วิทยาศาสตร์
วันเสาร์, ตุลาคม 31, 2020

วิทยาศาสตร์

(ล่าสุด 2020) เราเพิ่งค้นพบ “อวัยวะใหม่” (ที่อยู่มาตั้งนานร่วมหมื่นปี-แต่ทำไมถึงพึ่งพบตอนนี้ ?)

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2020 ทีมแพทย์จากเนเธอร์แลนด์บังเอิญพบอวัยวะชิ้นใหม่ของมนุษย์ที่ซ่อนอยู่หลังโพรงจมูก นั่นคือ “ต่อมน้ำลายคู่ที่ 4” โดยถูกตั้งชื่อว่า “ทูเบอเรียล” (Tubarial Gland) มีลักษณะแบนราบ-อยู่ยาวลึกลงไปตามแนวคอหอย (ยาว 4 เซนติเมตร) ซึ่งตามตำราเดิมระบุว่ามนุษย์มีต่อมน้ำลายเพียง 3 ตำแหน่ง คือ 1.ต่อมน้ำลายหน้ากกหู 2.ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรล่าง 3.ต่อมน้ำลายใต้ลิ้น โดยต่อมน้ำลายใหม่นี้ถูกพบระหว่างทีมแพทย์กำลังใช้เทคนิคสแกนแบบใหม่บริเวณใบหน้าของผู้ป่วย เรียกว่า PSMA คือการฉีดสารโปรตีนที่ปนด้วยกัมมันตภาพรังสีอ่อน ๆ (ซึ่งจะเรืองแสงได้เมื่อนำไปแสกนด้วยเครื่อง PET และจะต้องใช้ CT Scan เพื่อยืนยันตำแหน่งจึงจะเห็นได้) และเพื่อให้แน่ใจ นักวิจัยจึงใช้โปรแกรมจำลองสามมิติขึ้นมาเพื่อให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น...

นักวิจัยพบสารใหม่ (คล้ายเวทมนตร์) ที่ตั๊กแตนใช้เรียกพวกแสนล้านตัว ให้มารวมกันได้ทันที

เมื่อปีที่แล้ว (2019) ทวีปแอฟริกาตะวันออกต้องเผชิญปัญหา “ฝูงตั๊กแตนนับแสนล้านตัว” บุกเข้าทำลายพืชผลส่งผลให้ประชากรในทวีปกว่า 19 ล้านคน ต้องเข้าสู่ภาวะขาดแคลนอาหารฉับพลัน ไม่เพียงเท่านี้ ฝูงตั๊กแตนยังส่งผลต่อการเดินทางอากาศอีกด้วย เช่น เหตุการณ์เครื่องบินโดยสารลำหนึ่งบินผ่านประเทศเอธิโอเปีย และต้องปะทะเข้ากับพวกมันมหาศาล ทั้งกระจกหน้าและเครื่องยนต์ต่างได้รับความเสียหายทำให้ต้องลงจอดฉุกเฉินทันที การรวมตัวของฝูงตั๊กแตนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย เพราะโดยธรรมชาติแล้วตั๊กแตนจะอยู่แยกกัน ไม่หากินเป็นฝูง นั่นทำให้เกิดคำถามว่า แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้พวกมันมารวมตัวกันมหาศาลได้ขนาดนี้ ? (และยังบ่อยครั้งขึ้นด้วยนะ) คำตอบ : ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเหอเป่ย (Hebei University) ได้เผยข้อมูลสำคัญลงในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2020 ระบุว่า ตั๊กแตนมีสารฟีโรโมนชนิดหนึ่งชื่อว่า 4-vinylanisole (ตัวย่อ...

ความลับของ “Black Goo” (มัมมี่สีดำ) อายุกว่า 3,000 ปี ที่เพิ่งถูกเปิดออกเมื่อปีที่แล้วนี่เอง

