วิทยาศาสตร์
วันพุธ, กุมภาพันธ์ 26, 2020

วิทยาศาสตร์

นักวิทย์ฯ ค้นพบปรสิต “มีชีวิตโดยไม่ต้องหายใจ” ชนิดแรกของโลก

มนุษย์อย่างเรา ๆ หยุดหายใจเกิน 3 นาทีก็โบกมือบ๊ายบายไปสวรรค์กันแล้ว แต่คุณรู้หรือไม่ว่าบนโลกเรามีสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องหายใจ มันคือ Henneguya salminicola Henneguya salminicola คือพยาธิชนิดหนึ่ง ที่มักฝังตัวอยู่ในเนื้อปลาหรือหนอนทะเล หากเป็นเช่นนี้เกือบชั่วชีวิตของพวกมันคงไม่ได้สัมผัสแก๊สออกซิเจนหรืออากาศบริสุทธิ์อย่างแน่นอน ผลที่ตามมาคือพวกมันจะขาดพลังงาน แต่พวกมันจะปล่อยให้ตัวเองขาดพลังงานและอากาศหายใจอย่างนั้นเหรอ? จากงานวิจัยหนึ่งซึ่งเผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์ Proceedings of the National Academy of Sciences นักวิจัยได้นำปรสิตตัวนี้มาทำผังจีโนมพันธุกรรม เพื่อค้นหายีนที่อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการหายใจหรือเปลี่ยนแปลงพลังงาน ปรากฏว่าพวกมันไม่มียีนของไมโตคอนเดรีย (Mitochondria - ชิ้นส่วนในเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างพลังงานจากออกซิเจน) ในขณะที่สัตว์สายพันธุ์อื่น ๆ จะมียีนนี้อยู่ด้วย มิได้มีเพียงแค่ยีนสำหรับการหายใจและสร้างพลังงานที่หายไปนะครับ H. salminicola ยังขาดโครงสร้างบางอย่างไป เช่น...

งานวิจัยเผย ใช้หัวโหม่งฟุตบอลบ่อย ๆ อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะความจำเสื่อม

บางทีผมเคยคิดว่า เวลาที่นักฟุตบอลใช้หัวโหม่งลูกหรือนักมวยถูกต่อยไปที่ศีรษะ มันจะส่งผลเสียต่อสมองพวกเขาหรือไม่? วันนี้ผมมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาให้อ่านกันครับ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2020 เว็บไซต์ Phys.org กล่าวถึงงานวิจัยจากวารสารวิทยาศาสตร์ JAMA Neurology เผยว่าการใช้ศีรษะโหม่งลูกฟุตบอล อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะความจำเสื่อม (Dementia) ได้ง่ายกว่าคนทั่วไปครับ ฟุตบอลคือกีฬาที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกโดยมียอดผู้เล่นถึง 265 ล้านคน และการใช้ศีรษะโหม่งลูกฟุตบอลก็เป็นท่าที่นิยมใช้กันทั่วไป ทว่า ถึงแม้ลูกฟุตบอลที่กระแทกศีรษะจะไม่รุนแรงจนถึงขั้นทำให้เลือดออกในสมองได้ (หมายถึงถ้ามันกระแทกกับศีรษะเราด้วยความแรงที่เหมาะสมนะครับ) แต่จากการศึกษาในระยะยาวพบว่านักฟุตบอลที่มีความถี่ในการใช้ศีรษะโหม่งในช่วงระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี มีความสามารถในการจดจำและย้อนนึกความทรงจำได้ลดลง อีกทั้งยังมีปริมาณของเนื้อสมองสีขาว (White matter - ส่วนของเส้นใยประสาท ใช้ในการส่งข้อมูลประสานงาน) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อเรื่องของความจำได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม มิใช่ว่านักฟุตบอลที่ใช้ศีรษะโหม่งลูกทุกคนจะมีความเสี่ยงสูงนะครับ...

