เหตุการณ์ “หลุมยุบ ณ ไซบีเรีย” ยังคงโผล่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ตอนนี้ 7 ปี 19 หลุมแล้ว)

(เนื้อหาอัพเดตล่าสุดปี 2021) ปรากฏการณ์หลุมยุบขนาดยักษ์ที่ปรากฏขึ้นในเขตไซบีเรีย (Siberia Sinkhole) สร้างความประหลาดใจแก่นักวิทยาศาสตร์รวมถึงผู้คนทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งปัจจุบันปรากฏขึ้น 9 หลุมใหญ่ และอีก 10 หลุมเล็ก โดยแต่ละหลุมมีเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างกว่า 15-30 เมตร และลึกราว 60-100 เมตรเลยทีเดียว

ส่งคนลงไปสำรวจในหลุมต่าง ๆ

โดยทั้ง 9 หลุมใหญ่ เกิดขึ้นในเขตพื้นที่-ที่มีชื่อว่า Siberian Tundra (ไซบีเรียน ทุนดรา) ตั้งอยู่ห่างจากแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่-ทางตอนเหนือของเมืองซาเลคฮาร์ดราว 30 กิโลเมตร (หรือห่างจากกรุงมอสโก ราว 2,000 กิโลเมตร)

และจากการส่งนักวิจัยลงไปสำรวจทำให้ทราบว่า แต่ละหลุมนั้นมีลักษณะคล้ายกันคือ ปากหลุมเป็นรูปทรงกลม-รอบปากหลุมมีเศษกองดินจำนวนมาก-ส่วนก้นหลุมเป็นทะเลสาบใต้ดินที่เย็นจัดจนเป็นน้ำแข็ง

รูปฤดูร้อน-ฤดูหนาว ในพื้นที่เดียวกัน เกิดขึ้นเมื่อปี 2014

ศาสตราจารย์ วาซิลี่ โบโกยาฟเลนสกี้ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรัสเซีย หัวหน้าทีมวิจัยในเรื่องนี้ เฉลยคำตอบว่า “เนื่องจากลักษณะที่คล้ายกันของทุกหลุม จึงทำให้เรารู้ว่าปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในพื้นที่-ที่ชั้นดินเป็นเพอร์มาฟรอสต์เท่านั้น ทำให้ปัจจัยสำคัญมาจากภาวะที่โลกร้อนขึ้นนั่นเอง” โดยมีกระบวนการดังนี้

ปกติภายใต้ชั้นดิน Permafrost หรือชั้นดินเยือกแข็ง – จะกักเก็บก๊าซมีเทนปริมาณมหาศาลจากอดีตเอาไว้อยู่แล้ว – ทีนี้พอโลกร้อนขึ้นชั้นดินน้ำแข็งเหล่านี้จึงเริ่มละลาย – จนเป็นผลให้ก๊าสมีเทนปริมาณมากรั่วไหลออกมา – และเมื่อแรงดันภายในเจอกับแรงดันภายนอกอย่างฉับพลัน – จึงกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ดี ๆ นี่เอง (เราเรียกโพรงใต้ชั้นดินที่เป็นแหล่งกักเก็บก๊าสมีเทนนี้ว่า “Cryopegs” ครับ)

เกิดขึ้นเมื่อปี 2015 และยังมีอีก 5 หลุมเล็กเกิดขึ้นในบริเวณเดียวกัน

ซึ่งทาง ศ.วาซิลี่ ยังคาดอีกว่า “ยังมีพื้นที่เสี่ยงอีกกว่า 7,000 แห่ง ในไซบีเรียรอวันระเบิด ทำให้ความท้าทายที่สุดสำหรับเราตอนนี้คือ การคำนวนว่าปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในพื้นที่ใดต่อไป และหาทางรับมือป้องกันหากอุณหภูมิของโลกยังคงสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ทั้งพื้นที่เหนือสุดของโลกกว่า 327,000 ตารางกิโลเมตร ตกอยู่ในความเสี่ยงแบบนี้” ครับผม

Fact – ก่อนหน้าที่จะมีการบันทึกปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการ เมื่อ 60 ปีที่แล้ว ในเขตพื้นที่ไซบีเรียก็เคยประสบ Siberia Sinkhole มาแล้วเช่นกัน

หลุมบาตาไกก้ามีขนาดใหญ่ขึ้นและลึกขึ้นทุกปี จากข้อมูลตลอด 10 ปี มีอัตราการขยายตัว 10 เมตรต่อปี หรือหากปีไหนอุณหภูมิสูงกว่าปกติอาจขยายตัวสูงถึง 30 เมตรต่อปีเลยทีเดียว (ชั้นดินน้ำแข็งละลายนั่นเอง)

หลักฐานคือสถานที่-ที่มีชื่อว่า “บาตาไกก้า” (Batagaika Crater) หลุมขนาดใหญ่ที่มีความยาว 1 กิโลเมตร ลึก 100 เมตร ปรากฏอยู่ใจกลางป่าทางตะวันออกในไซบีเรีย ซึ่งชาวยูคาเทียน ชนพื้นเมืองท้องถิ่นเรียกหลุมแห่งนี้ว่า “ประตูเชื่อมนรก” (Door to Underworld) เพราะเสียงระเบิดที่ดังสนั่น อีกทั้งยังพบซากสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์มากมายนั่นเอง