วิทยาศาสตร์
วันพุธ, สิงหาคม 5, 2020

วิทยาศาสตร์

นักวิจัยค้นพบ “ปรสิต” (สุดโหด) บนหัวของกิ้งกือที่ดูคล้าย “ลูกเอเลี่ยน”

สิ่งมีชีวิตที่ดูคล้ายเอเลี่ยนชนิดนี้ แท้จริงแล้วมันคือ "ใบหน้าของกิ้งกือตัวผู้" สายพันธุ์อเมริกาเหนือ (American millipedes ชื่อวิทยาศาสตร์ Cambala annulata) ที่ถูกส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังขยาย 10 เท่า โดยในปี 2018 ภาพดังกล่าวเคยถูกแชร์และส่งต่อกันไปเป็นจำนวนมาก เพราะอย่างที่ทุกคนเห็น "มันมีลักษณะคล้ายกับเอเลี่ยนมากจริง ๆ" จนกระทั่งเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2020 ได้มีคนนำภาพนี้กลับมาโพสท์ลงทวิตเตอร์และเริ่มเป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง แต่แล้วเรื่องเหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้น เมื่อนักวิจัยท่านหนึ่งที่กำลังไถหน้าไทม์ไลน์ที่เพื่อนรีทวิตมา (เหมือนการแชร์ของเฟสบุ๊ค) ได้สังเกตเห็น "สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่" และก็ได้ค้นพบมันจากการไถทวิตในครั้งนี้ (ตาดีจริง ๆ) โดยเจ้าสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่ว่าก็คือ "ราปรสิต" ที่ในภายหลังถูกตั้งชื่อว่า "Troglomyces twitteri"...

ความลับง่าย ๆ ที่ทำให้ “กิ้งก่าบาซิลลิสก์” กลายเป็นนินจา “สามารถวิ่งบนน้ำได้”

เชื่อหรือไม่ว่า ? ทั่วโลกนั้นมีสัตว์มากกว่า 1,200 ชนิด ที่มีสกิลสามารถ "วิ่งบนน้ำได้" แต่ส่วนมากจะเป็นเพียงแมลงตัวเล็ก ๆ หรือแมงมุมตัวจิ๋ว ๆ เท่านั้น ซึ่งผิดกับเจ้าสัตว์ชนิดนี้ ที่ชื่อว่า "กิ้งก่าบาซิลลิสก์" (Basilisk lizard - ชื่อวิทยาศาสตร์ Basiliscus basiliscus) ที่แม้เมื่อมีขนาดโตเต็มวัย ยาวกว่า 80 มม. หนัก 80 กรัม แต่ยังสามารถวิ่งบนผิวน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่จม แถมยังเร็วมาก ๆ อีกด้วย ซึ่งความสามารถสุดพิเศษที่ได้มาตั้งแต่เกิดนี้ จึงทำให้มันถูกตั้งฉายาว่า...

จากภารกิจสำรวจใต้ทะเลล่าสุด ทำให้เราได้พบกับ “แมลงสาบทะเลยักษ์” ณ อินโดนีเซีย

สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ทุกคนเห็นอยู่นี้ พวกมันไม่ใช่สัตว์ตระกูลเดียวกับแมลงสาบแต่อย่างใด (Cockroach) แต่มันคือสัตว์น้ำเปลือกแข็งที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับ กุ้ง กั้ง ปู ซึ่งมีชื่อจำเพาะเจาะจงว่า ไอโซพอดยักษ์ (Giant Isopod) แต่เนื่องจากทั้งลักษณะภายนอก และหน้าตาของมันที่มีความคล้ายคลึงกับแมลงสาบมาก มันจึงถูกตั้งชื่อเล่นว่า "แมลงสาบทะเลยักษ์ - Sea Cockroach" นั่นเอง เข้าเรื่องภารกิจสำรวจ : จากการร่วมมือกันของทีมนักสำรวจ 2 ประเทศ สิงคโปร์ + อินโดนีเซีย ทำให้ภารกิจสำรวจใต้ทะเลลึกอินโดนีเซีย-เพื่ออัพเดตตัวเลขของสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ทำให้คณะสำรวจ 31 ชีวิต ที่อยู่กลางทะเลนานกว่า 14 วัน...

นี่คือเจ้า “ไซคี-16” ดาวที่มีค่ามากพอจะทำให้ทุกคนบนโลก กลายเป็น “มหาเศรษฐี” ได้เลย

“ดาวเคราะห์น้อย ไซคี 16” (Psyche 16 asteroid) ถูกพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1852 โดยนักดาราศาสตร์ชาวอิตาลี อันนิบาเร่ เด กัสปาริส (Annibale de Gasparis) โดยดาวดวงนี้ได้รับฉายาว่า "ขุมทรัพย์แห่งอวกาศ" (Treasure in space) เพราะดาวทั้งดวงเต็มไปด้วยทองคำ ซึ่งคาดว่าทั้งหมดนั้นมีมูลค่ามากถึง 10 ล้านล้านล้านดอลลาร์ (ตัวเลข 10,000 ตามด้วย เลขศูนย์ 15 ตัว) ซึ่งตัวเลขมหาศาลจำนวนนี้มากพอที่จะทำให้มนุษย์ทุกคนบนโลกกลายเป็นมหาเศรษฐีได้เลย โดยดาวเคราะห์น้อย "ไซคี 16" มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง...

