“อุกกาบาตสีรุ้ง” วัตถุนอกโลก 4,500 ล้านปี (ภายในมีสารตัวเดียวกับ-สิ่งมีชีวิตบนโลกมีเช่นกัน)

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2019 เกิดเหตุอุกกาบาตขนาดใหญ่เท่าเครื่องซักผ้า พุ่งตกมายังโลกก่อนจะถูกชั้นบรรยากาศเผาจนเหลือขนาดเท่าฝ่ามือและแตกกระจายลงสู่หมู่บ้าน La Palmera (อ่านว่า ลา-ปัลเมร่า) และ Aguas Zarcas (อ่านว่า อา-กวัส-ซาร์-กัส) ประเทศคอสตาริกา โดยมันมีอายุกว่า 4,500 ล้านปี ถูกตั้งชื่อตามสถานที่แรกที่พบ “Aguas Zarcas” ความพิเศษของมัน คือ เมื่อผ่าครึ่งแล้วพบว่าภายในมี “สีรุ้ง” (rainbow)

น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ซึ่งผู้โชคดีเจ้าของบ้านก็คือ มาร์เซีย กัมโปส มูโนส เธอให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันได้ยินเสียงดังโครม มาจากห้องครัวกลางดึกขณะกำลังนอนอยู่ ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นหัวขโมย แต่เมื่อมาดูก็พบกับก้อนหินสีดำที่ตกทะลุหลังคาลงมา”

ซึ่งหลังจากได้รับการตรวจสอบและศึกษาจากสถาบันวิจัย Geology นาน 1 ปีเต็ม นักวิจัยก็พบว่า นี่มันคืออุกกาบาตหายากที่อยู่ในกลุ่ม “คาร์บอนเนเชียสคอนไดร์ท” (Carbonaceous Chondrite) ซึ่งเป็นอุกกาบาตที่ก่อตัวขึ้นจากฝุ่นเนบิวลา (Nebula – ฝุ่นที่เกิดจากการระเบิดตัวของบิ๊กแบง 13.7 พันล้านปีก่อน)

อุกกาบาตในกลุ่มคาร์บอนเนเชียสคอนไดร์ท มีเพียง 4% ของจำนวนอุกกาบาตทั้งหมดที่ถูกพบบนโลก (1,180 ก้อน) โดยมีโครงสร้างอัดแน่นไปด้วยคาร์บอนที่ซับซ้อน เช่นเดียวกับโมเลกุลในสารอินทรีย์ รวมไปถึงกรดอะมิโนที่มีส่วนประกอบของโปรตีนและดีเอ็นเอ (ซึ่งสารประกอบดังกล่าวมีอยู่ในสิ่งมีชีวิตบนโลก ณ ปัจจุบัน) 

ทั้งนี้ แดเนียล กลาวิน (Daniel Glavin) นักวิจัยจากศูนย์การบินอวกาศก็อดดาร์ดของนาซ่า (NASA’s Goddard Space Flight Center) ได้นำไปเปรียบเทียบกับหินอุกกาบาตชนิดเดียวกันที่ตกในออสเตรเลียเมื่อปี 1969 พบว่ามีกรดอะมิโนที่เหมือนกันถึง 100 ชนิด ซึ่งไม่แน่ว่ามันอาจเป็นชิ้นส่วนที่แตกออกมาจากดาวเคราะห์น้อยก้อนเดียวกันกับเมื่อ 50 ปีที่แล้วก็เป็นได้

หินอุกกาบาตที่ตกลงในออสเตรเลียเมื่อปี 1969

ซึ่งแม้ว่านักวิจัยจะไม่พบสิ่งมีชีวิตจริง ๆ ในอุกกาบาตทั้ง 2 ก้อนนี้ แต่ส่วนประกอบที่ติดมากับมันล้วนแต่มีอยู่ในสิ่งมีชีวิตบนโลกทั้งสิ้น จากข้อมูลดังกล่าวจึงอาจเป็นไปได้ว่า นอกโลกนั้นอาจมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นแล้ว แต่เรายังไม่พบมันเท่านั้นเอง

Fact – อุกกาบาตแพงแค่ไหน ? เรื่องนี้ต้องย้อนไปในปี 1946 โดย ฮาร์วี นีนิงเกอร์ (Harvey H. Nininger) นักวิทยาศาสตร์ด้านอุกกาบาตชาวอเมริกันผู้บุกเบิกการสะสมอุกกาบาต ซึ่งเขาได้เปิดพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ผู้คนได้รู้จักกับวัตถุนอกโลก ต่อมาเมื่อผู้คนเริ่มสนใจและอยากได้มาครอบครองจึงเกิดการซื้อขาย และเนื่องจากมันมีจำนวนน้อยแต่ความต้องการสูง จึงเกิดการปั่นราคา ทำให้โดยเฉลี่ยแล้วมีราคาตั้งแต่ 30,000-50,000,000 บาทเลยทีเดียว (ขึ้นอยู่กับอายุและความสวยงามครับ)