แม่ผู้เปลี่ยน “ลูกชายออทิสติก” ของตัวเอง ให้กลายเป็น “ครึ่งมนุษย์-ครึ่งหุ่นยนต์”

การแสดงออกทางสีหน้า (Facial expression) เป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่มนุษย์ปกติทุกคนสามารถทำได้ ไม่ว่าคุณจะรู้สึกเศร้า โกรธ หรือดีใจ คนรอบข้างจะสามารถอ่านอารมณ์ผ่านสีหน้าของคุณได้ทันที แต่สำหรับเด็กออทิสติกพวกเขาไม่สามารถแสดงออกทางสีหน้าได้ และยังไม่สามารถเข้าใจสีหน้าของคนรอบข้างที่แสดงออกมาด้วย นั่นจึงส่งผลต่อความสามารถในการเข้าสังคมของเด็กออทิสติก ซึ่ง วิเวียน มิงก์ (Vivienne Ming) คุณแม่ผู้เป็นทั้งนักประดิษฐ์และนักประสาทวิทยา ไม่ต้องการให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับลูกชายของเธอ

วิเวียน มิงก์ (Vivienne Ming)

วิเวียน มิงก์ ได้เขียนบทความเกี่ยวกับความต้องที่จะเปลี่ยนลูกของตนเองให้เป็น “ครึ่งมนุษย์-ครึ่งหุ่นยนต์” เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ Quartz ชื่อบทความว่า Why I’m turning my son into a cyborg และเนื้อหาต่อจากนี้คือการสรุปใจความสำคัญทั้งหมดครับ (ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนทดลอง เพราะลูกยังเด็กมากอยู่)

หลังจากลูกชายของเธอถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคออทิสติก เธอก็ตั้งใจคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ “ช่วยอ่านสีหน้า + ช่วยแสดงออกถึงอารมณ์) เพื่อช่วยให้เขาอยู่ในสังคมได้อย่างปกติ โดยใช้ Google Glass เป็นต้นแบบ แต่เพิ่มระบบจดจำใบหน้าและการแสดงออกทางสีหน้าแบบเรียลไทม์เข้าไป

วิเวียนดัดแปลงแว่นตา Google Glass ให้กลายเป็นเครื่องตรวจจับการแสดงสีหน้าของบุคคลอื่น และแปลผลรูปแบบอารมณ์เป็นข้อความ ให้แสดงบนจอภาพของแว่นตา

โดยเธอเลือกใช้ AI เข้ามาช่วยในเรื่องนี้ ซึ่งได้นำข้อมูลการแสดงออกทางสีหน้าของเครื่องจับเท็จมาประยุกต์ใช้ จากนั้นจึงสอนให้ AI ที่ฝังอยู่ในแว่นตา Google Glass เรียนรู้ข้อมูลเหล่านั้น โดยหลักการของอุปกรณ์ก็ง่ายมาก

เมื่อลูกชายของเธอกำลังพูดคุยกับใครสักคน แล้วคนนั้นกำลังแสดงสีหน้า “โกรธ” กล้องจะตรวจจับการแสดงออกนั้น แล้วส่งข้อมูลขึ้นจอแสดงผลเป้นข้อความขึ้นมาว่า “โกรธ” หรือ “กำลังโกรธ” ซึ่งมันจะช่วยให้ลูกชายของเธอรับรู้ถึงอารมณ์ของคน ๆ นั้นได้ทันที

โดยเธอยังกล่าวอีกว่า สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้อาจมีส่วนช่วยให้ลูกชายของเธอเรียนรู้ที่จะพัฒนาการแสดงออกทางสีหน้าได้แบบไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์นี้ไปตลอดชีวิต เป็นต้นว่า ยิ่งลูกชายของเธอเข้าใจรูปแบบการแสดงออกในอารมณ์ต่าง ๆ มากเท่าไหร่ จะช่วยให้เขาปรับตัวและเข้าใจว่าเมื่อมีอารมณ์โกรธ ดีใจ หรือเสียใจ จะต้องแสดงสีหน้าออกมาอย่างไร นี่คือหลักการของ Machine learning – การปล่อยให้ปัญญาประดิษฐ์เรียนรู้จากข้อมูลมหาศาลที่ได้รับนั่นเอง

ประสาทหูเทียม (Cochlear implant) มีการฝังแท่งอิเล็กโทรดเข้าไปในหูชั้นใน เพื่อช่วยรับโทนเสียงต่าง ๆ แก่ผู้บกพร่องทางการได้ยิน

ทั้งนี้ มันก็เกิดคำถามขึ้นว่า สิ่งที่คุณแม่ท่านนี้กำลังทำนั้น จะทำให้ลูกของเธอเป็นมนุษย์ “มากขึ้น” หรือ “น้อยลง” ? ซึ่งเธอให้คำตอบว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นคนหูหนวกที่ฝังประสาทหูเทียม (Cochlear implant) ช่วยเสริมการได้ยิน, คนตาบอดที่ฝังดวงตาเทียม (Bionic eyes) ช่วยในการมองเห็น กระทั่งแขน-ขากล ที่สามารถควบคุมได้ตามใจสั่ง

เธอเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ความเป็นมนุษย์ของพวกเขามากขึ้นหรือน้อยลง แต่มันยิ่งทำให้ผู้ที่ได้รับใกล้เคียงคำว่า “มนุษย์ปกติ” มากที่สุด…ต่างหาก