“จามใส่ข้อพับแขน” คำแนะนำจาก CDC เพื่อลดการแพร่ระบาดของไข้หวัด

เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคน เวลาไอจามจะมีการตอบสนองโดยการใช้มือปิดปากปิดจมูกไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมูกหรือน้ำลายกระจายสู่สิ่งแวดล้อม ทว่า การใช้ฝ่ามือปิดเวลาไอจามเป็นวิธีการที่ดีจริง ๆ หรือ?

จามใส่ศอก

แต่ในบทความนี้ผมคงไม่ได้เน้นเรื่องผลงานวิจัยที่ยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าวิธีการนี้สามารถป้องกันได้หรือไม่ เดี๋ยวผมจะเขียนแบบเป็นเรื่องเล่าละกันนะครับ สบาย ๆ ไม่เครียด

จากข้อมูลของเว็บไซต์ New York Times เมื่อวันที่ ได้กล่าวถึงเรื่องการจามใส่ศอก สำหรับผู้ป่วยไข้หวัด เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสหรือแบคทีเรีย ซึ่งเชื้อเหล่านี้ส่วนใหญ่ออกมาพร้อมกับละอองน้ำจากการไอจาม จึงสามารถแพร่กระจายสู่บุคคลข้างเคียง หรืออาจฟุ้งอยู่ในอากาศรอบตัวได้

ตอนเด็ก ๆ ผมจำได้ว่าคุณครูที่โรงเรียนอนุบาลมักบอกให้นักเรียนเอามือป้องปาก-จมูกทุกครั้งที่ไอจาม เพื่อไม่ให้น้ำมูกหรือน้ำลายกระจายโดนเพื่อน ดีหน่อยก็ให้ใช้ผ้าเช็ดหน้าแทนการใช้มือ นั่นแหละคือปัญหา เพราะเส้นทางการติดเชื้อของไวรัสหรือแบคทีเรีย ไม่ได้เกิดจากการหายใจเข้าไปเพียงอย่างเดียว แต่การสัมผัสสิ่งใด ๆ ก็ตามที่ปนเปื้อนเชื้อ แล้วนำมือมาแตะปากแตะจมูกก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกันครับ

นี่คือประเด็นสำคัญ การไอจามใส่ฝ่ามือ แล้วไปจับสิ่งของรอบตัวโดยไม่ล้างมือ (หรือล้างไม่ดีพอ) จะทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อในสิ่งแวดล้อม สำหรับกรณีการใช้ผ้าเช็ดหน้าเองก็ไม่รอดเหมือนกันครับ ลองนึกดูเวลาคุณใช้ผ้าเช็ดหน้าเสร็จแล้วเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อ ตอนหยิบออกมาใช้ใหม่แน่ใจไหมว่าด้านที่เคยจามใส่จะไม่เปื้อนโดนมือ?

จามใส่ศอก
ภาพแสดงการจาม จะเห็นว่ามีน้ำมูกและน้ำลายปะปนออกมา ซึ่งสารคัดหลั่งเหล่านี้คือส่วนที่อาจมีเชื้อโรคปะปน

คำแนะนำที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อผ่านการไอจาม คือการใช้ทิชชูที่สามารถทิ้งได้ ปิดปาก-จมูกให้แน่ใจว่าละอองน้ำจะไม่กระจายออก เสร็จแล้วให้ทิ้งลงถังขยะตามด้วยการล้างมืออย่างถูกวิธีครับ

ผมไม่ได้บอกว่าการใช้มือป้องปากไว้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนะครับ แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะพกทิชชู, พกเจลล้างมือ หรือจะมีซิ้งค์ล้างมือพร้อมสบู่ให้คุณล้างมือได้ทันทีหลังไอจาม เพราะฉะนั้น การใช้มือปิดไว้จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีมากนัก เอาหละครับ…วิธีการง่ายที่สุดคือ “การจามใส่ศอก” แต่เดี๋ยวก่อน! ไม่ใช่งอข้อศอกขึ้นมา แล้วจามใส่ปลายข้อศอกนะครับ ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องบอกว่าคือการจามใส่ “ข้อพับแขน” เสียมากกว่า