มันมีอยู่จริง..พบกับ “พลานาเรีย” หนอนที่ “เพิ่มเป็นตัวใหม่ได้” (ตามจำนวนครั้งที่ถูกตัด)

ทั้งถูกตัด-ถูกหั่น-ถูกเฉือน แต่ทำไมจำนวนของพวกมันกลับมีมากขึ้นล่ะ ? เราคงเคยเห็นแต่ในหนังใช่มั้ยครับ แต่เดี๋ยวก่อน เพราะสิ่งมีชีวิตสุดแปลกแบบนี้มีอยู่จริง ชื่อว่า "พลานาเรีย" (Planarian - ชื่อวิทยาศาสตร์ schmidtea mediterranea)  เป็นสัตว์จำพวกหนอนตัวแบน อาศัยอยู่ในน้ำ ความยาวเพียง 1 ซม. มี 2 เพศในร่างเดียว แต่ที่น่าสนใจสุด ๆ ก็คือ "มันเป็นอมตะ" เพราะตายไม่เป็นนั่นเอง เนลสัน ฮอล (Nelson Hall) นักศึกษาปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมชีวภาพ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำการทดลองตัดแบ่งเจ้าพลานาเรีย ออกเป็น 4...

ปรากฏการณ์ “ไบรนิเคิล” (เกลียวมรณะใต้ทะเล) แช่แข็งทุกสิ่งมีชีวิตเพียงแค่เคลื่อนผ่าน

ปรากฏการณ์เกลียวน้ำแข็งใต้ทะเล มีชื่อทางการว่า "ไบรนิเคิล" (Brinicles) เกิดจาก - น้ำบนแผ่นน้ำแข็งที่มีความความเย็นสูงกว่า - บังเอิญจมลงและไหลผ่านน้ำที่อยู่ใต้แผ่นน้ำแข็ง - จึงทำให้น้ำบริเวณโดยรอบของการไหลผ่าน (จากด้านบนลงมา) เปลี่ยนเป็นน้ำแข็งไปด้วย - ซึ่งจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อน้ำจากบริเวณทั้งสองมีอุณหภูมิเท่ากัน ซึ่งบริเวณส่วนปลายของเกลียว จะมีลักษณะเป็นเส้นใยจำนวนมาก และเมื่อสัมผัสกับสิ่งใดเส้นใยเหล่านี้ก็จะพอกตัวเป็นน้ำแข็งหนาขึ้นเรื่อย ๆ แช่แข็งเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ด้านล่าง (ส่วนมากจะเป็นปลาดาวเพราะหนีไม่ทัน) โดยเจ้าเกลียวน้ำแข็งนี้ คล้ายกับปรากฏการณ์ Super-cooling (การทำเบียร์วุ้น) คือการที่ของเหลวมีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งระดับนึง แต่ยังไม่สามารถแข็งตัวเป็นผลึกได้ กระทั่งเกิดการกระทบทำให้โมเลกุลของน้ำที่พร้อมตกผลึกอยู่แล้วแต่ยังอยู่ห่างกัน สามารถเข้าจับตัวกันสำเร็จจนกลายเป็นผลึกน้ำแข็งอย่างรวดเร็วนั่นเอง เราก็ได้รู้จักและได้คำตอบเกี่ยวกับปรากฏการณ์สุดอัศจรรย์นี้เรียบร้อยแล้วนะครับ ทีนี้ผมอยากเล่าถึงความยากลำบากของนักวิจัย และตากล้องที่ได้เก็บภาพสวย ๆ แบบด้านบนนี้กันบ้าง ย้อนกลับไปในการถ่ายทำสารคดี เมื่อปี 2005 หลังจากทีมงานชาวฝรั่งเศส...

พบกับ “เชื้อรา” ที่สามารถเปลี่ยน “แมลงขนาดเล็ก” ให้กลายเป็นซอมบี้ได้

เชื่อว่าก่อนหน้านี้ ผู้อ่านหลายท่านคงเคยเห็นเรื่อง "เชื้อราซอมบี้" ผ่านตากันมาบ้างแล้ว ซึ่งแต่ละเว็บก็นำเสนอข้อมูลหลากหลายกันไป ผมจึงอยากขอเรียบเรียงใหม่ โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือสูง NatGEO ที่นักวิจัยไทยและอังกฤษได้ทำวิจัยและบันทึกข้อมูลโดยย่อไว้ครับ ถ้าทุกคนพร้อมแล้ว เริ่มกันเลย !! เชื้อราซอมบี้ ที่ทุกคนเห็นอยู่นี้มีชื่อทางการว่า Ophiocordyceps หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่า "Zombie fungus" ก็ได้ มีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ พบได้มากที่บราซิล ที่ไทยมีอยู่ที่เขาใหญ่ จัดอยู่ในกลุ่ม ราก่อโรคในแมลง (Insect Pathogens) ที่มีมากถึง 400 ชนิด แต่ด้วยความโหดจึงทำให้มันดังจนติดอันดับท็อป และถ้าถามว่าโหดขนาดไหน...

ภารกิจตามล่าดวงดาวที่หายไป เมื่อจู่ ๆ ดาวสว่างกว่าอาทิตย์ 2.5 ล้านเท่า หายไร้ร่องรอย

ตั้งแต่ปี 2001 ถึงปี 2011 ทีมนักดาราศาสตร์ยุโรป (ESA) ได้เริ่มศึกษาและค้นหาดาวมวลสูงที่มีโอกาสระเบิดเป็นซูเปอร์โนวาในกาแลกซี่ต่าง ๆ ทั่วจักรวาล จนได้พบกับดาวที่น่าสนใจดวงหนึ่งในกาแล๊กซี่แคระคินแมน (Kinman Dwarf - อยู่ห่างจากโลก 75 ล้านปีแสง) โดยสิ่งที่ทำให้ดาวดวงนี้น่าสนใจมากก็เพราะ มันเป็นดาวดวงใหญ่ที่มีสีฟ้าสว่างสดใส ซึ่งความสว่างของมันมีพลังงานมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 2.5 ล้านเท่า !! (เพราะกำลังจะระเบิด) แต่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2020 หลังจากที่ใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องดูอีกครั้ง กลับพบว่า "ดาวดวงนี้หายไปแล้ว แต่ไม่พบร่องรอยของการระเบิด หรือเศษซากซุปเปอร์โนวาใด ๆ เลย" ซึ่งการค้นพบปริศนาครั้งนี้...

นี่คือเจ้า MegaFlash ปรากฏการณ์ “สายฟ้ายักษ์” ที่เปรี้ยงเดียวแต่ไกลถึง 700 กิโลเมตร !!

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2019 เกิดปรากฎการณ์ "ฟ้าแลบขนาดใหญ่" จนเกิดเป็นสายฟ้าที่ยาวต่อเนื่องกันเป็นระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร (ทอดยาวจากชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกบราซิล ไปจนถึงชายแดนทางตอนเหนือของประเทศอาร์เจนตินา) จากบันทึกของ WMO (องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก) ยกให้สายฟ้าเส้นนี้เป็นปรากฎการณ์ “สายฟ้ายาวที่สุดในโลก” โดยตั้งชื่อให้เท่ ๆ ว่า “Megaflash” ซึ่งเจ้า Megaflash ทำลายสถิติเดิมที่มีการบันทึกไว้เมื่อปี 2007 ที่ตอนนั้นทำความยาวต่อเนื่องไว้ที่ 320 กิโลเมตร เกิดขึ้นที่รัฐโอคลาโฮมา โดยสาเหตุที่มันมีความยาวกว่าเดิม 2 เท่าได้ขนาดนี้ เพราะเกิดจากการเหนี่ยวนำของประจุไฟฟ้าระหว่างก้อนเมฆยาวต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ จนยาวข้ามประเทศแบบนี้นั่นเอง ปรากฏการณ์สายฟ้ายักษ์ต้องอาศัยความบังเอิญแบบสุด ๆ...

ความพิศวงของกาแล็กซีรูป “X” (เอ็กซ์) ทำไมมันถึงแปลก & เท่ขนาดนี้

กาแล็กซี่รูป X (เอ็กซ์) แห่งนี้ อยู่ห่างจากโลกของเรากว่า 800 ล้านปีแสง และถูกจัดอยู่ในประเภทพิเศษ "X-shaped galaxies" (กาแล็กซี่รูปกากบาท) มีชื่อทางการว่า PKS 2014-55 ส่องพบโดยกล้องโทรทรรศน์วิทยุเมียร์แคท (MeerKAT telescope) จำนวน 64 ตัว ณ ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งลักษณะกากบาทสุดโดดเด่นที่ทุกคนเห็น เกิดจากการที่หลุมดำ 2 แห่ง ที่โคจรในแนวขวางกับแกนการหมุนของกาแล็กซี่ กำลังกลืนกินดวงดาวและมวลสารต่าง ๆ จนทำให้เกิดก๊าซจำนวนมหาศาลพวยพุ่งออกมา แต่หากดูจากภาพสแกนจะเห็นว่า ที่จริงแล้วมันคือ รูปบูมเมอแรง 2 อันต่างหาก...