(2021) นักวิจัย “สกัด DNA จากช้างแมมมอธ” (อายุ 1.2 ล้านปี) ออกมาได้จริง-สำเร็จแล้ว

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2021 เลิฟ ดาเลน ศาสตราจารย์ด้านพันธุศาสตร์วิวัฒนาการ จากศูนย์วิจัยพาเลโอเจเนติก (CFP) สามารถสกัดนำดีเอ็นเอ (DNA) จากฟอสซิลฟันของช้างแมมมอธอายุกว่า 1.2 ล้านปีออกมาได้สำเร็จ ทำให้มันกลายเป็น “ดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก” (งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ลงวารสาร Nature)

(ภาพเล็ก) คือฟันของแมมมอธที่นักวิจัยนำมาสกัดเอา DNA

โดยฟอสซิลฟันดังกล่าวมาจากซากแมมมอธ 3 ตัว ที่ถูกพบในชั้นดินน้ำแข็งเขตไซบีเรีย เมื่อช่วงทศวรรษที่ 1970 โดย อังดรี เชอร์ นักบรรพชีวินชาวรัสเซีย ซึ่งทั้งหมดถูกตั้งชื่อตามแหล่งที่พบคือ 1.เครสตอฟกา (อายุ 1.2 ล้านปี) 2.เอดีชา (อายุ 1 ล้านปี) 3.ชูโกชยา (อายุ 8 แสนปี)

ทั้งนี้ เป็นเวลากว่า 50 ปี ที่นักวิจัยพยายามสกัดนำ DNA ของสิ่งมีชีวิตโบราณนี้ออกมา โดย ทอม วาน เดอร์ โวล์ก นักวิจัยจากสวีเดน กล่าวว่า – “การหา DNA ออกมาจากซากฟอสซิลเหล่านี้ ไม่ต่างอะไรจากเกมต่อจิ๊กซอว์ที่มีชิ้นส่วนนับพันล้านชิ้น จึงเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ของวงการวิทยาศาสตร์เลยก็ว่าได้”

ภาพงาช้างแมมมอธที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินบนเกาะแวงเกิล ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของไซบีเรีย

โดยก่อนหน้านี้ DNA ของสิ่งมีชีวิตที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดคือ DNA ของซากม้าโบราณที่มีอายุระหว่าง 560,000 ถึง 780,000 ปี ถูกพบในชั้นดินเพอร์มาฟรอสต์ ประเทศแคนาดา อย่างไรก็ตาม การสกัดนำ DNA ของแมมมอธออกมาได้เผยข้อมูลใหม่ที่นักวิจัยไม่เคยรู้มาก่อน นั่นคือ

มันมีความแตกต่างทางพันธุกรรมอยู่ 2 จุดกับแมมมอธพื้นถิ่นในไซบีเรีย ซึ่งเป็นไปได้ว่ามันอาจเป็นสายพันธุ์ใหม่ของแมมมอธที่พวกเราไม่เคยรู้จักมาก่อน นี่คือสิ่งที่เหล่านักวิจัยต้องค้นคว้าหาคำตอบกันต่อไป นอกจากนี้ DNA ของช้างโบราณเหล่านี้ ยังช่วยให้นักวิจัยทราบถึงวิวัฒนาการของแมมมอธขนยาวได้ด้วย

คำถาม : DNA ของแมมมอธที่พบนี้สามารถนำมาโคลนนิ่งหรือคืนชีพแมมมอธตัวเป็น ๆ ได้หรือไม่ ? ตอบ : ถึงแม้จะเคยมีข่าวการพยายามคืนชีพของแมมมอธออกมาอยู่บ่อยครั้ง แต่ความเป็นจริงในมุมมองของนักบรรพชีวินมองว่า “ในปัจจุบันยังเป็นไปไม่ได้ และไม่เข้าใกล้เลยด้วยซ้ำ” เพราะถึงแม้เราจะได้ DNA ของแมมมอธที่สมบูรณ์มาแล้วก็จริง แต่นับว่ายังน้อยเกินไปที่จะถอดรหัสและตัดแต่งเติมส่วนที่ขาดหายไปได้

นี่คือขวดเลือดจากซากแมมมอธ อายุ 10,000 ปี ที่นักวิจัยหวังนำมาชุบชีวิตแมมมอธ พบในทุ่งทุนดราเยือกแข็งของหมู่เกาะไซบีเรียใหม่

แต่ถึงอย่างนั้น ในอนาคตหากเทคโนโลยี CRISPR (ตัดแต่งพันธุกรรม) พัฒนาแบบก้าวกระโดดมากกว่านี้ ปัญหาการถอดรหัสของจำนวน DNA ที่สูญหายไปตามกาลเวลาอาจหมดไปเลยก็ได้ อย่างไรก็ตาม การสกัด DNA ของแมมมอธที่เก่าแก่ที่สุดในโลกออกมาได้นั้น ก็ช่วยปลุกไฟนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกที่มีความตั้งใจจะเห็นแมมมอธกลับคืนชีพมาโลดแล่นอยู่บนโลกอีกครั้งให้ลุกขึ้นมาค้นคว้าและศึกษาสิ่งมีชีวิตโบราณชนิดนี้กันต่อไป

Fact – เมื่อปี 2017 นักวิจัยจากฮาวาร์ดหวังจะทำการชุบชีวิตแมมมอธด้วยเทคโนโลยี CRISPR ซึ่งสามารถอธิบายได้ง่าย ดังนี้ ค้นพบศพแมมมอธถูกแช่แข็ง -> ส่งต่อให้ทีมวิจัยเพื่อสกัดเอา DNA -> นักวิจัยนำ DNA ที่ได้ไปใส่ในจีโนมของช้างเอเชีย -> ช้างเอเชียคลอดลูกออกมาเป็นแมมมอธ (จบ)