วิทยาศาสตร์

The Flash วิ่งได้เร็วที่สุดแค่ไหน ? การคำนวณคณิตฯง่าย ๆ นี้ มีคำตอบให้ทุกคนครับ

The Flash ซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีความเร็วสูงที่สุดในจักรวาล ซึ่งเป็นซุปเปอร์ฮีโร่จากค่าย DC Comics และเขาได้รับพลังความเร็วจากการที่ "เขาถูกฟ้าผ่าใส่ในขณะที่อยู่ในห้องทดลอง ซึ่งมีสารเคมีหกใส่ทั่วร่างกาย" หลังจากนั้นเขาก็ใช้ชื่อ The Flash เพราะจะได้เข้ากับความเร็วของเขาที่มีความเร็วมากกว่า "ความเร็วแสง" ซึ่งมี The Flash หลายคนที่มีพลังความเร็ว และใช่ชื่อนี้ ถ้าตีค่าความความเร็วของ The Flash เป็นค่าทางคณิตศาสตร์จะได้ตัวเลขที่ค่อนข้างน่าเหลือเชื่อ เพราะความเร็วของเขามีมากพอจะ "วิ่งรอบโลกได้ 7 รอบ ใน 1 วินาที" ซึ่งความเร็วแสงนั้นมีค่าประมาณ 186,000 ไมล์/วินาที แต่รู้หรือไม่ว่า The Flash สามารถวิ่งได้เร็วกว่า...

นักวิจัยพบ สุนัขและเจ้าของ มีระดับความเครียดที่เชื่อมต่อและสอดคล้องกัน

ลองจินตนาการถึงภาพของวันที่อากาศร้อนจัด ซึ่งคุณกำลังนั่งอุดอู้อยู่ในห้องเล็ก ๆ เสียงแตรจากรถบนถนนดังขึ้นเป็นระยะ และเพื่อนบ้านของคุณก็เริ่มทะเลาะกันเสียงดังอีกแล้ว คุณคิดว่าคุณจะรู้สึกอย่างไร ? สบายดีหรอ ? ผมว่าไม่หรอก คุณคงรู้สึกหงุดหงิด หรืออย่างน้อยที่สุดก็คงไม่สบอารมณ์อยู่หน่อย ๆ แต่รู้หรือไม่ว่า ความรู้สึกเหล่านี้จะถูกส่งไปยังสุนัขของคุณ เพราะแท้จริงแล้วสุนัขและเจ้าของมีระดับความเครียดที่สอดคล้องกัน (น่าอัศจรรย์ใช่มั้ยล่ะ มาอ่านกันเลย) นักวิทยาศาสตร์เผยความจริงที่บรรดาผู้เลี้ยงสัตว์หลายคนไม่เคยทราบมาก่อน นั่นคือ เจ้าเพื่อนขนฟูทั้งหลายของเราสามารถรับรู้ เข้าใจ และบางครั้งก็รู้สึกหงุดหงิด จนถึงเครียดไปพร้อมกับเราได้อย่างน่าประหลาด แต่อย่าพึ่งคิดว่ามันเกี่ยวกับไสยศาตร์นะครับ เพราะเรื่องนี้วิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้ ซึ่งเรื่องนี้ยืนยันจากผลการทดลอง ที่ตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับ ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisal) ฮอร์โมนกลุ่มสเตียรอยด์ที่มักพบในดีเอ็นเอในเส้นผม ซึ่งตอบสนองต่อความเครียด จากกลุ่มตัวอย่างเส้นขนและเส้นผมจากสุนัขต้อนแกะสายพันธุ์ บอร์เดอร์ คอลี่ (Border...

