะสม) แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาแน่นอนคือ ฟ้าผ่า พุ่งตรงลงมายังป่าในบริเวณใกล้เคียง ลองนึกดูสิครับว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นตามมา…. ถูกต้องแล้วครับ เกิดไฟป่ากลุ่มใหม่จากการเผาไหม้โดยฟ้าผ่านั่นเอง

Pyro-cumulonimbus
การก่อตัวของเมฆ Pyro-cumulonimbus

นอกจากนี้ หากเมฆ Pyro-cumulonimbus มีความร้อนสูงและเกิดพายุรุนแรง มันจะสามารถสร้าง ทอร์นาโดเพลิง เช่นเดียวกับเมื่อครั้งปี 2003 ที่เกิดทอร์นาโดเพลิงในเมืองแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลียนี่เองครับ

Pyro-cumulonimbus
ไฟป่าลุกลามในพื้นที่เมือง Sussex Inlet เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2019

สรุป – ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ยังคอยจับตาดูการก่อตัวของเมฆชนิดนี้อยู่นะครับ เพราะหมอกควันจากไฟป่าออสเตรเลียสามารถลอยไปยังบริเวณอื่น ๆ ของโลกได้ และอาจทำให้เกิดเมฆ Pyro-cumulonimbus ในพื้นที่ห่างไกลได้เช่นกัน นั่นอาจทำให้อุณหภูมิในบริเวณนั้นร้อนขึ้น และฝนที่ตกลงมาอาจมีความเป็นกรดสูงจากแก๊สพิษของหมอกควันทำปฏิกิริยากับน้ำนั่นเองครับ

Fact – เมื่อวันที่ 18-22 มกราคม 2003 เคยเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ในกรุงแคนเบอร์รา เมืองหลวงของออสเตรเลีย พื้นที่การเกษตรและสวนสาธารณะกว่า 70% ถูกทำลาย และมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 4 ราย เนื่องจากไฟได้ลุกลามไปยังพื้นที่อาศัยของประชาชนในชานเมือง เผาทำลายบ้านไปกว่า 10 หลัง แต่โชคยังเข้าข้างอยู่บ้างที่สามารถระงับเหตุได้ทัน และไฟสามารถควบคุมได้ในช่วง 1 สัปดาห์ถัดมา