นักวิจัยพบกระบวนการพิเศษในตัวปลา ที่อาจเป็นกุญแจสู่ “ความเยาว์วัย” ของมนุษย์

จากการศึกษา ปลาคิลลี่ฟิช (killifish) ชิ้นล่าสุด เผยความลับเบื้องหลังปรากฏการณ์ทางชีวภาพที่หยุดการพัฒนาของตัวอ่อนได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเยาว์วัยของมนุษย์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตามรายงานของสำนักข่าว The Independent เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2020 ปลาคิลลี่ฟิชสามารถทำให้ตัวเองอยู่ในสถานะ “suspended animation” (สภาวะการตายเชิงคลินิก โดยหยุดกระบวนการทางชีวภาพ) ที่ซึ่งตัวอ่อนจะทำการหยุดกระบวนการแก่ชราเพื่อช่วยให้พวกมันอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายได้ นักวิจัยพบว่าตัวอ่อนที่อยู่ในสภาวะนี้ การเจริญเติบโตของเซลล์และการพัฒนาอวัยวะ จะสามารถถูกระงับเอาไว้ได้เป็นเวลานานหลายเดือนหรือหลายปี ทำให้หยุดการเจริญเติบโต การเจริญพันธุ์ และอายุขัยอย่างสิ้นเชิง ฉะนั้นการทำความเข้าใจกับกลไกนี้อาจสามารถนำไปรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับความชราและการรักษาอวัยวะของมนุษย์ได้   "ธรรมชาติได้พบวิธีหยุดนาฬิกาแล้ว" - ศาสตราจารย์ แอนน์ บรูเน็ท (Anne Brunet) นักพันธุศาสตร์และผู้ร่วมเขียนงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) กล่าว งานวิจัยชี้ว่า...

นักวิจัยคิดค้นยาแก้ปวดชนิดใหม่ สกัดจาก “พิษงูหางกระดิ่ง”

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2020 เว็บไซต์ Science Alert เผยว่า นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งกำลังศึกษาการใช้พิษงูหางกระดิ่ง (Rattlesnake) ในการบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง ซึ่งล่าสุดได้มีการตีพิมพ์งานวิจัยออกมาเป็นครั้งแรกแล้วครับ Crotoxin คือชื่อของพิษจากงูหางกระดิ่งแอฟริกาใต้ (งูชนิดนี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Crotalus durissus ssp. terrificus) ซึ่งมีคุณสมบัติในการทำให้เหยื่อกลายเป็นอัมพาต แต่มันยังสามารถต้านการอักเสบได้เป็นอย่างดี จึงเชื่อว่าพิษงูชนิดนี้อาจนำมาใช้บรรเทาปวดเรื้อรังได้ครับ อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือ Crotoxin เป็นสารพิษที่มีความรุนแรงมาก การนำมาใช้กับมนุษย์หรือสัตว์ทดลองโดยตรง อาจเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้น นักวิจัยจึงต้องหาแนวทางในการลดความเป็นพิษของ Crotoxin ให้อยู่ในระดับที่ร่างกายของมนุษย์สามารถรับได้ แต่ยังคงประสิทธิภาพในการบรรเทาปวดไว้อยู่ หนึ่งในสารที่ช่วยลดความเป็นพิษจากงานวิจัยนี้ คือ SBA-15 silica เป็นสารประกอบซิลิกาที่นิยมผสมลงในวัคซีน เพื่อช่วยให้สารสำคัญในวัคซีนสามารถทำปฏิกิริยากับภูมิคุ้มกันในร่างกายได้นานพอ...

นักวิทย์ฯ ค้นพบ Madseniana แบคทีเรียกู้โลก ช่วยกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2020 นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Cornell ค้นพบแบคทีเรียสายพันธุ์ใหม่ชื่อว่า Paraburkholderia madseniana ด้วยคุณสมบัติพิเศษบางอย่างของมัน จึงเชื่อว่ามันน่าจะช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์บนโลกได้ สำหรับแบคทีเรียในสกุล Paraburkholderia นั้น อยู่บนโลกเรานานกว่า 4 พันล้านปีแล้ว โดยแบคทีเรียในกลุ่มนี้มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนสารเคมีกลุ่มอะโรมาติก (Aromatic) เพื่อให้เกิดการย่อยสลาย รวมถึงบางสปีชีส์สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศเพื่อเป็นอาหารแก่พืชได้ด้วย แต่แบคทีเรีย Madseniana (ผมขอเรียกชื่อสปีชีส์ละกัน) มีความสามารถในการย่อยสลายสารในกลุ่ม Polycyclic aromatic hydrocarbons (PAHs) สารพิษชนิดหนึ่งที่มักปนเปื้อนในดินและยากแก่การกำจัด ผู้ค้นพบแบคทีเรียตัวนี้คือ Gene Madsen ซึ่งเคยทำงานวิจัยเกี่ยวกับแบคทีเรียชนิดนี้ และได้คัดแยกพวกมันจากดินเพื่อมาทำการศึกษา จนกระทั่งเขาได้เสียชีวิตในปี 2017...