เทอโรซอร์ (สัตว์เลื้อยคลานผู้มีปีกอันทรงพลัง) ทำให้สามารถบินได้ตั้งแต่แรกเกิด

เทอร์โรซอร์ (pterosaur) พวกมันไม่ใช่นกหรือค้างคาวนะครับ แต่พวกมันคือสัตว์เลื้อยคลานต่างหาก แต่เพราะเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีปีกจึงทำให้สามารถบินได้นั่นเอง อาศัยอยู่บนโลกเมื่อ 165-65 ล้านปีก่อน และสูญพันธุ์ไปพร้อม ๆ กับไดโนเสาร์ ความพิเศษของมันคือ การที่มันวิวัฒนาการจนทำให้มีปีกอันทรงพลัง จนเผ่าพันธุ์ของพวกมันกลายเป็น "สัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดแรกที่วิวัฒน์จนสามารถบินขึ้นไปบนอากาศได้" ทำความรู้จัก เทอโรซอร์ มักถูกเรียกว่า "ไดโนเสาร์บินได้" แต่ทั้งนี้พวกมันมิได้จัดว่าเป็นไดโนเสาร์แต่อย่างใด (พวกมันเป็นสัตว์เลื้อยคลานบินได้ซึ่งถือเป็นคนละกลุ่มกับไดโนเสาร์) ซากของพวกมันมีการค้นพบอยู่ทั่วทุกมุมโลก นั่นเป็นเพราะความหลากหลายของสายพันธุ์ที่มีมากกว่า 200 ชนิด สายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีชื่อว่า "เคตซัลโคแอตลัส นอร์โทรพี" สูงพอ ๆ กับ "ยีราฟ" ความกว้างของปีกเทียบเท่ากับ "เครื่องบินรบเอฟ-16" (10.5 เมตร) และหนักกว่า...

หมึกบลูริง (Blue-ringed) อันตรายมากแค่ไหน ? และทำไมถึงไม่ควรกิน ?

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2019 หลังจากที่ผมเห็นข่าวว่ามีคนไทยคนหนึ่ง ได้เดินทางไปที่ตลาดเพื่อซื้อหมึกนำมาประกอบอาหารที่บ้าน และด้วยความที่หมึกตัวดังกล่าวมีลายจุดสีน้ำเงินรอบลำตัว จึงทำให้เขาถ่ายรูปเจ้าหมึกแล้วโพสท์ลงโซเชียลมีเดียเพื่อถามว่า นี่คือหมึกอะไร ? ซึ่งถ้าเขาไม่ทำแบบนี้ เขาก็คงเสียชีวิตไปแล้ว เพราะหมึกชนิดนั้นคือ Blue-ringed octopus (หมึกบลูริง หรือ หมึกสายวงน้ำเงิน) หมึกตัวเล็กที่มีฉายาว่า "สวยประหาร" ทำความรู้จัก มันคือหนึ่งในสัตว์น้ำที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดในโลก : ขนาดความยาวลำตัว 15-60 มม. พบได้มากทั้งในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน จุดเด่นอยู่ตรงที่ลายรูปวงแหวนสีน้ำเงินหรือสีฟ้าประทั่วตัว ความจริงแล้วพวกมันเป็นสัตว์รักสงบ มักจะแอบอยู่ตามรู ซอกหิน กอสาหร่าย ไม่ได้ออกมาเพ่นพ่าน ลอยสะเปะสะปะไปทั่วทะเลแบบแมงกะพรุน อันตรายมากแค่ไหน ? พิษของมันรุนแรงเป็นอย่างมาก พวกมันเพียงตัวเดียวก็มีฤทธิ์มากพอที่จะทำให้ผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนัก 75...

สมบูรณ์เหลือเชื่อ ! นักวิจัยค้นพบ “หัวหมาป่า” อายุ 40,000 ปี ใต้แผ่นน้ำแข็งในไซบีเรีย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2019 เว็บไซต์ Insider ได้รายงานการค้นพบ "หัวหมาป่า" อายุกว่า 40,000 ปี บริเวณพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศรัสเซีย ซึ่งอวัยวะอย่าง หู เขี้ยว สมอง และลิ้นของมันต่างอยู่ในสภาพสมบูรณ์เนื่องจากถูกฝังอยู่ในพื้นดินที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส The Siberian Times หนังสือพิมพ์สัญชาติรัสเซีย ระบุในรายงานว่า หัวหมาป่าที่เต็มไปด้วยขนนี้ถูกพบในสาธารณรัฐซาฮา เขตการปกครองของสหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อฤดูร้อนปี 2019 ที่ผ่านมา โดยมีความยาวประมาณ 40 เซนติเมตร และคาดว่าหมาป่ามีอายุระหว่าง 2-4...

