รู้จักกับ “หอยทากไฟ” (Fire Snail) พบได้เฉพาะบนเทือกเขา ขนาดตัวเท่าฝ่ามือมนุษย์ !

หอยทากไฟ (Fire Snail) ชื่อวิทยาศาสตร์ Platymma Tweediei คือหอยทากบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรมาลายู ประเทศมาเลเซีย ถูกพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1938 ณ บริเวณเทือกเขา Telom Valley

หอยทากไฟที่ถูกพบ ณ เทือกเขา ภาพนี้ถ่ายในปี 2019

 

โดยพวกมันต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่เย็นและต้องมีความชื้นสูงเท่านั้น (พื้นที่สูงอย่างน้อย 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ทำให้นอกเหนือจากบริเวณดังกล่าว ในช่วงรัศมี 100 กิโลเมตร จึงไม่พบหอยทากไฟแม้แต่ตัวเดียว

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับหอยทากชนิดนี้คือ ทั้งลำตัวด้านบนและเปลือกมีสีดำสนิท ขนาดลำตัวสามารถยาวได้สูงสุดถึง 30 เซนติเมตร และบริเวณด้านล่างจะมีสีแดงสดดูคล้ายกับเปลวไฟ จึงเป็นที่มาของชื่อ “หอยทากไฟ” นั่นเอง (แม้จะมีลักษณะดูน่ากลัว แต่พวกมันไม่มีพิษ และไม่เป็นอันตรายต่อคนครับผม)

 

นอกจากนี้ รายงานที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ researchgate.net ระบุว่า ปัจจุบันการรุกล้ำพื้นที่ป่าในประเทศมาเลเซียเกิดขึ้นอย่างหนัก จึงทำให้ตั้งแต่ปี 2008-2014 อุณหภูมิผืนป่าที่เป็นบ้านของหอยทากไฟเพิ่มขึ้นกว่า 2-8 องศาเซลเซียส และหากปล่อยให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่าเหล่าหอยทากสุดแปลกชนิดนี้จะต้องสูญพันธุ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน เพราะหากพวกมันเดินทางออกนอกพื้นที่จะมีโอกาสรอดชีวิตเพียง 1% เท่านั้น

สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากเพจ Insect Thailand ระบุว่า หอยทากไฟราคาตัวละ 1,700 บาท “เลี้ยงง่าย” ชอบกินมันม่วงหวาน แครอท รวมถึงผลไม้ชนิดอื่น ๆ แต่ต้องระวังสารเคมี เพราะสัมผัสเพียงนิดเดียวอาจถึงแก่ชีวิตได้เลย

ภาพของเปลือกหอย หลักฐานยืนยันปีที่ค้นพบ ค.ศ.1938

Fact – หอยทาก (Snail) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ หอยทากยักษ์แอฟริกา (Giant African Snail) ถิ่นกำเนิดอยู่ที่ฝั่งตะวันออกของแอฟริกา ซึ่งหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยนิยมนำเข้า ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์เลี้ยงสุดแปลก (Exotic pet)

แต่ที่สหรัฐฯ หอยทากยักษ์ชนิดนี้ถูกจัดเป็นสัตว์เลี้ยงผิดกฏหมาย เนื่องจาก เมื่อปี ค.ศ.1972 ผู้ครอบครองได้ทำหอยทากยักษ์แอฟริกาจำนาน 3 ตัวหลุดจากตู้เลี้ยง และอีก 7 ปีต่อมา ก็เพิ่มจำนวนเป็น 18,000 ตัว สร้างความเสียหายแก่รัฐฟลอริด้าทุกเมือง รัฐบาลต้องใช้เวลา 10 ปี และงบอีกกว่า 30 ล้านบาท ในการกำจัดหอยชนิดนี้ไม่ให้รุกล้ำพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกร

Giant African Land Snail – หอยทากที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

Fact 2 – เนื่องจาก เมือกของหอยทาก (Snail slime) มีส่วนประกอบของคอลลาเจนและอีลาสตินจำนวนมาก เมื่อนำมาแปรรูปจึงช่วยให้สามารถผลิต ครีมลดริ้วรอย กระตุ้นเซลล์ผิวหนัง และช่วยในการสมานแผลได้ จึงทำให้ ณ ปัจจุบัน ตลาดความงามจากเมือกหอยทากทั่วโลกมีมูลค่าอยู่ที่ 314 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 9,700 ล้านบาทเลยทีเดียว