นักโบราณคดี ขุดพบ “โรงเก็บศพชาวไวกิ้ง” (ยศสูง) ในประเทศนอร์เวย์

วันที่ 7 ตุลาคม 2019 ระหว่างการเตรียมพื้นที่เพื่อขยายถนนแห่งหนึ่งในเมืองทรอนเดอลัก ประเทศนอร์เวย์ คนงานได้บังเอิญขุดพบหัวกะโหลก และกระดูกมนุษย์จำนวนมาก จึงติดต่อไปยังนักโบราณคดีมหาวิทยาลัยนอร์วีเจียน ให้มาดูแลศึกษาต่อ เมื่อทีมงานมาถึงจึงลงพื้นที่และตั้งขอบเขตขุดสำรวจ โดยสันนิษฐานว่าพื้นที่แห่งนี้น่าจะเคยเป็นอาคารเก็บศพของชาวไวกิ้งมาก่อน

สาเหตุที่นักสำรวจมั่นใจขนาดนี้ก็เพราะ โครงสร้างของอาคารที่วัดได้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับโรงเก็บศพของชาวไวกิ้งโบราณ ที่เคยถูกพบก่อนหน้านี้ 15 แห่งทั่วประเทศ โดยมีลักษณะคล้ายโบสถ์หลังใหญ่ ทรงสูง ซึ่งแตกต่างกับโบสถ์ทั่วไปของชาวบ้านที่มีขนาดเล็กกว่ามาก และเมื่อขุดค้นอย่างจริงจัง ทีมนักโบราณคดียังพบ ซากเรือ, กระดูกม้า, กระดูกสุนัข หลุมศพมนุษย์กว่า 20 หลุม เพิ่มเติมอีกด้วย

และด้วยความยิ่งใหญ่ของอาคารฝังศพดังกล่าว ทำให้นักโบราณคดีสันนิษฐานต่อว่า ผู้ที่ถูกนำร่างมาฝังบนพื้นที่แห่งนี้น่าจะเป็นบุคคลสำคัญทั้งสิ้น หรืออาจเป็นวีรบุรุษสงคราม เพราะแทนที่พวกเขาจะได้เดินทางไปยัง “ดินแดนแห่งความตาย” แต่เหล่าลูกหลานยังต้องการให้บุคคลสำคัญเหล่านี้ปกป้องวงศ์ตระกูลของตัวเองนั่นเอง

และแม้ว่านักโบราณคดีจะยังไม่สามารถบอกได้ว่า โครงกระดูกเหล่านี้มีอายุนานเท่าใด ? แต่พวกเขาก็ยืนยันว่าไม่ได้มีแต่ผู้ชายแน่นอน เนื่องจากหลายคนมักติดภาพจำว่า “ชาวไวกิ้ง” (Viking) จะต้องมีแต่ผู้ชายเท่านั้น ซึ่งแท้จริงแล้ว ผู้หญิงก็สามารถเป็นนักรบแดนเถื่อนได้เช่นกัน

ซึ่งการค้นพบครั้งนี้มีความคล้ายคลึงกับการค้นพบเมื่อปี 1878 บนเกาะ Björkö ประเทศสวีเดน ในตอนนั้นทีมนักสำรวจได้ขุดพบโครงกระดูกของบุคคลลึกลับรายหนึ่ง พร้อมกล่องอาวุธ เสื้อผ้า และม้าอีก 2 ตัว แม้จะเป็นข่าวดังแต่ก็มีกระแสอยู่ช่วงหนึ่งเท่านั้น สุดท้ายไม่นานก็ลืมหายไป จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2019 นิตยสาร Antiquity ได้ออกมายืนยันว่า ร่างของชาวไวกิ้งที่ถูกพบเมื่อ 100 ปีก่อน เป็นร่างของ “ชาวไวกิ้งหญิง” จริง ๆ

เราจะไม่มีทางทราบข้อเท็จจริงนี้เลย หากทีมนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยอุปซอลา ประเทศสวีเดน ไม่เกิดบังเอิญไปอ่านพบและเกิดความสงสัยจนอยากนำโครงกระดูกดังกล่าวมาตรวจสอบอีกครั้ง และเมื่อทำการตรวจ DNA ความสงสัยของเขาที่มีต่อโครงกระดูกที่เล็กเกินกว่าจะเป็นของผู้ชายก็เป็นความจริง “เราเชื่อว่าเธอจะต้องเป็นนักรบอาจเป็นถึงผู้นำเผ่า เพราะการฝังศพลักษณะนี้จะต้องเป็นผู้มีความสำคัญมากถึงจะได้รับเกียรติหลุมศพเช่นนี้”

Fact – นักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ชาวไวกิ้งออกอาละอาดไปทั่วยุโรป ในช่วงปลายศตวรรษที่ 8 เป็นเพราะ ประเพณีในชนเผ่าของพวกเขาที่อนุญาตให้ผู้ชายมีเมียได้หลายคน ทำให้ชายยากจนถูกหนุ่มคนรวยแย่งสาวโสดไปเยอะมาก เมื่อไร้ซึ่งสตรีโสด หนุ่มนักรบยากจนจึงตัดสินใจออกเดินทางตามหาหัวใจในดินแดนอื่น ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจาก “การออกแบบโครงสร้างประชากรที่ไม่สมดุลกันระหว่าง หนุ่มโสดและสาวโสดครับ”

อ่านต่อ – อุจจาระ อายุ 1,200 ปี ของชาวไวกิ้ง ช่วยบอกเล่าประวัติศาสตร์ คนในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี

14 E-book Flagfrog