เรื่องจริงสุดฮา ของช่างทำรองเท้า-ที่ปลอมตัวเป็น “ทหารยศร้อยเอก” ในสงครามโลกครั้งที่ 1

ตอนอายุ 14 ปี คุณเคยสร้างวีรกรรมอะไรไว้จำได้มั้ยครับ ? แต่สำหรับเด็กหนุ่มชาวเยอรมันที่ชื่อว่า “ฟริดิช วิลเฮล์ม โฟกท์” เขาเริ่มก่ออาชญากรรมครั้งแรกตั้งแต่อายุเท่านี้ (ปี ค.ศ.1863) ซึ่งนั่นทำให้เขาถูกจับกุมและถูกขังเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยหลังจากได้รับการปล่อยตัว เด็กหนุ่มคนนี้ก็ถูกโรงเรียนมัธยมไล่ออกพร้อมกัน ซึ่งเท่ากับเป็นใบเบิกทางสู่การก่ออาชญากรรมอีกนับครั้งไม่ถ้วน

ฟริดิช วิลเฮล์ม โฟกท์

โดยหลังจากถูกไล่ออกจากโรงเรียน โฟกท์ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเป็นช่างทำรองเท้าในธุรกิจขนาดเล็กของครอบครัว แต่ทว่าเขากลับยังคงหลงใหลในการก่ออาชญากรรมอยู่เช่นเคย ทั้งการโจรกรรม ลักทรัพย์ และปลอมแปลง สิ่งเหล่านี้ทำให้เขากลายเป็นแขกรับเชิญของเรือนจำอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 27 ปี ซึ่งในจำนวนนี้ มีโทษ 15 ปี ที่มาจากคดีเดียวนั่นคือการพยายามปล้นสำนักงานศาลแห่งหนึ่งนั่นเอง (เปรี้ยวขนาดปล้นศาลอะคิดดู)

ซึ่งหลังจากเดินบนเส้นทางนี้อยู่นาน ในปี ค.ศ.1906 เมื่อเขาอายุได้ 57 ปี โฟกท์ได้ย้ายไปอยู่กับน้องสาวที่กรุงเบอร์ลิน เพื่อหาความท้าทายครั้งใหม่ แต่ผ่านไปเพียงไม่นาน เขาก็ดันถูกตำรวจไล่ออกจากเมืองเนื่องจากไม่มีเอกสารอนุญาตให้อาศัยในเบอร์ลิน แถมยังเคยมีประวัติต้องโทษอย่างโชกโชนมาด้วย ด้วยเหตุนี้ โฟกท์จึงย้ายไปอยู่แถบรอบนอกของกรุงเบอร์ลินพร้อมกับวางแผนปล้นครั้งใหญ่

โดยว่ากันว่าโฟกท์เป็นเจ้าแห่งการ “บลัฟ” เขาชอบที่จะปลอมตัวล้อเลียนผู้คนอยู่เสมอ ซึ่งแผนการใหญ่ที่ว่าคือ การขโมยชุด “ผู้กองของกองทัพบก” (ทหารยศร้อยเอก) จากร้านขายของมือสอง เพื่อที่จะตบตาชาวเมืองและเหล่าทหาร ซึ่งในยุคนั้นเป็นยุคที่ใคร ๆ ต่างก็ยอมฟังคำสั่งและไม่คิดจะตั้งคำถามกับนายทหารระดับสูง ดังนั้น โฟกท์จึงใช้ประโยชน์จากข้อเท็จจริงนี้ เพื่อปูทางไปสู่การขโมยเงินสะสมของเมืองเคอเพนิคนั่นเอง

โดยโฟกท์ได้สวมชุดทหารและเดินไปมาบริเวณรอบนอกของกรุงเบอร์ลิน พร้อมทั้งคอยออกคำสั่งเพื่อให้ผู้คนทั่วไป และนายทหารชั้นผู้น้อยเชื่อว่าตัวเขาเป็น “ผู้กอง” จริง ๆ ซึ่งหลังจากตีเนียนแบบนี้อยู่นาน 3 เดือน เขาจึงตัดสินใจเกณฑ์ทหารจำนวนหนึ่งเพื่อเข้าไปจับกุมตัวนายกเทศมนตรีและเหรัญญิกของเมืองเคอเพนิกด้วยข้อหาฉ้อโกง พร้อมทั้งยังยึดเงินจำนวน 4,000 มาร์ค (ราว 78,000 บาทในปัจจุบัน) ก่อนจะสั่งให้นายทหารขับรถไปยังกรุงเบอร์ลินเพื่อส่งตัวนายกเทศมนตรีให้กับตำรวจ ซึ่งกว่าที่ทุกคนจะรู้ตัวว่าถูกหลอก ผู้กองโฟกท์ก็หอบเงินหนีไปเรียบร้อยแล้ว

(ภาพซ้าย)หัวขโมยโฟกท์ในคราบของผู้กอง, (ภาพกลาง) รูปปั้นของโฟกท์ที่ถูกสร้างขึ้นและตั้งอยู่ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก, (ภาพขวา) ชุดทหารยศร้อยเอกที่โฟกท์ขโมยมาใส่

แต่ทว่า ด้วยนิสัยขี้โม้โอ้อวด นั่นทำให้หลังจากผ่านไปเพียง 10 วัน โฟกท์ก็ถูกจับกุมตัวในที่สุด โดยศาลตัดสินให้เขาต้องโทษจำคุก 4 ปี และแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้เหล่าทหารโกรธจัด แต่เมื่อเรื่องราวถูกเผยแพร่ไปทั่วยุโรป มันกลับสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนทั่วไปอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่จักรพรรดิวิลเฮ็ล์มที่ 2 แห่งเยอรมัน ที่รู้สึกชอบอกชอบใจความกล้าของโจรรายนี้ จนขนามนามว่าเป็น “วายร้ายผู้น่ารัก” แถมยังลดโทษให้เหลือจำคุกเพียง 2 ปีอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ากระแสความนิยมในตัววายร้ายผู้นี้มีมากอย่างล้นหลาม เพราะหลังจากถูกปล่อยตัวเพียง 4 วัน ได้มีการสร้างหุ่นขี้ผึ้งของเขา ณ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งอุนเทอร์ เดน ลินเดน พร้อมทั้งยังได้รับเชิญไปแสดงละครหลายเรื่องและถูกนำเรื่องราวไปเขียนหนังสือจนขายดีทีเดียว นอกจากนี้ ร้านอาหารท้องถิ่นบางร้านยังให้เขากินฟรีตลอดชีพด้วย ซึ่งในภายหลังโฟกท์ได้ใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงเหล่านี้เพื่อขายโปสการ์ดภาพเหมือนของตัวเอง ก่อนที่ต่อมาจะย้ายไปอยู่ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก พร้อมกับนำเงินที่ได้ไปเปิดคณะละครสัตว์และออกทัวร์ในประเทศต่าง ๆ จนกระทั่งสิ้นลมหายใจ