มัมมี่อายุ 3,000 ปี กลับมา “ส่งเสียงได้” อีกครั้ง ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

วันที่ 23 มกราคม 2020 สำนักข่าว Telegraph รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์สามารถทำให้มัมมี่กลับมาพูดได้อีกครั้ง แม้ว่าจะตายไปนานกว่า 3,000 ปีแล้วก็ตาม

นักวิจัยจากโรยัลฮอลโลเวย์ (Royal Holloway), มหาวิทยาลัยลอนดอน (University of London), มหาวิทยาลัยยอร์ค (University of York) และพิพิธภัณฑ์ลีดส์ (Leeds Museum) ร่วมกันสแกนมัมมี่ของเนสยามุน นักบวชชั้นสูงชาวอียิปต์โบราณ และพิมพ์กล่องเสียงเพื่อจำลองเสียงของมัมมี่ขึ้นมาได้สำเร็จ สามารถฟังเสียงได้ ที่นี่

ถึงแม้ปัจจุบัน เสียงที่นักวิจัยสร้างขึ้นได้จะมีเพียงพยางค์เดียวคือ “บีห์” (beh) แต่พวกเขาหวังว่าจะใช้การสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างคำและประโยคใหม่ขึ้นมาในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่านี่เป็นการทำให้เราติดต่อกับชาวอียิปต์โบราณโดยตรงด้วยการใช้เสียงจากตำแหน่งในช่องเสียง (vocal tract) ที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาตั้งแต่ 3,000 ปีก่อน และทำให้พวกเขาอยากลองเทคนิคเดียวกันกับผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในอดีตคนอื่น ๆ เพื่อนำเสียงของพวกเขากลับมาอีกครั้ง

“น่าเหลือเชื่อมาก ทีมของโครงการมารวมตัวกันตอนที่เราได้ยินเสียงนั้นเป็นครั้งแรก สำหรับผมมันรู้สึกเหมือนการส่องไฟฉายไปที่สุสานของฟาโรห์ตุตันคาเมน และเห็นบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาหลายพันปีแล้ว” – ศาสตราจารย์ จอห์น สกอฟิลด์ (John Schofield) จากมหาวิทยาลัยยอร์ค กล่าวหลังถูกถามว่ารู้สึกยังไงเมื่อได้ยินเสียงของนักบวชเมื่อหลายพันปีก่อนเป็นครั้งแรก

เนสยามุนเป็นนักบวชที่วิหารคาร์นัค (ปัจจุบันคือเมืองลักซอร์) ซึ่งมีหน้าที่ร้องเพลงและสวดมนต์ เขาเคยมีชีวิตอยู่ในรัชสมัยของฟาโรห์รามเสสที่ 11 ระหว่างปี 1099 และ 1069 ก่อนคริสตกาล นอกจากนี้ชาวอียิปต์โบราณยังมีความเชื่อด้วยว่าการพูดชื่อคนตายเป็นการทำให้พวกเขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทั้งโดยญาติที่มีชีวิตอยู่และโดยผู้ตายเอง เมื่อปรากฏตัวต่อหน้าเทพเจ้าแห่งการพิพากษา

งานวิจัยก่อนหน้าที่ยังไม่แล้วเสร็จ ชี้ว่าเนสยามุนเสียชีวิตในช่วงกลางทศวรรษที่ 50 ของเขา และได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคเหงือกและฟันสึก เขามักเป็นที่รู้จักกันในชื่อ The Leeds Mummy เนื่องจากเขาถูกเก็บรักษาเอาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ลีดส์มาตั้งแต่ปี 1823 (ร่วม 200 ร้อยปี) และเป็นหนึ่งโบราณวัตถุที่รอดจากการทิ้งระเบิดในเดอะบลิตซ์ ขณะที่ตัวอย่างอื่น ๆ ได้รับความเสียหายรุนแรง

สุดท้ายนักวิจัยกล่าวว่าโครงการใหม่นี้จะช่วยให้ผู้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ได้อ่านทั้งอักษรอียิปต์โบราณและได้ยินเสียงพูดของตัวเนสยามุนเองด้วยครับ

Fact มัมมี่เคยมีความต้องการอย่างสูงเพื่อนำไปใช้เป็นยาในช่วงยุโรปยุคกลาง เช่น ชาวยุโรปจะต้มมัมมี่และใช้น้ำมันที่ได้ไปรักษาอาการฟกช้ำ ปวดท้อง และโรคอื่น ๆ อีกจำนวนมาก

อ่านต่อ มัมมี่รมควัน แห่งถ้ำคาบายัน วิธีทำมัมมี่ ที่ทำกันตั้งแต่ยังมีชีวิต !!!