เหยดดดด ! นาซ่าพบพื้นผิวดาวอังคาร ที่มีรูปร่างคล้ายโลโก้ “Star Trek”

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2019 องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ NASA ได้เผยภาพถ่ายดาวเทียมของยานสำรวจรอบวงโคจรดาวอังคาร Mars Reconnaissance Orbiter (MRO) ที่แสดงให้เห็นถึงพื้นผิวของดาวอังคาร ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับโลโก้ขององค์กร Starfleet ที่อยู่ในภาพยนตร์อวกาศชื่อดัง Star Trek สำหรับ Star Trek คือภาพยนตร์แนว Sci-fi ที่เกี่ยวกับการสำรวจอวกาศ สานสัมพันธ์ทางการทูตกับสิ่งมีชีวิตต่างดาว และรักษาสันติภาพในกาแล๊กซี่ นาซ่าอธิบายถึงการค้นพบสุดแปลกประหลาดนี้ว่า พื้นผิวที่มีลักษณะคล้ายกับโลโก้ในภาพยนตร์นี้ เกิดจากปรากฎการณ์ลมและลาวาที่เคลื่อนตัวผ่านเนินทรายบริเวณ Hellas Planitia ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของดาวอังคาร มิน่าใช่ฝีมือของมนุษย์หรือมนุษย์ต่างดาวแต่อย่างใด ซึ่งเดิมทีนั้น เนินทรายขนาดใหญ่แห่งนี้เคยมีรูปร่างคล้ายพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวอยู่ก่อนแล้ว แต่หลังจากเกิดการระเบิดของลาวาจนทำให้แข็งตัวและถูกกระแสลมพัดเอาทรายออกไป จึงเผยให้เห็นเป็นสัญลักษณ์ดังกล่าวนั่นเอง และเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เหตุการณ์แรก...

พบกับสารที่ทำให้ “ดวงตาของมนุษย์” สามารถมองเห็นในสถานที่ ที่มืดสนิทได้

การที่มนุษย์จะสามารถมองเห็นในที่มืดได้โดยไม่พึ่งพาอุปกรณ์เสริมดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เกินจริงเป็นอย่างมาก แต่เมื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อว่า "Science for the Masses" ได้ค้นพบสารที่ทำปฏิกิริยาบางอย่างกับดวงตาของมนุษย์ ซึ่งมีชื่อว่า "50 microliters of Chlorin e6" ที่ปกติจะสามารถพบได้เฉพาะในปลาทะเลน้ำลึก และเป็นประเภทที่สามารถว่ายน้ำได้ในที่แสงน้อยหรือทึบแสงเท่านั้น สิ่งที่เกินจริงนี้ก็กลับกลายมาเป็นความจริงสะอย่างนั้น นายกาเบรียล ลิซินา (Gabriel Licina) หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ดังกล่าวได้ให้ข้อมูลว่า การหยดสารดังกล่าวลงบนดวงตาแค่ไม่กี่หยด และกระพริบตาแค่ไม่กี่ครั้งก็ทำให้เขาสามารถมองเห็นภาพต่าง ๆ รอบตัวในที่มืดสนิทได้ ซึ่งในช่วงแรกของการทดลองเขามองเห็นเห็นแสงแฟลชสีเขียวและดำอยู่ประมาณชั่วโมงหนึ่ง ก่อนที่จะเริ่มมองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวในที่มืด ในการทดลอง นายลิซินาจะต้องมองและระบุให้ได้ว่าวัตถุที่ทีมทดลองกำหนดให้นั้นคืออะไร โดยทีมทดลองเริ่มต้นจากการสั่งคนไปยืนอยู่ตรงต้นไม้ในระยะตั้งแต่ 10 เมตร จนถึง 50...

นักสัตววิทยาเชื่อว่า “ลายของม้าลาย” ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังทำหน้าที่ระบบระบายความร้อน

หลังจากความลึกลับของ "ลายของม้าลาย" ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์งงงวยถึงหน้าที่ของมันมานานหลายศตวรรษ ล่าสุดนักสัตววิทยาเชื่อว่าแถบสีขาวสลับดำของมันนั้น แท้จริงแล้วมีหน้าที่เปรียบเสมือนระบบระบายความร้อนที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นการสร้างการระบบหมุนเวียนของอากาศภายในร่างกายราวกับพัดลมธรรมชาติที่ช่วยในการระเหยของเหงื่อ อดีตช่างเทคนิคชีววิทยาหญิง Alison Cobb และสามีที่เป็นนักสัตววิทยา ดร. Stephen Cobb จาก University of Nairobi ได้ความเชื่อนี้มาจากการทดลองโดยวัดอุณหภูมิของแถบสีดำและสีขาวของม้าลายที่เกิดในป่า 2 ตัว เป็นเวลา 15 นาทีในวันที่แดดจัดในประเทศเคนยา พวกเขาพบว่า ตลอดทั้งวันแถบสีดำดูดซับอุณหภูมิระหว่าง 44 และ 56 องศาเซลเซียส แต่แถบสีขาวกลับสะท้อนอุณหภูมิออกไปและคงอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 36 และ 42 องศาเซลเซียส Cobb เชื่อว่าการที่แถบสีมีอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ก่อให้เกิดการไหลเวียนของอากาศขนาดเล็ก...

