พบผลลัพธ์อันน่าทึ่ง เมื่อโรงเรียนเปลี่ยนบทลงโทษจากการ “กักบริเวณ” เป็น “ทำสมาธิ”

ใครจะเชื่อว่า “การทำสมาธิ” จะกลายเป็นวิธีลงโทษเด็กนักเรียนที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา โรงเรียน Robert W. Coleman ณ เมืองบัลติมอร์ ได้ยกเลิกการกักบริเวณเด็กนักเรียนที่ทำผิด แล้วหันมาจับเด็กนั่งวิธีทำสมาธิแบบฮินดูโบราณแทน โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ของปี 2016 โดยทางโรงเรียนได้นำการทำสมาธิมาปรับใช้กับเด็กที่กระทำผิด เพื่อช่วยลดความเครียดและความกังวลของพวกเขา อีกทั้งยังช่วยพัฒนาความคิดอีกด้วย

หลังจากที่โครงการนี้ดำเนินไปได้สักพัก จำนวนเด็กนักเรียนที่ทำผิดก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เด็กบางคนถึงขั้นพูดว่า โครงการนี้ได้ช่วยเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาไปเลย มีเด็กกลุ่มหนึ่งใช้การทำสมาธิเพื่อให้มีสติอยู่กับตัวเองในขณะสอบ พวกเขาบอกว่า เวลาที่พวกเขาอยู่ในที่เสียงดัง พวกเขาจะทำสมาธิ และเสียงรบกวนเหล่านั้นก็จะไม่สามารถส่งผลกระทบใด ๆ ต่อพวกเขาได้อีกเลย พวกเขาจะมีสติอยู่แต่กับตนเองเท่านั้น

และเด็กบางคนถึงขั้นกล่าวว่า แม้แต่ในสถานการณ์ที่เคร่งเครียด อย่างเช่น ทะเลาะกับพ่อแม่ พวกเขาก็ยังใช้การหายใจเข้า-ออก เพื่อสงบอารมณ์เพื่อไล่ความโกรธให้หายไป นี่อาจจะเป็นสัญญาณถึงวิธีใหม่ที่จะแก้ปัญหาเด็กก้าวร้าวได้อย่างยั่งยืน

โดยวิธีทำสมาธิ ทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่า การนั่งสมาธิมีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง เพิ่มหน่วยความจำ ช่วยลดความดันเลือด และช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบประสาทอีกด้วย

Fact – นักวิชาการได้พิสูจน์แล้วว่า การทำสมาธิสามารถเสริมสร้างประสิทธิภาพทางระบบประสาทและร่างกายได้ดีกว่าการนอนเสียอีก แต่ต้องขอย้ำว่า “ไม่ใช่” ทุกกรณี

Fact 2 – Jack Dorsey ผู้ก่อตั้ง Twitter นั่งสมาธิวันละ 2 ชั่วโมง กินข้าววันละมื้อ โดยเขาบอกว่าวิธีนี้ทำให้เขาสามารถใช้สมองในการทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

อ่านต่อ – เมื่อนักพนันรับคำท้า อยู่ในห้องมืดนาน 30 วัน แลกเงิน 3.2 ล้าน และนี่คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น