ผู้ก่อตั้งเว็บเทรด ตายไปพร้อมกับเงิน 5,700 ล้าน นักลงทุนไม่เชื่อ !! ขอขุดศพพิสูจน์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ.2019 รายงานข่าวจาก Coindesk (สำนักข่าวชื่อดังด้านบิทคอยน์และเงินคริปโตฯ Crypto) ตามรายงานระบุว่า “เจอรัลด์ คอตเตน” ผู้ก่อตั้งบริษัท QuadrigaCX วัย 30 ปี (บริษัทบริการแลกเปลี่ยนเงินคริปโตฯ ที่เคยมีมูลค่าสูงสุดในแคนาดา) ได้เสียชีวิตจากโรคโครห์น (Crohn’s Disease) เป็นความผิดปกติเรื้อรังของลำไส้ใหญ่ระหว่างท่องเที่ยวในอินเดีย

ทนายความของนักลงทุนในเงินคริปโต QuadrigaCX ยื่นคำร้องต่อศาลขอขุดศพนายเจอรัลด์ คอตเตน ขึ้นมาพิสูจน์ว่าเขาตายจริง ๆ

ซึ่งข่าวร้ายนี้แทนที่จะมีคนแสดงความเสียใจ แต่กลุ่มนักลงทุนที่เป็นลูกค้าของบริษัทกลับไม่เชื่อว่าเขาตายจริง ๆ และได้รวมตัวกันยื่นเรื่องขอขุดศพของ CEO หนุ่มขึ้นมาพิสูจน์ เพราะพวกเขาเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะแผนสร้างข่าวว่าตัวเองตาย เพื่อหอบเงินหนีมากกว่า

ปัญหาความไม่เชื่อใจนี้เกิดขึ้นจาก บริษัท QuadrigaCX มีวอลเล็ทมูลค่า 190 ล้านดอลลาร์แคนาดา (5,740 ล้านบาท) แต่นายคอตเตนได้เสียชีวิต โดยไม่เปิดเผย KEY หรือรหัสผ่านของวอลเล็ท (Wallet ที่เก็บคริปโตฯ) ข่าวการตายของนายคอตเตน จึงไม่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงวิธีทำธุรกิจที่น่าสงสัยของบริษัทที่เขาดำเนินการอยู่ คอตเตนจึงถูกกล่าวหาว่าเขาได้ทำการหลอกลวงอย่างซับซ้อน โดยวางแผนให้ทุกอย่างจบสิ้น เมื่อเขาทำเป็นแกล้งตาย

มูลค่าของ QuadrigaCX ในการแลกเปลี่ยนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2019

ซึ่งหลังจากการเสียชีวิต ศพของนายคอตเตนถูกนำกลับมาฝังไว้ที่ประเทศแคนาดาตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว … ต่อมาจึงมีคำร้องเพื่อขอขุดศพถูกส่งมายังสำนักงานกฎหมาย ซึ่งเป็นตัวแทนผู้เสียประโยชน์จากเงินคริปโตฯ โดยคำร้องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติของแคนาดามีใจความสำคัญว่า

“จุดประสงค์ของคำร้องฉบับนี้ คือการร้องขอในนามของผู้ลงทุนที่ได้รับผลกระทบ ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแคนาดา ดำเนินการขุดศพและชันสูตรศพของนายเจอรัลด์ คอตเตน เพื่อยืนยันตัวตนและสาเหตุของการเสียชีวิต เนื่องจากสถานการณ์ที่น่าสงสัยของการเสียชีวิตของนายคอตเตน และการสูญเสียที่สำคัญยิ่งของผู้ลงทุนที่ได้รับผลกระทบ”

และยังระบุเพิ่มเติมว่า “ขอให้กระบวนการนี้เสร็จสมบูรณ์ในฤดูใบไม้ผลิ ปี 2020 เนื่องจากเป็นกังวลต่อสภาพของศพ”

และแม้ว่านางเจนนิเฟอร์ โรเบิร์ตสัน ภรรยาของเขาจะยืนยันว่าเขาตายสามีของตนจากไปแล้วจริง ๆ โดยได้แสดงใบมรณะบัตรยืนยัน และออกมาประกาศว่าธุรกิจทั้งหมดของบริษัทดำเนินการผ่านคอมพิวเตอร์ของนายคอตเตนเท่านั้น  ! ซึ่งเธอได้ลองความเป็นไปได้ของทุกรหัสผ่านแล้ว แต่ก็ไม่ถูกต้อง

แม้ว่าจะน่าเห็นใจที่จะต้องเสียทั้งสามีและบริษัทไป แต่เหล่าเจ้าหนี้กว่า 115,000 รายคงไม่คิดเช่นนั้น เพราะทุกคนต่างแสดงหลักฐานต่าง ๆ ที่ส่อถึงความไม่สุจริต เช่น การที่นางโรเบิร์ตสันพยายามซื้ออสังหาริมทรัพย์มากมายโดยใช้ชื่อปลอม หรือใช้บัญชีทรัพย์สินท์ของนายคอตเตนในการทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ แม้ว่าเขาจะตายไปแล้วก็ตาม

(ซึ่งจนถึงตอนนี้วันที่ 13 พฤษภาคม 2020 ก็ยังไม่มีข่าวอัพเดตเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งเรื่องขุดศพหรือการคืนเงินเลยครับ ก็ต้องมารอลุ้นนะครับว่า หลังจากสิ้นเดือนมิถุนายน วันสิ้นสุดของฤดูใบไม้ผลิทางศาลที่แคนาดาจะว่าอย่างไร ? หากมีอะไรอัพเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ Flagfrog จะรีบนำมาเสนอให้เร็วที่สุดเลยครับ)

Fact – ผลสำรวจเมื่อเดือนมกราคม 2018 พบว่า ทั่วโลกมีเงินคริปโตฯ มากกว่า 1,384 สกุล ขณะที่การสูญหาย การขโมย และการฉ้อโกง เงินคริปโตฯ เพิ่มขึ้น 150% ภายในปีเดียว เช่น การปิดตัวอย่างกระทันหันของแพลตฟอร์มซื้อขายของหลายบริษัท รวมถึงการถูกแฮกหรือขโมยเหรียญในวอลเล็ตไปเป็นจำนวนมหาศาล

อ่านต่อ –  จีนกำลังพิจารณา “แบน” การขุดบิทคอยน์ หลังพบว่ามันสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