ในที่สุดหอสังเกตการณ์โซเฟีย ก็สามารถตรวจพบ “โมเลกุลแรก” ในจักรวาล ได้สำเร็จ !

เส้นทางแห่งการค้นหาหน่วยโมเลกุลแรกในจักรวาลอันกว้างใหญ่ ในที่สุดก็ได้มาถึงฝั่งฝัน เมื่อดร. รอล์ฟ กุสเตน (Dr. Rolf Guesten) และทีมงานดาราศาสตร์แห่งสถาบันดาราศาสตร์วิทยุมักซ์พลังค์ ได้ค้นพบหน่วยโมเลกุลที่มีชื่อว่า “ไอออนฮีเลียมไฮไดรด์ (Helium hydride ion, HeH+)” ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ตามหลักทฤษฎีแล้ว หลังเกิดปรากฏการณ์บิ๊กแบง (Big Bang) ได้ประมาณ 100,000 ปีที่แล้ว จักรวาลของเราก็ได้เย็นตัวลงจนมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 4,000 เคลวิน ด้วยเหตุนี้อะตอมที่ล่องลอยอยู่ทั่วอวกาศ อาทิเช่น ไฮโดรเจน และฮีเลียม จึงเริ่มมีการรวมตัวกันจนเกิดเป็นโมเลกุลขึ้นในที่สุด เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2562...

การวิวัฒนาการสุดสยองของ “ปลาตกเบ็ด” ตัวผู้หายไปไหนหมด ? ทำไมเหลือแต่ตัวเมีย

ปลาตกเบ็ด (Anglerfish) เป็นปลาที่ผมเชื่อว่า ทุกคนน่าจะเคยเห็นรูปร่างหน้าตาของมัน เพราะด้วยลักษณะที่แปลกประหลาดกว่าปลาทั่วไป ทำให้มีคนเขียนถึงเรื่องและลักษณะทางกายภาพของมันเยอะมาก แต่ผมเชื่อว่าข้อมูลที่ Flagfrog จะนำเสนอต่อไปนี้ คุณต้องไม่เคยอ่านจากที่ไหนมาก่อนแน่นอน ปลาชนิดดังกล่าวอยู่ในตระกูล Ceratiidae โดยปกติจะอาศัยอยู่ในห้วงทะเลลึกดำมืด ลักษณะเด่นของมันคือหน้าตาที่แสนจะอัปลักษณ์ ตาโต ปากกว้าง และมีฟันแหลมคมดูน่ากลัว ทว่าลักษณะที่เด่นที่สุดที่ทำให้หลายคนสามารถจดจำปลาชนิดนี้ก็คือ อวัยวะที่คล้ายคันเบ็ดส่องแสงเพื่อใช้ล่อเหยื่อในทะเทลึกนั่นเอง ด้วยลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์นี้คนไทยจึงตั้งชื่อให้ว่า "ปลาตกเบ็ด" นั่นเองครับ แต่เดิมปลาชนิดนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก นักชีววิทยาหลายคนที่ทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมันถึงขั้นต้องประหลาดใจ เนื่องจากปลาตกเบ็ดทุกตัวที่พวกเขาจับมาได้นั้นล้วนเป็น “ตัวเมีย” ทั้งหมด และไม่ว่าจะพยายามหาเท่าไรพวกเขาก็ไม่สามารถพบปลาตกเบ็ดตัวผู้ได้เลยแม้แต่ตัวเดียว อีกเรื่องที่น่าประหลาดใจก็คือ เหล่านักชีววิทยาได้พบ “ติ่ง” ที่มีลักษณะคล้ายกับ “ปรสิต” ในหมู่ปลาตกเบ็ดตัวเมียจำนวนหลายตัวที่พวกเขานำมาศึกษา และพบบางตัวที่มี “ติ่ง” ดังกล่าวมากกว่าติ่งเดียว...