เมื่อปี 2019 นักวิจัยต่างตกตะลึงกับโลงศพมัมมี่โบราณ อายุกว่า 3,000 ปี ที่ไม่เคยถูกเปิดออกตั้งแต่สมัยราชวงศ์อียิปต์ที่ 19 (1,300 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งพบว่าภายในมีหีบมันมี่ถูกเคลือบด้วยสารสีดำปริศนา โดยหนึ่งในนั้นคือโลงศพของ Djedkhonsiu-ef-ankh ที่นักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นนักบวชชื่อดัง นั่นเพราะโลงศพมัมมี่ของเขามีความแตกต่างจากมัมมี่ทั่วไป โดยค้นพบที่มหาวิหารคาร์นัค (Karnak) ซึ่งมัมมี่นักบวชร่างนี้ถูกตกแต่งด้วยแผ่นทองคำตรงบริเวณใบหน้าและลงลวดลายสีสันบริเวณลำตัว จากนั้นจะถูกเทของเหลวสีดำเหนียวข้นทับหีบมัมมี่ ก่อนจะนำไปใส่โลงศพเป็นขั้นตอนสุดท้าย แล้วสารสีดำที่เคลือบหีบศพนั้นคืออะไร ? เพื่อหาคำตอบของคำถาม ดร.เคท ฟัลเชอร์ จากศูนย์วิจัยด้านวิทยาศาสตร์ของพิพิธภัณฑ์อังกฤษ (British museum) ได้เก็บตัวอย่างของสารสีดำปริศนามาวิเคราะห์ ด้วยวิธีการแยกโมเลกุลด้วยเครื่อง GC-MS (Gas Chromatography – Mass Spectrometry) อธิบายกระบวนการเข้าใจง่าย ๆ ดังนี้...

นักวิทย์สร้างเนื้อเยื่อ “กระดูกอ่อนมนุษย์” บนอวกาศสำเร็จแล้ว (การรักษาบนอวกาศเป็นจริง)

ล่าสุดเมื่อกลางปีที่ผ่านมา (17 กรกฎาคม 2020) นักวิจัยบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) สามารถสร้างกระดูกอ่อนของมนุษย์ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยนี่ถือเป็นความสำเร็จที่ก้าวหน้ามาก เพราะเมื่อเทียบกับบนโลกที่มีแรงโน้มถ่วงปกติ ความยากง่ายนั้นต่างกันลิบลับเลย แล้วแรงโน้มถ่วงเกี่ยวอะไรกับการสร้างเนื้อเยื่อ ? คำตอบ : เนื่องจากของเหลวในเครื่องพิมพ์ชีวภาพ (Bioprinter) มีขั้วแม่เหล็กที่ต้องอาศัยแรงโน้มถ่วงในการเคลื่อนที่ เพื่อลำเลียงและประกอบเซลล์เนื้อเยื่อตั้งต้นที่กระจัดกระจายให้เข้าหากันจนก่อตัวขึ้นรูปเป็นอวัยวะ โดยนักวิจัยเรียกวิธีการสร้างเนื้อเยื่อแบบนี้ว่า "การประกอบชิ้นส่วนทางชีวภาพแบบลอยตัว" (levitational bioassembly) เมื่อรู้คำตอบของปัญหา บริษัท 3D Bioprinting Solutions แห่งรัสเซีย จึงสร้างแม่เหล็กเพื่อจำลองแรงโน้มถ่วงเหมือนบนโลก จากนั้นจึงส่งมันขึ้นไปทดลองสร้างกระดูกอ่อนของมนุษย์บนสถานีอวกาศจากเซลล์เนื้อเยื่อ 3 มิติทรงกลม (Spheroid) ความสำเร็จครั้งนี้ถูกประกาศผ่านวารสารวิทยาศาสตร์ Science Advance โดย...

พบอาณาจักร “แบคทีเรียซอมบี้” ณ หลายพื้นที่ใต้เปลือกโลก (มวลรวมมากกว่ามนุษย์ถึง 300 เท่า)

ลึกลงไปกว่า 5,000 เมตร ใต้แผ่นเปลือกโลกที่ไม่มีทั้งแสงอาทิตย์ ไม่มีสารอาหาร และอุณหภูมิที่สูงถึง 100 องศาเซลเซียส เป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่น่ามีสิ่งมีชีวิตชนิดใดสามารถอาศัยอยู่ได้ แต่ทว่าเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2018 นักวิทยาศาสตร์กลับพบแบคทีเรียจำนวนมหาศาล ที่เติบโตอยู่ในสภาพแวดล้อมดังกล่าวได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งพวกเขาตั้งชื่อให้มันว่า “แบคทีเรียซอมบี้” (Zombie Bacteria) แบคทีเรียเหล่านี้ถูกค้นพบโดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากองค์กร Deep Carbon Observatory (OCD) โดยกล่าวว่า "พวกมันมีจำนวนมากจนน่าตกใจ ซึ่งมากขนาดที่ว่าหากนำมามัดรวมกันแล้วชั่งน้ำหนัก จะมีมวลมากกว่ามนุษย์บนโลกรวมกันถึง 300 เท่าเลยทีเดียว" โดยสถานที่ที่เก็บตัวอย่างขึ้นมานั้นคือหลายพื้นที่ทั่วโลกที่มีสภาพแวดล้อมแบบสุดขีด (ภูเขาไฟ เหมืองเพชร น้ำพุร้อน ใต้ทะเลลึก เหมืองทอง) แล้วแบคทีเรียเหล่านี้มีชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมสุดขั้วแบบนั้นได้อย่างไร...

นักสำรวจพบ “หมึก-สตรอเบอร์รี่” ในจุด Twilight Zone (หรือจุดเอเลี่ยน) ใต้มหาสมุทร

พบกับ "หมึกสตรอเบอร์รี่" (Strawberry Squid - ชื่อวิทยาศาสตร์ Histioteuthis heteropsis) สิ่งมีชีวิตสุดหายากที่อาศัยอยู่ใต้ทะเลลึก ณ จุดทไวไลต์โซน (Twilight Zone ระดับความลึก 200-1,000 เมตร) ณ มหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณรัฐแคลิฟอเนียร์ ซึ่งถูกพบครั้งแรกเมื่อ 100 ปีก่อน แต่มีรายงานการค้นพบพวกมันเพียง 152 ครั้งเท่านั้น โดยชื่อของมันถูกตั้งตามลักษณะเด่น ที่เมื่อดูจากภาพด้านบนจะเห็นว่า บริเวณผิวหนังมีลักษณะคล้ายกับผลไม้สตรอเบอร์รี่มากจริง ๆ นั่นเป็นเพราะ ผิวของมันมีสีแดงสด + มีเม็ดใสคล้ายอัญมณีที่มีหน้าที่สะท้อนแสง (เรียกว่า Photophores) ติดอยู่ตามร่างกายโดยรอบ...

“อุกกาบาตสีรุ้ง” วัตถุนอกโลก 4,500 ล้านปี (ภายในมีสารตัวเดียวกับ-สิ่งมีชีวิตบนโลกมีเช่นกัน)

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2019 เกิดเหตุอุกกาบาตขนาดใหญ่เท่าเครื่องซักผ้า พุ่งตกมายังโลกก่อนจะถูกชั้นบรรยากาศเผาจนเหลือขนาดเท่าฝ่ามือและแตกกระจายลงสู่หมู่บ้าน La Palmera (อ่านว่า ลา-ปัลเมร่า) และ Aguas Zarcas (อ่านว่า อา-กวัส-ซาร์-กัส) ประเทศคอสตาริกา โดยมันมีอายุกว่า 4,500 ล้านปี ถูกตั้งชื่อตามสถานที่แรกที่พบ "Aguas Zarcas" ความพิเศษของมัน คือ เมื่อผ่าครึ่งแล้วพบว่าภายในมี “สีรุ้ง” (rainbow) น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ซึ่งผู้โชคดีเจ้าของบ้านก็คือ มาร์เซีย กัมโปส มูโนส เธอให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันได้ยินเสียงดังโครม...

ความเทพของ “ยานสำรวจดวงอาทิตย์” ที่ทำให้เข้าใกล้อุณหภูมิ 1 ล้านองศาได้ (โดยไม่ไหม้)