นักวิทย์พบว่า สมองของ “คนที่ชอบรังแกผู้อื่น” มีขนาดเล็กกว่าคนปกติ

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2020 สำนักข่าว Futurism รายงานว่า ทีมนักประสาทวิทยานานาชาติทำการสแกนสมองของคนที่ชอบบูลลีหรือรังแกผู้อื่นมาเป็นเวลานาน และพบว่าสมองของพวกเขามีขนาดเล็กกว่าสมองของคนอื่น ๆ มาก "การค้นพบของเราสนับสนุนแนวคิดที่ว่า คนที่มีพฤติกรรมต่อต้านสังคมในเส้นทางชีวิต อาจมีความแตกต่างในโครงสร้างสมองของที่ทำให้พวกเขายากที่จะพัฒนาทักษะทางสังคม ซึ่งผลักดันพวกเขาให้มีส่วนร่วมในพฤติกรรมเหล่านี้" - คริสทินา คาร์ลิซี (Christina Carlisi) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน (University College London) กล่าว ทีมนักวิจัยใช้เครื่อง MRI เพื่อตรวจสมองของอาสาสมัครกว่า 652 คน และพบว่า สมองของคนที่มีรูปแบบของการขโมย การล่วงละเมิดและความรุนแรง การรังแก...

นักวิทย์ฯพบ Ghost DNA (เผ่าพันธุ์ลึกลับจากยุคโบราณ) ที่ยังมี DNA อยู่ในคนปัจจุบัน

วันที่ 12 ก.พ. 2020 นักวิทยาศาสตร์ค้นพบหลักฐานว่า มีเผ่าพันธุ์มนุษย์โบราณลึกลับที่เราไม่รู้จัก อาศัยอยู่ในแอฟริกาเมื่อประมาณ 5 แสน - 1 ล้านปีก่อน และยังมียีนสืบทอดอยู่ในคนแอฟริกายุคปัจจุบัน การค้นพบนี้ทำให้สำนักข่าวทั่วโลกต่างเรียกบรรพบุรษสุดลึกลับผู้นี้ว่า "Ghost DNA" ถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญเลยล่ะครับ การค้นพบนี้เกิดขึ้นเมื่อ Sriram Sankararaman และ Arun Durvasula นักพันธุศาสตร์ จาก University of California ได้ทำการวิเคราะห์จีโนมจำนวน 405 ตัว ที่ได้รับมาจากประชากรแอฟริกาตะวันตก 4 คน โดยมาจากไนจีเรีย...

นักวิทย์เสนอไอเดีย แฮ็กยีนมนุษย์เพื่อให้การเสพโคเคน “สนุกน้อยลง”

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2020 สำนักข่าว Futurism รายงานว่า นักวิจัยจาก Mayo Clinic เสนอทางเลือกในการรักษาการเสพติดโคเคนรูปแบบใหม่ นั่นคือการแฮ็กยีนของมนุษย์เพื่อให้ความสนุกจากเสพลดน้อยลง นักวิทยาศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยเทนเนสซี่ (University of Tennessee) รายงานว่านักวิจัยจาก Mayo Clinic ตีพิมพ์บทความที่ว่าด้วยการฉีดโปรตีนที่ควบคุมสารสื่อประสาทของมนุษย์ และให้ผลลัพธ์เป็นบวกในการลดการติดโคเคนในหนูทดลอง แต่เนื่องจากการฉีดโปรตีนเข้าไปทุก ๆ วันเป็นเรื่องเพ้อฝันเกินกว่าที่จะใช้ได้จริง นักวิจัยจาก Mayo จึงตั้งคำถามว่า "ทำไมเราไม่ใช้ความก้าวหน้าในการรักษาด้วยยีน เพื่อให้ร่างกายผลิตสุดยอดโปรตีนเหล่านี้ขึ้นมาด้วยตัวเองล่ะ ?" จากผลการทดลองเบื้องต้นในหนูถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมมาก ด้วยเหตุนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) จึงอนุมัติให้สามารถทำการวิจัยในคนได้แล้ว อย่างไรก็ดี อย่าเพิ่งคาดหวังว่าจะเห็นการรักษาเช่นนี้ในคลินิกบำบัดในอนาคตอันใกล้นะครับ เนื่องจากการวิจัยกับมนุษย์อาจต้องใช้เวลาหลายปี...

