นักวิจัยออสเตรเลียพบ “การใช้มือถือมากไป” ทำให้กระดูกศรีษะงอกคล้าย “เขาสัตว์”

งานวิจัยใหม่ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร nature พบว่า “การใช้เทคโนโลยีมากเกินพอดี” ในหมู่คนหนุ่มสาวที่มีอายุระหว่าง 18-30 ปี “ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง” ทำให้โครงกระดูกมีลักษณะผิดแปลกไปจากเดิมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ภาพ X-ray กระโหลกของผู้สูงอายุ 58 ปี (ที่มีอาการหลังค่อม)

ดร. David Shahar และรองศาสตราจารย์ Mark Sayers แห่ง University of the Sunshine Coast ประเทศออสเตรเลียระบุว่า การใช้เวลาอยู่กับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเป็นเวลานาน ทำให้เราต้องเอียงศรีษะไปข้างหน้าเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ทำให้กระดูกเกิดการงอกคล้ายเขาสัตว์ที่ฐานของกระโหลกศีรษะ ขนาดตั้งแต่ 10 ถึง 31 มม.

นักวิจัยทั้งสองท่านได้ทำการวิจัยโดยนำฟิล์ม X-ray ของวัยรุ่นอายุ 18-30 ปี จำนวน 218 ภาพมาวิเคราะห์ และพบว่าในวัยรุ่นกลุ่มนี้ มีถึง 41% ที่มีกระดูกลักษณะเหมือนเขา (Horn) งอกออกมาจากบริเวณใต้กะโหลกศีรษะเหนือท้ายทอย

ปกติแล้วกระดูกที่งอกออกมาชนิดนี้มักจะพบเฉพาะในผู้สูงอายุที่หลังค่อม และเป็นผลมาจากการออกท่าทางที่ผิดในระยะยาวและความเครียดบนกระดูก แต่งานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่าคนหนุ่มสาวที่มีอายุระหว่าง 18-30 ปี กลับมีแนวโน้มที่จะมีกระดูกยื่นออกมามากกว่าคนที่มีอายุในช่วง 30-60 ปี

ภาพ X-ray กระโหลกของวัยรุ่นคนหนึ่งอายุ 28 ปี (สภาพร่างกายปกติ)

“เมื่อเราโน้มหัวลง เราจะต้องแบกคอของตัวเองเพราะเราจะอยู่ในท่ายื่นหัวไปข้างหน้า ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วหัวของเรามีน้ำหนักประมาณ 10 ปอนด์ (4.5 กก.) ประมาณลูกแตงโมใหญ่ ๆ หนึ่งลูก การที่ต้องอยู่ในท่วงท่านี้เป็นเวลานานทำให้ร่างกายต้องปรับตัวโดยการสร้างกระดูกบริเวณเหนือท้ายทอยขึ้นมานั่นเอง” – นักวิจัย ดร. David Shahar บอกกับสื่อ

นักวิจัยกล่าวว่าปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นในหมู่ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 40% ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการที่ผู้ชายมักใช้สมาร์ทโฟนเป็นระยะเวลานานกว่าผู้หญิง เช่น ใช้เล่นเกม ในขณะที่ผู้หญิงมักใช้ติดต่อสื่อสาร ซึ่งใช้ระยะเวลาสั้นกว่า

งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่าเราต้องเลิกใช้สมาร์ทโฟนไปเลย เพราะ ดร. David Shahar บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงสัญญาณที่ช่วยเตือนสติทุกครั้งเวลาที่เรากำลังอยู่ในท่าสรีระที่ผิดนานเกินไป ซึ่งสามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ โดยการใช้หมอนโค้งพิเศษหรือออกกำลังกายที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าอกตอนบน (เพื่อไม่ให้ลำคอรับน้ำหนักอยู่บริเวณเดียว)

ดร. David Shahar ก็ได้ย้ำอีกว่า เขาที่งอกขึ้นมาแล้วจะไม่หายไป และหากยังมีพฤติกรรมแบบเดิม มันจะเติบโตต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งจากประสบการณ์ของเขาที่เป็นนักวิทยาศาสตร์สุขภาพประจำมหาวิทยาลัยมานานกว่า 20 ปี ยืนยันว่าการงอกของเขาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่ก็อาจทำให้คุณเกิดความรู้สึกไม่สบายใจได้

ปล. งานวิจัยชิ้นนี้แม้จะถูกตีพิมพ์ในวารสาร nature แต่ก็มีกระแสไม่เห็นด้วยจำนวนมาก เพราะงานวิจัยยังมีจุดอ่อนหลายจุด เช่น กลุ่มตัวอย่างมีจำนวณน้อยเกินไป กลุ่มตัวอย่างเป็นคนที่เจ็บป่วยด้านกล้ามเนื้อคออยู่แล้ว กระดูกที่งอกออกมาไม่ได้ช่วยเรื่องการรับน้ำหนักขนาดนั้น และการประกาศตัวเลข 41% ก็ดูเหมือนเป็นตัวเลขที่ต้องการสร้างความตื่นตกใจเสียมากกว่า

ซึ่งทางสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Time ก็ออกมาเคลมเลยว่า “งานวิจัยชิ้นนี้ไม่เป็นความจริง เพราะการงอกของกระดูกที่นักวิจัยสองท่านนี้กล่าวอ้าง เป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในวัยรุ่นที่กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว กระดูกที่งอกลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั่งร่างกาย ตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งบางคนก็อาจเจ็บปวดแต่สักพักก็หาย แต่โดยส่วนมากวัยรุ่นจะไม่รู้สึกถึงการงอกในลักษณะนี้”

สรุปควรเชื่อหรือไม่ ? – ไม่ควรเชื่อครับ เพราะเมื่อดูดี ๆ ก็ยังพบจุดอ่อนอีกหลายจุดจริง ๆ (ถ้าเข้าไปอ่านที่ Time อธิบายไว้จะเห็นว่าแรงอยู่เด้อ) แต่ที่รู้อย่างแน่ชัดเลยคือ เราควรจัดสรีระให้ดีไม่ว่าจะในกิจกรรมใด ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะการเล่นมือถือเนื่องจากยังมีอีกโรคที่ชื่อว่า Text Neck Syndrome อาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และอาจรวมไปถึงปัญหาข้อต่อกระดูกเสื่อม และหมอนรองกระดูกบริเวณคอเสื่อมได้ อันนี้แหละน่ากลัวของจริงครับ

Fact กระโหลกศรีษะไม่ได้มีเพียงชิ้นเดียว แต่มันประกอบด้วยกระดูกกว่า 22 ชิ้น ซึ่งในจำนวนนี้มี 8 ชิ้นถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องสมอง เรียกกว่า “กระดูกหุ้มสมอง” ส่วน 14 ชิ้นที่เหลือเป็นโครงสร้างของใบหน้าครับ