รู้จักกับ “ปลาพญานาค” (Oarfish-ออร์ฟิช) สายพันธุ์ปลาที่ถูกยัดเยียดให้เป็นทุกอย่าง ยกเว้น “ปลา”

“ปลาออร์ฟิช” (Oarfish) หรือที่เราเรียกกันว่า “ปลาพญานาค” ชื่อวิทยาศาสตร์ Regalecus glesne เป็นปลาทะเลน้ำลึกสุดหายากที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ระดับความลึก 1,000 เมตร ถูกจัดว่าเป็นปลาที่ยาวที่สุดในโลก ด้วยความยาวสูงสุด 17 เมตร หนัก 270 กิโลกรัม

ภาพถ่ายแรกของปลาออร์ฟิช (1996) ที่คนไทยเชื่อว่านี่คือ “พญานาค”

มีรายงานการค้นพบปลาออร์ฟิชครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1772 โดยนักเดินเรือชาวเดนิชชื่อ ฮานส์ เอกีด (Hans Egede) แต่ได้รับการยืนยันถึงการมีอยู่ของพวกมันอย่างเป็นทางการด้วยภาพถ่ายครั้งแรก โดยกองทัพเรือสหรัฐฯ ในปี ค.ศ.1996 ที่พบปลาออร์ฟิชถูกซัดขึ้นมาเกยตื้นบนชายฝั่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย 

โดยส่วนใหญ่แล้วการค้นพบปลาออร์ฟิชบริเวณผิวน้ำหรือชายฝั่งล้วนจะอยู่ในสภาพที่ตายแล้วทั้งสิ้น นั่นเป็นเพราะ เมื่อเกิดปรากฎการณ์เอลณีโญ (กระแสน้ำอุ่นสลับกับกระแสน้ำเย็น) ที่พัดนำแพลงก์ตอนต่าง ๆ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของมันขึ้นสู่เขตน้ำตื้น – ทำให้ออร์ฟิชหลงว่ายตามแหล่งอาหารขึ้นไป – จนหลุดเข้าสู่เขตน้ำตื้นซึ่งมีกระแสน้ำแรง – ประกอบกับออร์ฟิชเป็นปลาที่มีมวลกล้ามเนื้อน้อย – ทำให้ไม่มีแรงมากพอจะว่ายทวนกระแสน้ำได้ – จนร่างกายอ่อนล้าทนไม่ไหวและตายไปนั่นเอง

ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าการพบปลาออร์ฟิชเกยตื้นนั้นเป็นสัญญาณเตือนของแผ่นดินไหวและสึนามิ โดยในญี่ปุ่นเรียกปลาชนิดนี้ว่า “ริวกู โนะ สึไก” แปลว่า “ผู้ส่งสารจากพระเจ้า” ซึ่งแม้ความจริงแล้ว การเกยตื้นของพวกมันจะไม่เกี่ยวกับการเกิดแผ่นดินไหวหรือสึนามิเลยก็ตาม แต่ คิโยชิ วาดาสึมิ ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวจากศูนย์วิจัย e-PISCO ระบุว่า “ปลาทะเลน้ำลึกสามารถรับรู้การเกิดแผ่นดินไหวหรือแรงสั่นสะเทือนใต้ทะเลได้จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าการขึ้นบกของพวกมันจะเกี่ยวข้องกับการส่งสารถึงมนุษย์หรือความเชื่อที่มีมานานร่วม 300 ปีอย่างที่เราเข้าใจกัน”

สำหรับเจ้าออร์ฟิชนั้นแม้จะเป็นปลา แต่มีน้อยคนจะเรียกมันว่าปลา เช่น ชาวเดนมาร์กจะเรียกปลาชนิดนี้ว่า “เซลิคอง” (Sildekonge) ที่แปลว่ากษัตริย์แห่งท้องทะเล ที่มาของชื่อคาดว่ามาจากครีบบริเวณหัวที่ยาวเด่นกว่าส่วนอื่น ดูเหมือนมงกุฎ + ขนาดตัวที่ใหญ่ ไม่เพียงเท่านี้ ชาวฟินแลนด์มีชื่อเรียกปลาออร์ฟิชอีกอย่างว่า “เอดูส-ตา-ยูมาลา” (Edustaa Jumalaa) แปลว่า “ตัวแทนพระเจ้า” ซึ่งเชื่อว่าการพบเห็นปลาชนิดนี้ถือว่าเป็นพรจากพระเจ้าที่ส่งปลาตัวนี้ขึ้นมาโปรดมนุษย์ เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของพระเจ้านั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่ชัดของพวกมันได้ แต่จากการประเมินของสหภาพอนุรักษ์โลก (IUCN) คาดว่า พวกมันยังมีจำนวนมากพอที่ยังไม่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ครับ (เนื่องจากพวกมันอาศัยอยู่ทะเลน้ำลึกและมีรายงานการค้นพบน้อยมากนั่นเอง)

มารู้จักลักษณะพื้นฐานของปลาพญานาคนี้กันอีกสักนิด – พวกมันมีดวงตากลมโตขนาดใหญ่ มีครีบหลังที่ยาวตลอดลำตัวกว่า 400 เส้น คลีบบริเวณหัวจะมีความยาวมากเป็นพิเศษ เป็นปลาไม่มีเกล็ด ไม่มีฟัน ลำตัวสามารถเรืองแสงได้ และแม้หน้าตาจะน่ากลัวแต่พวกมันไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ซึ่งในอดีตเคยมีคนทดลองกินเนื้อปลาออร์ฟิชจากซากที่ตายแล้ว พบว่าเนื้อของมันเหลวเป็นวุ้น รสชาติแย่ หรือก็คือเป็นปลาที่กินไม่ได้นั่นเอง

Fact – “ปลาฉลามวาฬ” (Whale Shark) คือปลาที่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความยาวประมาณ 10 เมตร แต่เคยมีบันทึกว่ามีความยาวสูงสุด 20 เมตร หนัก 10 ตัน (10,000 กิโลกรัม) กินแพลงก์ตอน  กุ้ง และ ปลาตัวเล็ก ๆ เป็นอาหาร