งานวิจัยเผย พืชและสัตว์กว่า 1 ใน 3 ทั่วโลก จะสูญพันธุ์ในอีก 50 ปีข้างหน้า

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2020 มหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยผลงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง อาจทำให้เกิดการสูญพันธุ์ของพืชและสัตว์หลายชนิดได้ภายในปี 2070 งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Proceedings of the National Academy of Sciences ซึ่งบางคนอาจสงสัยว่าเหตุใดนักวิจัยเหล่านี้จึงสามารถคาดเดาสถานการณ์ในอนาคตได้ถึง 50 ปี ผมจะขอกล่าวในลำดับถัดไป นักวิจัยเลือกใช้โมเดลในการประเมินเหตุการณ์ จากข้อมูลการสูญพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่าน, อัตราการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตในแต่ละสปีชีส์ และโอกาสในการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากข้อมูลเหล่านี้เราจะได้พืชและสัตว์ทั้งสิ้น 538 สปีชีส์จาก 581 สถานที่ทั่วโลก (โดยนักวิจัยสืบค้นมาจากฐานข้อมูลที่ถูกเก็บในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา) จากนั้นจึงนำมาประกอบกับข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศของแต่ละสถานที่ หากมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศมาก โอกาสสูญพันธุ์ของพืชและสัตว์ในสถานที่แห่งนั้นก็จะมีมากขึ้นเช่นกัน เมื่อนำข้อมูลทั้งหมดไปคำนวณบนคอมพิวเตอร์ปรากฏว่าในปี...

เผยวิธีล่าเหยื่อด้วย “ลูกระเบิด” ของกะพรุนหัวคว่ำ – ปล่อยพิษได้แม้ไม่สัมผัสเหยื่อ

จากความรู้ก่อหน้านี้เราเชื่อว่าแมงกะพรุนเวลาปล่อยพิษใส่เหยื่อ จะต้องใช้หนวดสัมผัสเหยื่อเพื่อปล่อยเข็มพิษออกมา ทว่า แมงกะพรุนหัวคว่ำ (Upside-down jellyfish) สามารถปล่อยพิษออกมาได้โดยที่ไม่ต้องสัมผัสกับเหยื่อครับ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2020 นักวิจัยจากห้องแลปแห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ พยายามค้นหาคำตอบของเรื่องนี้ เนื่องจากมี Cheryl Ames หนึ่งในผู้ร่วมวิจัย พบว่าตนเองได้รับพิษของแมงกะพรุนหัวคว่ำขณะดำน้ำ ทั้งที่เธอไม่ได้แตะต้องตัวของมันเลย อนึ่ง แมงกะพรุนหัวคว่ำ มีชื่อเรียกเรียกเก๋ ๆ ว่า แคสสิโอเปีย (มาจากชื่อของสกุล Cassiopea และเป็นชื่อของมารดาเจ้าหญิงแอนโดรเมดา ตามตำนานกรีก) ปกติแล้วแมงกะพรุนชนิดนี้เมื่อโตเต็มวัยจะอาศัยอยู่บริเวณพื้นทะเลหรือมหาสมุทร คอยใช้หนวดพิษโบกพัดจับกุ้งตัวเล็ก ๆ มากิน และสังเคราะห์แสงโดยสาหร่ายสีเขียวที่เติบโตอยู่ภายใน ประเด็นมันอยู่ตรงที่  Cheryl...