ไม่เป็นไร จะเรียกอย่างไรก็ช่างมัน เรามาดูวิธีการกันดีกว่า วิธีจามใส่ศอกนั้นง่ายมาก ๆ แค่คุณยกแขนขึ้นมา แล้วเอาจมูก-ปากซุกเข้าไปในข้อพับแขนให้แน่น จากนั้นค่อยจามอย่างสะใจ ซึ่งข้อพับแขนนี้จะทำหน้าที่เหมือนทิชชูนั่นเองครับ

จามใส่ศอก

เอ๊ะ! อย่างนี้ข้อพับก็เปื้อนแทนสิ โอกาสแพร่เชื้อก็ยังมีอยู่ใช่หรือไม่? ใช่แล้วครับ แต่น้อยกว่า เพราะมันเป็นตำแหน่งที่บุคคลอื่นคงไม่มาแตะต้องมันบ่อยนัก (หากเทียบกับฝ่ามือ) ซึ่งหากคุณสามารถล้างทำความสะอาดได้ก็ควรทำ แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ในขณะนั้น ไว้กลับบ้านค่อยล้างสบู่ก็ได้ครับ

วิธีจามใส่ศอกจัดว่าเป็นคำแนะนำอย่างเป็นทางการจาก CDC (Centers for disease control and prevention – ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐฯ) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดตามฤดูกาล รวมถึงนำมาใช้ในช่วง SARS และไข้หวัดใหญ่ 2009 ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นวิธีนี้มันมีมาราว 10 กว่าปีเชียวหละ แต่มันคงไม่ใช่วิธีการที่แพร่หลายมากนัก เว้นเสียแต่จะมีการสอนตั้งแต่เด็ก ๆ ในบางโรงเรียน

นอกจากนี้ ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง (ต้องขออภัยที่ผมจำชื่อหนังสือไม่ได้แล้ว) เป็นเรื่องของคุณหมอจากต่างประเทศ เขาสอนลูกสาวตัวน้อยให้ใช้วิธีการจามใส่ศอก แล้วฝากให้น้องช่วยบอกเพื่อน ๆ ในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ระบาดในพื้นที่ ปรากฏว่าวิธีนี้มีส่วนช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

จามใส่ศอก

สรุป – นี่เป็นอีกหนึ่งคำแนะนำที่ผมอยากให้นำไปใช้นะครับ ยิ่งช่วงนี้มีการระบาดของ COVID-19 ซึ่งแพร่ระบาดผ่านการไอจามได้ วิธีการนี้อาจช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อได้ในระดับหนึ่งเลย แต่ถ้าสมมุติ…แฟนคุณชอบเดินควงแขนหละก็ พกทิชชูและเจลล้างมือไปด้วยก็จะดีมากเลยครับ

Fact – นอกจากฤทธิ์ฆ่าเชื้อ แอลกอฮอล์ยังทำให้โปรตีนจับตัวเป็นชั้น ๆ ซึ่งชั้นโปรตนจะปกป้องแบคทีเรียจากแอลกอฮอล์ได้ ที่ความเข้มข้น 70% แอลกอฮอล์จะซึมเข้าเซลล์แบคทีเรียอย่างช้า ๆ ในขณะที่โปรตีนจะยังจับตัวกันไม่ทัน แอลกอฮอล์จะสามารถซึมเข้าไปจนสุดและฆ่าเชื้อได้ ในขณะที่ความเข้มข้น 100% โปรตีนที่ผิวเซลล์แบคทีเรียจะจับตัวแทบทันที ทำให้น้ำยาไม่สามารถทะลวงเข้าไปฆ่าเชื้อได้