ขณะนี้ “นาก” กำลังพิทักษ์ทะเลจากเหล่า “ซอมบี้หอยเม่น” (ภัยระดับโลก) ที่กำลังเกิดขึ้นจริง

เมื่อปลายปี 2020 นักวิจัยได้ทำการสำรวจทะเลบริวเณแนวชายฝั่งตะวันตกของรัฐแคลิฟอร์เนีย จนพบว่า สาหร่ายจำนวนมากกำลังเสียหายจากการถูกเหล่า “หอยเม่นทะเล” (Urchins) บุกกิน ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย-และสร้างความกังวลให้เหล่านักวิจัยเป็นอย่างมาก เพราะสาหร่ายทะเลนั้นสามารถกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้มากกว่าบนบกถึง 20 เท่า ดังนั้นการอาละวาดของเหล่าหอยเม่นครั้งนี้อาจส่งผลกระทบถึงระดับโลกเลยก็เป็นได้

หอยเม่นทะเลที่กวาดล้างสาหร่ายทะเลจนเหลือแต่พื้นทรายว่างเปล่า

การค้นพบถูกตีพิมพ์ลงวารสาร National Academy of Science โดย โจชัวห์ สมิธ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า “พฤติกรรมเช่นนี้นับว่าประหลาดมาก เพราะปกติหอยเม่นจะกินเฉพาะสาหร่ายที่ตายแล้วเท่านั้น แต่ทว่าเมื่อปี 2014 อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นผิดปกติ ทำให้สาหร่ายเติบโตได้ดี ส่งผลให้ไม่มีอาหารถูกส่งไปถึงพวกมัน ดังนั้นเหล่าหอยเม่นจึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการหันมากินสาหร่ายทะเลที่ยังมีชีวิตแทน” 

สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เม่นทะเลออกอาละวาดได้อย่างสบายใจเป็นเพราะ ในช่วงศตวรรษที่ 19 จำนวนของ ”นากทะเล” (Sea Otter) ลดลงจนเกือบสูญพันธุ์จากการถูกล่า ซึ่งนากทะเลนั้นเปรียบเสมือนผู้พิทักษ์ของเหล่าสาหร่ายทะเล เพราะคอยควบคุมจำนวน หอยเม่น ปู หรือสัตว์ที่กินสาหร่ายทะเลเป็นอาหารไม่ให้มีมากเกินไป

นอกจากนากทะเลแล้ว “ดาวทะเล” ที่นาน ๆ ครั้งจะเคลื่อนไหวที ก็ยังเป็นนักล่าที่กำจัดหอยเม่นเช่นกัน แต่เมื่อปี 2013 เกิดโรคระบาดที่ทำให้ดาวทะเลตายไปจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ เมื่อไม่มีนากทะเลและดาวทะเล การบุกรุกของหอยเม่นจึงเป็นไปได้อย่างอิสระนั่นเอง 

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยพบว่านากทะเลที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว พยายามต่อสู้กับเหล่าหอยเม่นนี้อย่างหนัก แต่จำนวนของหอยเม่นไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะลดลงเลย ในทางกลับกันแก๊งนากทะเลมีแนวโน้มจะยอมแพ้ต่อฝูงเม่นซอมบี้สุดหิวโหยเหล่านี้แล้วด้วยซ้ำ

อ่าว ? แล้วทำไมมันถึงต้องหนีทั้งที่หอยเม่นเป็นอาหารหลักของมัน คำตอบ : จากการเก็บตัวอย่าง พบว่า หอยเม่นเหล่านี้เป็นหมัน หมายความว่า มันไม่มีอวัยวะสืบพันธุ์ที่จะเป็นอาหารให้สำหรับนากทะเลนั่นเอง (จากภาพด้านล่าง – จะเห็นการเปรียบเทียบระหว่างหอยเม่นปกติกับหอยเม่นเป็นหมัน) ซึ่งพฤติกรรมที่หิวกระหายบวกกับอวัยวะสำคัญที่หายไป ทำให้มันได้รับฉายาว่า “หอยเม่นซอมบี้” นั่นเอง

ภาพด้านซ้าย: (ซ้ายบน-หอยเม่นปกติ) , (ซ้ายล่าง-หอยเม่นเป็นหมัน) ภาพด้านขวา: ไข่หอยเม่นที่คุณภาพดีที่สุดนั้นมาจากหอยเม่นสีแดง (Red sea urchin) ซึ่งนี่คือภาพตัวอย่างของไข่หอยแม่นสุขภาพดี

สุดท้าย งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าจุดเริ่มต้นของหายนะสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่มีจุดเริ่มต้นมาจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้น ซึ่งนี่เป็นสัญญาณเตือนให้เราใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกอย่างจริงจัง และให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมของป่าสาหร่ายทะเลให้มากพอกับป่าบนบกหรือปะการังใต้ทะเล

Fact – แม้ว่านากทะเล จะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหน้าตาน่ารัก แต่บอกเลยว่า “น้องไม่ได้ใสอย่างที่ทุกคนคิด” เพราะบางครั้งถ้ามันขี้เกียจหาอาหาร มันจะจับลูกของนากตัวอื่นไปเป็นตัวประกัน เพื่อให้พ่อแม่หาอาหารมาเป็นค่าไถ่ด้วย