เผยเรื่องจริงของ “มนุษย์คนแรก ” (และคนเดียว) ในประวัติศาสตร์ – ที่ตกมาจากอวกาศ

ย้อนไปเมื่อ 54 ปีที่แล้ว (ปี ค.ศ.1967) ได้เกิดโศกนาฏกรรมที่ทำให้ “วลาดิเมียร์ โคมารอฟ” (Vladimir Komarov) นักบินอวกาศของสภาพโซเวียต กลายเป็น “มนุษย์คนแรกที่ตกจากอวกาศมาสู่โลก” ซึ่งมันเต็มไปด้วยปมปริศนาว่า ทำไมรัฐบาลโซเวียตจึงพยายามผลักดันให้ภารกิจนี้เกิดขึ้นทั้งที่รู้ว่ายานอวกาศที่ใช้เดินทางนั้นเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง

(ซ้าย) ยูริ กาการิน , (ขวา) วลาดิเมียร์ โคมารอฟ

โดยโศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นในวันครบรอบ 50 ปี ของการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียต ซึ่งเลโอนิด เบรจเนฟ (Leonid Brezhnev) ผู้นำโซเวียตในขณะนั้น ได้ประกาศภารกิจการ “นัดพบ” ในอวกาศระหว่างยานอวกาศโซยุส 1 และโซยุส 2 ซึ่งจะถูกจอดเทียบใกล้ ๆ กัน เพื่อให้นักบินสามารถเดินไปมาหากันได้ ก่อนที่จะขับยานดังกล่าวกลับสู่โลก โดยภารกิจนี้คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมตัวเพื่อไปสำรวจดวงจันทร์

ทั้งนี้ หนังสือ “Starman” (สตาร์แมน) ได้เปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ยานโซยุส 1 นั้นเต็มไปด้วยข้อบกพร่องมากมาย นั่นทำให้เหล่าวิศวกรของโซเวียตต่างเผชิญกับความเครียดและต้องทำงานกันทั้งวันทั้งคืนเพื่อให้ยานอวกาศลำนี้เสร็จทันตามกำหนด ซึ่งถูกขีดเส้นตายโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโซเวียต

(ภาพใหญ่) ยานอวกาศโซยุส 1, (ภาพเล็ก) ภาพมุมสูงของการระเบิดของโซยุส 1

โดยภารกิจครั้งนี้ ได้มอบหมายให้โคมารอฟเป็นนักบินหลัก และ ยูริ กาการิน (นักบินอวกาศคนแรกที่เดินทางกลับโลกได้อย่างปลอดภัย) เป็นนักบินสำรอง ซึ่งทั้งคู่ต่างรู้ดีว่ายานโซยุส 1 มีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ทันกำหนด ดังนั้น กาการินจึงได้เขียนรายงานให้เลื่อนการเดินทางออกไป แต่คำขอของกาการินกลับถูกเพิกเฉยโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูง

แน่นอนว่า โคมารอฟรู้ดีกว่าการเดินทางไปอวกาศครั้งนี้ เปรียบเสมือน “เที่ยวบินที่ไม่มีวันกลับ” แต่ด้วยแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง นั่นหมายความว่า หากเขาปฏิเสธการควบคุมยานดังกล่าว ความโชคร้ายจะตกไปที่กาการิน โดยข้อมูลจากสตาร์แมนได้ระบุคำพูดของโคมารอฟที่กล่าวทั้งน้ำตาว่า “ถ้าผมไม่ขึ้นไปเที่ยวบินนี้ พวกเขาจะส่งยูริไปแทน ผมยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้”

และแล้วในวันที่ 23 เมษยาน ค.ศ. 1967 การเดินทางอันแสนเศร้าก็ได้เริ่มขึ้น ตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมงแรก โคมารอฟ สามารถควบคุมยานให้โคจรรอบโลกได้มากถึง 16 รอบ ทุกอย่างดูเหมือนจะปกติ จนกระทั่งเมื่อยานกำลังเข้าสู่วงโคจร แผงโซลาร์เซลล์ด้านหนึ่งกลับมีปัญหา ส่งผลให้เครื่องยนต์แต่ละส่วนขัดข้อง โคมารอฟจึงต้องเปลี่ยนเป้าหมายกลับสู่โลก แต่ทว่าระบบร่มชูชีพฉุกเฉินกลับไม่สามารถกางออกได้ นั่นทำให้ยานโซยุส 1 ดิ่งกระแทกลงสู่พื้นโลกอย่างรุนแรง ซึ่งเปลวไฟจากแรงระเบิดได้เผาไหม้ร่างของโคมารอฟจนเหลือเพียงก้อนเนื้อขนาด 80 เซนติเมตร

(ซ้าย) ป้ายที่ระลึก Fallen Astronaut ที่ถูกวางไว้บนดวงจันทร์ , (ขวา) ซากเนื้อที่ถูกเผาไหม้ของโคมารอฟ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเปิดเผยข้อมูลว่า ตลอดเวลาของการเดินทางโคมารอฟตอบกลับมายังห้องควบคุมอย่างปกติ แต่ข้อมูลจากสตาร์แมนกลับเผยว่า ในวาระสุดท้ายโคมารอฟแสดงอาการที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ถึงขนาดสาปแช่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโซเวียตที่พยายามกดดันให้เขาต้องมาควบคุมยานอวกาศที่ไม่สมบูรณ์ลำนี้

ปัจจุบัน ยังคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าเหตุใดโซเวียตจึงพยายามผลักดันให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นโดยเร็ว ว่ากันว่าเป็นเรื่องของการเมือง ที่โซเวียตพยายามเอาชนะสหรัฐฯในการส่งมนุษย์ออกไปนอกโลก โดยชื่อของวลาดิเมียร์ โคมารอฟ ได้ถูกจดจำในฐานะวีระบุรุษของชาติและมนุษย์แรกที่ตกจากอวกาศ ซึ่งได้มีการวางป้ายที่ระลึก Fallen Astronaut ไว้บนดวงจันทร์เพื่อเป็นเกียรติให้กับโคมารอฟและนักบินคนอื่น ๆ ที่เสียชีวิตขณะเดินทางไปนอกโลก โดยศพของโคมารอฟถูกฝังอย่างเป็นเกียรติ ณ จัตุรัสแดง กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย