นักวิจัย-ป่วยระยะสุดท้าย เปลี่ยนร่างกายตัวเองเป็น “ไซบอร์ก” เพื่อให้มีชีวิตต่ออีก 20 ปี

ในปี 2017 ดร.ปีเตอร์ สก็อตต์-มอร์แกน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ วัย 61 ปี (Peter Scott-Morgan) ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม (MND) ที่กล้ามเนื้อของเขาจะไม่สามารถทำงานได้และจะเสียชีวิตลงภายในสิ้นปี 2019 แต่ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ เขาตัดสินใจที่จะยืดอายุ ด้วยการแฮ็คร่างกายตัวเอง-เปลี่ยนให้กลายเป็น “ไซบอร์ก” (Cyborg)

โดยโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม (MND) นั้นระบบการทำงานกล้ามเนื้อจะล้มเหลว ผู้ป่วยจะไม่สามารถเดิน ขับถ่าย ปัสสาวะ กลืนอาหาร พูด หายใจ หรือกระทั่งกรอกลูกตาไป-มาได้ จนสุดท้าย เมื่อระบบการทำงานต่าง ๆ เสื่อมลงมาก ๆ ผู้ป่วยก็จะเสียชีวิตในที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โรคนี้จะไม่ทำให้สูญเสียการมองเห็น การได้ยิน การรับกลิ่น รส สัมผัส ความคิด การตัดสินใจ และระบบการไหลเวียนเลือด ทั้งหมดนี้จะยังคงทำงานตามปกติ

จากรายงานของเว็บไซต์ The Independent ระบุว่า “โรคนี้จะทำให้อวัยวะของปีเตอร์ล้มเลวในไม่ช้า ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะรักษาอวัยวะที่กำลังจะล้มเหลวเหล่านั้นด้วยวิทยาศาสตร์ เริ่มตั้งแต่ : ใส่ท่ออาหารลงกระเพาะ – ต่อเครื่องช่วยหายใจ – ต่อท่อปัสสาวะ – ต่อท่อตรงกับลำไส้ใหญ่ (ขับถ่าย) – ผ่าตัดกล่องเสียงเพื่อใช้เสียงสังเคราะห์ในการพูดคุย – ควบคุมการกรอกลูกตาไปมาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ – และนั่งบนวีลแชร์ที่สามารถเคลื่อนที่ เอนนอน ยืนนั่ง ได้อย่างอิสระตามต้องการ”

ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม ดังนั้นจึงยังไม่มีวิธีรักษาแบบทางการได้ แต่การที่ปีเตอร์ ทำแบบนี้นั้นจะทำให้เขาสามารถมีชีวิตต่อไปได้ เนื่องจากวิธีการดังกล่าว ทำให้อวัยวะและระบบการทำงานของร่างกาย (ที่กำลังจะล้มเหลว) สามารถทำงานไปได้ตามปกตินั่นเอง โดยเขาเชื่อว่า มันจะช่วยต่ออายุให้เขาไปได้อีกหลายสิบปี ซึ่งการผ่าตัดทั้งหมดเสร็จสิ้นและผ่านไปด้วยดี ด้วยเหตุนี้เขาจึงกลายเป็น “ไซบอร์กตัวแรกของโลก” อย่างสมบูรณ์แบบ

“ปีเตอร์ 2.0 ออนไลน์แล้ว” หลังจากการผ่าตัดผ่านไป 24 วัน ผลปรากฏว่าร่างกายของเขาทำงานได้ตามปกติ โดยเขาแทนร่างกายตัวเองก่อนการผ่าตัดว่าคือ ปีเตอร์ 1.0 ส่วนร่างกายในร่างไซบอร์ก คือ ปีเตอร์ 2.0 โดยเขากล่าวว่า “ต้องขอบคุณการค้นคว้าวิจัยที่บุกเบิกการรักษารูปแบบนี้ จนทำให้ผมสามารถมีชีวิตต่อไปได้อีก 20 ปี จากเดิมที่มีเวลาเหลือแค่เพียง 3 ปี เท่านั้น มันทำให้เหมือนผมได้เกิดใหม่เลยล่ะ”

AI สร้างใบหน้าของสก็อตต์-มอร์แกน เพื่อแสดงสีหน้าระหว่างสนทนา

สุดท้าย เป้าหมายในการทดลองกับตัวเองในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยให้เขามีชีวิตรอดจากโรคร้ายแล้ว เขายังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาระบบการรักษา เพื่อหวังจะนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม (MND) อีกกว่า 2 แสนคนทั่วโลก

Fact – Exo-skeleton หรือ ชุดโครงกระดูกภายนอก ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (A.I.) ที่สามารถอ่านคลื่นสมองของผู้สวมใส่ หรือก็คือบังคับให้เคลื่อนไหวได้ด้วยความคิดนั่นเอง ซึ่งมันจะช่วยให้ชายพิการที่ป่วยเป็นอัมพาตกลับมาเดินได้อีกครั้ง โดยทดสอบให้ชายที่ป่วยเป็นอัมพาตนาน 4 ปี สวมชุด Exo-skeleton ผลคือมันช่วยให้เขาสามารถเดินไกลได้ถึง 10 เมตรภายในครั้งแรก อีกทั้งเขายังขยับแขนไปมาได้อย่างอิสระด้วย