รู้จัก กิ้งก่า-อควาติคัส ที่เกิดมาพร้อมฟองบนหัว ทำให้หายใจในน้ำได้เหมือนสวมถังประดาน้ำ

สิ่งมีชีวิตที่ทุกคนเห็นอยู่นี้คือ “กิ้งก่า” ขนาดเล็กชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์สุดเท่ว่า Anolis aquaticus (อาโนลลิส-อควาติคัส) มีถิ่นอาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำหลายแห่งทางตอนใต้ ในประเทศคอสตาริกา ถูกพบเมื่อปี 2015 ซึ่งนักนิเวศวิทยา ลินด์ซีย์ สเวิร์ก (ผู้ค้นพบ) เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ว่า

ฟองอากาศจะยุบขึ้นและยุบลงตามจังหวะการหายใจ

“นี่คือการค้นพบโดยบังเอิญ มันเกิดขึ้นขณะที่ฉันและทีมกำลังเฝ้าสังเกตกิ้งก่าตัวนี้อย่างระมัดระวัง ซึ่งตอนนั้นฉันยังไม่ทราบว่ามันมีความสามารถสุดพิเศษแบบนี้ และเมื่อเราเข้าไปใกล้เพื่อจะเก็บรูป เจ้ากิ้งก่าตัวนี้ก็กระโดดลงน้ำทันที ณ ตอนนั้นเราตัดสินใจไม่วุ่นวายกับมัน สิ่งที่เราทำแค่เพียงบันทึกวีดีโอขณะที่มันอยู่ใต้น้ำพร้อมกับเอาใจช่วยให้มันขึ้นบกโดยเร็ว จนกระทั่งเราได้เห็นสกิลการหายใจใต้น้ำสุดเจ๋ง เรารออยู่แบบนั้นนานถึง 16 นาทีจนมันขึ้นมาและวิ่งหนีไปไหนที่สุด”

ต่อมาอีก 4 ปี หลังการค้นพบในวันนั้น ลินด์ซีย์ ให้สัมภาษณ์กับ Herpetological Review เพิ่มเติมว่า “จนถึงปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยชิ้นใดสามารถอธิบายการทำงาน ‘ฟองอากาศบนหัวของมัน’ ได้อย่างละเอียด แต่จากคลิปวีดีโอที่เราบันทึกไว้ จึงพอจะสันนิษฐานได้ว่า

1.ฟองอากาศที่อยู่เหนือจมูกนั้น-น่าจะมีลักษณะการทำงานกักเก็บอากาศเหมือนถังดำน้ำ 2.หรือสิ่งที่อยู่ในฟองอากาศอาจมีความสามารถในการขจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้วปล่อยออกช่องทางอื่น จึงเหลือเพียงออกซิเจนไว้ในการหายใจนั่นเอง”

ปัจจุบันปี 2021 ลินด์ซีย์ สเวิร์ก และทีมงานได้รับทุนวิจัยเกี่ยวกับกิ้งก่าชนิดนี้โดยเฉพาะ จากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation) และความคืบหน้าต่าง ๆ ก็ยังถูกอัพเดตอย่างต่อเนื่องลงในวารสาร Herpetological Review (สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกวิทยา) แทบทุกปีอีกด้วย นั่นหมายความว่า ปริศนาเกี่ยวกับสกิลของเจ้ากิ้งก่าชนิดนี้ได้รับความสนใจจากนักวิจัยอย่างมากเลยทีเดียว

ลักษณะปกติตอนอยู่บนบก จะยังไม่โชว์สกิลฟองน้ำออกมา

Fact – การที่กิ้งก่าสามารถเปลี่ยนสีได้เป็นเพราะพวกมันมีเซลล์สะท้อนแสงพิเศษบนผิวหนัง โดยเซลล์ดังกล่าว มีชื่อเรียกว่า “นาโนคริสตัล” ซึ่งพวกมันสามารถจัดเรียงแก้วคริสตัลเหล่านี้ให้สะท้อนคลื่นแสงได้ ทำให้สำหรับบทความนี้ที่เป็นกิ้งก่าตัวเดียวกัน แต่ทำไมบางรูปจึงดูเหมือนมันถูกชุบโครเมียมแต่บางรูปก็มีผิวหนังธรรมดา นั่นก็เพราะ “การจัดเรียงนาโนคริสตัลที่กระทบกับคลื่นแสงที่แตกต่างกันนั่นเอง”