(2021) นักวิจัยประสบความสำเร็จ – สามารถ “เจาะเข้าความฝัน” คุยกับคนที่หลับได้ (แบบเรียลไทม์)

หลาย ๆ คนอาจเคยชมภาพยนตร์เรื่อง Inception ที่มีลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ แสดงนำ ว่าด้วยเรื่องการเข้าไปในความฝันของผู้อื่น พูดคุยโต้ตอบ และขโมยความลับจากจิตใต้สำนึกของพวกเขาออกมา แต่เชื่อหรือไม่ว่ามันใกล้ความจริงเข้ามาอีกขั้นแล้ว เพราะล่าสุด (2021) นักวิจัยสามารถสร้าง “การสนทนา” โดยถามคำถามแปลก ๆ หรือโจทย์คณิตศาสตร์กับผู้เข้าร่วมการทดลอง (ผู้ฝัน) ซึ่งมักจะเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมการนอนแบบ Lucid dreaming (การนอนหลับที่สามารถควบคุมความฝันได้)

Lucid dreaming ถูกพูดถึงครั้งแรกในศตวรรษที่สี่ก่อนคริสตกาลโดย อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีก และต่อมาในปี ค.ศ.1970 นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาเกี่ยวกับการนอนหลับแบบลูกตากรอกไปมาอย่างรวดเร็ว (REM) แม้ว่ามันจะเป็นวิธีการหลับที่หายาก แต่มันสามารถฝึกฝนได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีงานวิจัยบางชิ้นที่พยายามสื่อสารกับผู้ที่มีลักษณะการนอนแบบนี้โดยใช้สิ่งเร้า เช่น แสงไฟและเสียง เพื่อพยายามเข้าสู่ความฝันของคนเหล่านั้น แต่ผลการตอบสนองกลับน้อยนิดและไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่พยายามสื่อสารถึงกัน

โดยทีมนักวิจัยอิสระ 4 ทีมในฝรั่งเศส เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐฯ พยายามพัฒนาและสร้างการสื่อสารสองทางที่ซับซ้อนโดยใช้การพูดและการถามคำถามที่ผู้ฝันไม่เคยได้ยินมาก่อน พวกเขาได้คัดเลือกอาสาสมัคร 36 คน ซึ่งมีทั้งคนที่เคยฝันแบบ Lucid dreaming และผู้ที่ไม่เคยฝันลักษณะนี้มาก่อน แต่สามารถจำความฝันได้อย่างน้อย 1 ครั้ง/สัปดาห์ มาเข้าร่วมการทดลอง

เริ่มการทดลอง – ในขณะที่ผู้เข้าร่วมการทดลองหลับ นักวิทยาศาสตร์จะตรวจสอบการทำงานของคลื่นสมอง การเคลื่อนของดวงตา และการหดตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า ที่เป็นตัวบ่งชี้ผู้เข้าร่วมการทดลองเข้าสู่ช่วงการนอนแบบ REM โดยใช้ “หมวกคลื่นสมอง” ซึ่งจากการทดลองทั้งหมด 57 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมการทดลองถึง 6 คน สามารถตอบสนองกับนักวิจัย (ขณะกำลังหลับ) โดยในการทดลองนักวิจัยได้ถามคำถามง่าย ๆ ประเภทใช่หรือไม่ รวมทั้งโจทย์คณิตศาสตร์อย่าง 8-6 =? ซึ่งในการตอบคำถาม ผู้ฝันจะใช้วิธีการส่งสัญญาน เช่น การยิ้ม การขมวดคิ้ว หรือ การขยิบตาหลาย ๆ ครั้ง เพื่อตอบคำถามคล้ายกับการส่งรหัสมอร์ส

ทั้งนี้ จากคำถามทั้งหมด 158 คำถามในการทดลองเกี่ยวกับวิธีการฝันแบบ Lucid dreaming พบว่า มีผู้ฝันตอบสนองได้อย่างถูกต้องถึง 18.6 % และให้คำตอบผิดเพียง 3.2 % นอกจากนี้ยังมีอีก 17.7 % ที่ได้คำตอบไม่ชัดเจน และ 60.8 % เป็นคำถามที่ไม่ได้รับการตอบ

หลังเสร็จสิ้นการถามคำถาม ผู้ฝันบางคนตื่นขึ้นมาโดยที่ยังจำได้ว่าคำถามนั้นถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของความฝัน ผู้ฝันคนหนึ่งเล่าว่า “ขณะที่ฝันอยู่ผมได้ยินโจทย์คณิตศาสตร์ออกมาจากวิทยุในรถยนต์” ผู้ฝันอีกคนก็เล่าว่า “ผมได้ยินเสียงพูดของนักวิจัยเข้ามาขัดจังหวะขณะกำลังอยู่ในงานปาร์ตี้ อารมณ์คล้าย ๆ คุณกำลังดูหนังที่มีคนบรรยายอยู่”

สุดท้าย คาเรน คองโคลี นักประสาทวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการรับรู้ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น กล่าวเสริมว่า “การทดลองนี้เป็นวิธีที่ดีในการศึกษาเกี่ยวกับความฝันของมนุษย์ เนื่องจากที่ผ่านมา ความรู้ที่เรามีเกี่ยวกับการทดลองเรื่องความฝัน มักมาจากการให้ข้อมูลของผู้ฝันหลังจากพวกเขาตื่นแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลเหล่านั้นอาจผิดเพี้ยนได้ หวังว่าวิธีนี้จะถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ประโยชน์ในการรักษาอาการบาดเจ็บภายในจิตใจ ความเครียด และภาวะซึมเศร้าให้ดีขึ้นได้”