รู้จัก “โรคความจำดี” (HSAM) แต่ผู้ป่วยที่เป็นกลับบอก “ไม่อยากเป็นแบบนี้เลย”

“ไฮเปอร์ไทมีเซีย ซินโดม” (Hyperthymesia Syndrome – HSAM) หรือ “โรคความจำดี” ที่ผู้ป่วยสามารถจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตได้แบบละเอียดยิบ ที่ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องดีแต่มันเปรียบเสมือนดาบ 2 คม เพราะนอกจากจะจดจำเรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้แล้ว แต่ในทางกลับกันความทรงจำเลวร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตก็จะตามหลอกหลอนผู้ป่วยไปตลอดด้วยเช่นกัน

ภาพสแกนสมองของ 1 ในผู้ป่วย พบว่าบางส่วนของสมองทำงานหนักกว่าสมองของคนทั่วไปเล็กน้อย

โดยโรคนี้ถูกค้นพบในปี 2006 – มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ จิล ไพรซ์ ส่งอีเมลล์ไปหา เจมส์ แมคกอฟ นักประสาทวิทยาที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า “เธอมีความผิดปกติเกี่ยวกับความทรงจำที่สามารถจำรายละเอียดเรื่องราวชีวิตในแต่ละวันได้ตั้งแต่อายุ 12 ปี จนถึงปัจจุบัน” 

ซึ่งอีเมลล์นี้ทำให้เจมส์รู้สึกประหลาดใจและต้องการพิสูจน์ความจริงว่าเธอไม่ได้โกหก เขาได้ทำการนัด จิล ไพรซ์ มาทดสอบและเข้าห้องวิจัย โดยสุ่มถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตเกี่ยวกับชีวิตผ่านไดอารี่ที่เธอเขียนไว้ตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่งปรากฎว่าเธอตอบได้ทันทีแบบไม่ต้องนึกหรือลังเล เธอจำได้ตั้งแต่วันที่ สภาพอากาศ เสื้อผ้าที่สวม แม้กระทั่งฝั่งซ้าย-ขวาของเบาะของรถไฟที่เธอนั่งในวันนั้นได้อย่างแม่นยำ “ความทรงจำของฉันเหมือนกับการเป็นดูภาพยนตร์ย้อนหลังที่เหตุการณ์ต่าง ๆ จะปรากฏขึ้นมาเป็นฉาก ๆ เลยล่ะ” ด้วยเหตุนี้ เจมส์ แมคกอฟ จึงเดินหน้าศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้อย่างจริงจัง จนพบว่า ทั่วโลกมีผู้ที่เป็นโรคนี้เพียง 61 คน แบ่งเป็นอเมริกา 56 คน และอีก 5 คน ในสหราชอาณาจักร

จูเลียนา แมสโซนี กำลังทำการทำสอบว่าผู้เข้าร่วมการทดลองเป็นโรคความจำดีหรือไม่

ต่อมา จูเลียนา มาสโซนี ผู้เชี่ยวชาญด้านความจำจากมหาวิทยาลัยฮัลล์ ประเทศอังกฤษ ที่สนใจโรคความจำดีนี้ เธอได้คัดเลือกผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ เข้าทำการสแกนสมองเพื่อหาว่า “สมองของคนเหล่านี้แตกต่างจากคนทั่วไปหรือไม่ ?” ซึ่งผลปรากฏว่า สมองของพวกเขาไม่มีโครงสร้างที่แตกต่างเลย เพียงแต่กระบวนจัดระเบียบทางความคิดจะแตกต่างกันและบางส่วนของสมองจะทำงานหนักกว่าคนทั่วไปเล็กน้อยเท่านั้น

สุดท้าย นักวิจัยอาจยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัดว่าโรคนี้มีต้นตอมาจากอะไรกันแน่ แต่จากปากของหนึ่งในผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้กล่าวว่า “มันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นัก เพราะเราต้องใช้ความยายามอย่างมากที่จะไม่นึกถึงเรื่องราวความเจ็บปวดและความเสียใจที่เกิดขึ้นในอดีต บางคนต้องเข้าพบจิตแพทย์ตลอดชีวิต เพื่อไม่ให้หมกหมุ่นอยู่กับอดีตมากเกินไปและเปิดรับความทรงจำใหม่ ๆ ซึ่งต่างจากคนทั่วไปที่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่องราวเลวร้ายเหล่านั้นจะค่อย ๆ เลือนลางและลืมมันไปได้ในที่สุด” (จบ)

โจอี้ เดแกรนดิส ชายชาวอเมริกันที่ป่วยเป็นโรคความจำดี

คำถาม : แล้วถ้าเราอยากมีความจำดี ๆ แบบนี้ มันสามารถฝึกฝนกันได้หรือไม่ ? ตอบ : เครก สตาร์ค นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า การฝึกฝนความทรงจำนั้นทำได้ทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้งทันที ภายใน 40 วินาที เช่น “วันที่ 6 สิงหาคม 2021 เราสวมเสื้อสีเขียว ขึ้นรถเมล์สีเหลือง” จากนั้นภายใน 40 วินาที เราจะต้องทวนประโยคนี้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าการทำเช่นนี้จะช่วยให้เราสามารถจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต ณ วันนั้น ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้วิธีนี้จะช่วยให้เราจดจำเรื่องราวได้ดี แต่ก็อาจจะยังไม่เทียบเท่าคนที่เป็นโรคไฮเปอร์ไทมีเซีย (Hyperthymesia) ได้แบบ 100%