สาเหตุที่ยานสำรวจดวงอาทิตย์ "Parker Solar Probe" (พาร์กเกอร์-โซล่า-โพรบ ตัวย่อ PSP) สามารถเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ในชั้นโคโรนา (Corona - ชั้นบรรยากาศนอกสุด) ที่มีอุณหภูมิสูงถึง 1,000,000 องศาเซลเซียสได้ นาซ่าเฉลยว่า "อุณหภูมิที่สูง (Temperature) ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้วัตถุที่เข้าใกล้ร้อนขึ้นเสมอไป (Heat) แม้รังสีความร้อนที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์จะทำให้อุณหภูมิในอวกาศสูงได้ถึงล้านองศา แต่ทว่ามันกลับไม่ทำให้วัตถุที่เข้าใกล้เกิดการเผาไหม้อย่างที่คิด นั่นก็เพราะมันไม่เกิดการถ่ายเทความร้อนลงมาที่วัตถุ หรือพูดง่าย ๆ คือ "ต่อให้อุณหภูมิสูงแค่ไหนแต่ถ้าไม่เกิดการถ่ายเท...วัตถุนั้น ๆ ก็จะไม่ได้รับความร้อน เนื่องจากในอวกาศมีความหนาแน่นต่ำจึงไม่เกิดการถ่ายเทความร้อนให้ยานอวกาศมากนัก" (จากที่จะโดนเต็ม ๆ  1 ล้านองศา แต่เหลือความร้อนที่ด้านหน้าของยานต้องเผชิญ 1,300 องศาเซลเซียส...

“จุลินทรีย์โบราณ” ที่หลับอยู่ใต้ทะเล 101 ล้านปี (ถูกปลุกชีพ) จนเริ่มเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง

เมื่อช่วงต้นปี 2020 ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโรดไอแลนด์ ได้ทำการปลุกชีพ "จุลินทรีย์โบราณ" (ancient microorganism) ให้ตื่นขึ้นจนเกิดการเคลื่อนไหวได้สำเร็จ หลังพบพวกมันหลับไหลอยู่ในตัวอย่างก้อนตะกอนที่เก็บมาจากก้นมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ เมื่อปี 2010 ณ ความลึก 5,000 เมตร จากการตรวจสอบพบว่าพวกมันมีอายุมากถึง 101 ล้านปีเลยทีเดียว การปลุกชีพในครั้งนี้ได้รับการเผยแพร่และยืนยันโดยการตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature ซึ่งในตอนแรกที่ส่องพบ พวกมันอยู่ในสภาพแน่นิ่งไร้การเคลื่อนไหว ทีมวิจัยจึงเชื่อว่ามันน่าจะตายไปแล้ว เพราะสภาพแวดล้อมที่พวกมันอาศัยนานนับร้อยล้านปีไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต (เนื่องจากแทบไม่มีอาหาร) จะมีก็เพียงออกซิเจนน้อยนิดเท่านั้น แต่ด้วยความสงสัย และเสียดายที่อุตส่าห์บ่มเชื้อจุลินทรีย์ไว้นานถึง 557 วัน ยูกิ โมโรโนะ (Yuki Morono - หัวหน้าทีมวิจัย)...

หากนักบินอวกาศเสียชีวิต (ขณะอยู่นอกโลก) ทีมงานจะต้องทำอย่างไรกับร่างไร้วิญญาณนั้น ?

ตั้งแต่ NASA รวมถึงองค์การอวกาศทั่วโลกเริ่มภารกิจสำรวจอวกาศ ยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์นักบินอวกาศเสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจในห้วงอวกาศเลยแม้แต่ครั้งเดียว จึงทำให้เราไม่สามารถตอบได้จริง ๆ ว่า เราจะต้องจัดการอย่างไร ? หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาจริง ๆ กระทั่งในช่วงปี 2019 ที่ทั่วโลก เริ่มวางแผนต้องการส่งนักบินของตัวเองไปทำภารกิจยังดาวอังคาร แน่นอนว่าเส้นทางของมันต้องใช้เวลายาวนานมากกว่าการเดินทางไปดวงจันทร์ นั่นหมายความว่าความเสี่ยงจากตัวแปรต่าง ๆ นั้นย่อมมากขึ้นแน่นอน ทำให้ NASA ต้องเรียกประชุมเพื่อหาคำตอบของคำถามที่ว่า "หากมีผู้เสียชีวิตระหว่างภารกิจเดินทางเยือนดาวอังคาร 'ทั้งขณะอยู่บนยานและขณะถึงจุดหมายแล้ว' นักบินอวกาศในทีมจะต้องทำอย่างไร" ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่นี่คือ 2 ไอเดียสำคัญที่น่าจะถูกนำมาใช้จริง 1. เพื่อนร่วมทีมอาจใช้ร่างของผู้เสียชีวิตเป็นปุ๋ยเพื่อการเพาะปลูกพืชบางชนิด แต่ข้อนี้ก็ถูกโต้แย้งโดย พอล โวลป์ (Paul Wolpe)...