นี่คือ “Crystal Lobster” การกลายพันธุ์สุดหายาก ที่เกิดขึ้น 1 ใน 100 ล้านตัวเท่านั้น

“กุ้งล็อบสเตอร์คริสตัล” (Crystal Lobster) คือกุ้งล็อบสเตอร์เผือก (Albino Lobster) ที่เปลือกมีสีขาวเกือบโปร่งแสง เป็นล็อบสเตอร์ชนิดที่หายากที่สุดเพราะมีโอกาสเกิดขึ้น 1 ใน 100 ล้านตัวเท่านั้น เรียกได้ว่า “เรามีโอกาสถูกฟ้าผ่ามากกว่าเจอกุ้งชนิดนี้เสียอีก”

ซึ่งล็อบสเตอร์คริสตัลนั้นเกิดจากความบกพร่องทางพันธุกรรมที่ไม่สามารถผลิตเม็ดสีได้ เรียกว่า “ภาวะด่าง” (Leucism) ดังนั้นทำให้เมื่อนำกุ้งเผือกไปต้มหรือทำให้สุก เปลือกของมันจะไม่เปลี่ยนเป็นสีส้มแต่จะกลายเป็นสีขาวขุ่นแทน

ทั้งนี้ ด้วยความหายากทำให้มีรายงานการพบล็อบสเตอร์คริสตัลไม่บ่อยนัก ซึ่งล่าสุดคือเมื่อปี 2018 อัลเบิร์ต เลอาห์ จับมันได้ที่นอกชายฝั่งหลุยส์บูร์ก ประเทศแคนาดา โดยเขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวท้องถิ่นของแคนาดาว่า “ผมทำงานตกกุ้งล็อบสเตอร์มานานกว่า 30 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่พบมัน ในตอนแรกผมคิดว่ามันเป็นของปลอมด้วยซ้ำ ซึ่งการพบล็อบสเตอร์คริสตัลนั้นเปรียบเสมือนการประสบความสำเร็จในอาชีพการค้าล็อบสเตอร์เลยล่ะ แล้วก็ไม่ต้องห่วงผมปล่อยมันไปแล้ว เพราะมันสวยงามเกินกว่าจะถูกเสิร์ฟบนภัตตาคาร”

สุดท้าย มาดูความหายากของล็อบสเตอร์แต่ละสีกันดีกว่า เริ่มจาก ล็อบสเตอร์สีน้ำเงิน : โอกาสเกิด 1 ใน 2 ล้านตัว , ล็อบสเตอร์สีแดง : โอกาสเกิด 1 ใน 10 ล้านตัว , ล็อบสเตอร์ด่าง (มีจุดดำ ๆ คลายเสือดาว) : โอกาสเกิด 1 ใน 30 ล้านตัว , ล็อบเตอร์สีทูโทนส้ม-ดำ : โอกาสเกิด 1 ใน 50 ล้านตัว ซึ่งปกติแล้วล็อบสเตอร์จะมีสีเขียวอมน้ำตาล

คำถาม : ทำไมกุ้งที่ถูกทำให้สุกถึงเปลี่ยนเป็นสีแดง-ส้มด้วยล่ะ ? ตอบ : เดิมทีในเปลือกกุ้งจะมีสารเม็ดแอสตาแซนทิน (Astaxanthin – สารสีแดงส้ม) อยู่แล้ว แต่ทว่าเปลือกของพวกมันยังมีโปรตีนชื่อ ครัสตาไซยานิน (Crustacyanin) ที่ปกคลุมเปลือกไว้อย่างแน่นหนา ทำให้ไม่สามารถมองเห็นสารสีแดง-ส้มดังกล่าวได้ แต่ว่าครัสตาไซยานินนั้นแพ้ความร้อน ทำให้เมื่อกุ้งถูกโยนลงหม้อต้มหรือเตาย่าง ความร้อนจะทำลายโปรตีนครัสตาไซยานิน และปรากฎสารเม็ดสีแอสตาแซนธินออกมาทำให้มันกลายเป็นสีส้ม-แดงเมื่อสุกนั่นเอง

ข้อมูลพื้นฐานของล็อบสเตอร์ (Lobster) – ชื่อวิทยาศาสตร์ Homarus Americanus เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ซึ่งนักวิจัยไม่สามารถระบุอายุ และขนาดโตเต็มที่ของพวกมันได้เนื่องจาก พวกมันโตได้อย่างไม่มีจำกัด เพราะเพื่อพวกมันยิ่งโต ยิ่งมีอายุมากขึ้นเท่าไหร่ พวกมันยิ่งแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น และไม่เคยมีใครเลี้ยงล็อบสเตอร์ตั้งแต่เกิดจนแก่ตายได้ (อายุมากสุดที่เคยพบคือ 50 ปี) ซึ่งสกิลการป้องกันตัวของพวกมันนอกจากกล้ามคู่ที่ทรงพลังแล้ว มันยังสามารถสลัดกล้ามทิ้งเพื่อหนีเอาตัวรอดได้ด้วย และสามารถงอกใหม่ได้ด้วยการลอกคราบ

Fact – หากใครเคยซื้อกุ้งล็อบสเตอร์มาทำอาหารเองที่บ้าน อาจจะเคยได้ยินเสียง “กรีดร้อง” ของล็อบสเตอร์ แต่ความจริงมันไม่ได้ร้องแต่เกิดจากความร้องทำให้อากาศที่อยู่ในเปลือกถูกรีดออกจากช่องว่างเล็ก ๆ และเกิดเป็นเสียงคล้ายเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดชวนหลอน นอกจากนี้ในอดีตเมื่อศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 ล็อบสเตอร์จัดว่าเป็นอาหารชั้นต่ำที่จะถูกเสิร์ฟให้เหล่านักโทษและมีแต่ยากจนเท่านั้นที่จะกินมัน