The Divine Fury หนังที่สร้างโดยอ้างอิงจาก บาทหลวง ปีศาจ และไอเทมอันศักดิ์สิทธิ์

ผมเองก็ไม่คิดว่า ความชอบในเรื่องปีศาจของผมจะไปเข้าตาบริษัทสหมงคลฟิล์ม แต่อาจเพราะที่ผ่านมา Flagfrog ได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ บาทหลวง ปีศาจ และตำนานศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ไปมากพอสมควร ซึ่งทุกเรื่องที่เราได้นำเสนอไปนั้น ปรากฏอยู่จริงตามหน้าประวัติศาสตร์ และเรื่องพวกนี้ยิ่งอ่านก็ยิ่งสนุกด้วยสิ

อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณทางสหมงคลฟิล์มด้วยนะครับ ที่ส่งข้อมูลของทั้งตัวหนังและข้อมูลที่น่าสนใจต่อไปนี้เข้ามาให้ผมได้เรียบเรียง โดยเฉพาะเรื่องของ Stigmata (รอยแผลศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู) เอาล่ะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาเริ่มเข้าสู่เนื้อหาหลักกันเลย !

ภาพยนตร์เรื่อง The Divine Fury (แอคชั่น-แฟนตาซี) ว่าด้วยเรื่องของเด็กชาย “ยงฮู” ที่ตั้งแต่เขาสูญเสียพ่อไปจากเหตุการณ์ที่คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของปีศาจ ก็ทำให้เขาเริ่มก้าวร้าว ชอบความรุนแรง และไม่แคร์สิ่งใดทั้งสิ้น เพราะเขาเคยศรัทธาในพระเจ้า แต่เมื่อพ่อเขาตาย … ไหนล่ะ ? พระเจ้าอยู่ไหน ? ทำให้เมื่อเขาโตขึ้น เขาจึงเลือกที่จะเป็นนักมวย MMA เพราะรู้สึกดีที่ได้อัดคน

แต่แล้ววันหนึ่งก็เหมือนเขาจะหลีกหนีโชคชะตาของตัวเองไม่ได้ เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอบแผลปริศนาบนฝ่ามือ ด้วยความสงสัยและความงุนงงของคนที่ไม่เชื่อว่านรกสวรรค์มีจริง จู่ ๆ เขาก็ได้บังเอิญพบกับ “บาทหลวงอัน” นักปราบผีที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน โดยบาทหลวงท่านนี้บอกกับ ยงฮู ว่า “สาเหตุที่มือของเขามีรอยแผลปริศนาเกิดขึ้นก็เพราะ พระเจ้าได้ประทานพลังในการสะกดวิญญาณให้แก่เขา”

ซึ่งจุดนี้แหละครับ ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้คนทั้งสองร่วมมือกันคลี่คลายปมต่าง ๆ เกี่ยวกับปีศาจที่ออกอาละวาดฆ่าคน และตามหาว่าแท้จริงแล้วพ่อของเขาเสียชีวิตเพราะเหตุใด ? อีกทั้งยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับบาทหลวงสายมืด ที่ควรจะใช้วิชากำจัดผีแต่พี่แกดันเรียกผีขึ้นมาสะงั้น

โดยในหนังเรื่องนี้คุณจะได้เห็นทั้ง วิธีปราบผี อาการคนถูกผีสิง สถานที่ถ่ายทำเกี่ยวกับการทำพิธีของจริง พร้อมด้วยอุปกรณ์ไอเทมน่าสนใจมากมาย

และที่เด็ดที่สุดก็คงจะเป็น เจ้านายของเลขาคิม (พัค ซอจุน) ที่ครั้งนี้ต้องถอดสูทเพื่อมาสวมชุดเป็นบาทหลวงเวอร์ชั่นนักมวย จบเรื่องย่อครับ

เข้าสู่สาระกันบ้าง Real in Movie

อุปกรณ์ต่าง ๆ ของบาทหลวงที่ใช้ในหนัง : ไอเทมทุกชิ้นที่ใช้ในฉากซึ่งกว่าจะได้มาไม่ง่ายเลย โดยกระเป๋าหนังของบาทหลวงอัน ที่ภายในประกอบด้วย เครื่องราง คัมภีร์ไบเบิล ไม้กางเขน น้ำมนต์ แหวน ลูกประคำ และถ่านศักสิทธิ์ (เอาไว้วาดสัญลักษณ์ไม้กางเขน) โดยอุปกรณ์ทุกชิ้นสลักคำว่า Arma Lucis ภาษาละตินที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ไบเบิลแปลว่า “อาวุธ” อีกทั้งยังได้อนุญาติใช้ให้ตราสัญลักษณ์ของวาติกันแปะลงไปบนอุปกรณ์ปราบผีได้อีกด้วย

รอยแผลที่ปรากฏบนมือของพระเอก : อย่างที่ได้เล่าไปตอนต้นนะครับว่า จู่ ๆ พระเอกก็ตื่นมาพร้อมกับ รอยแผลปริศนาที่ปรากฏอยู่บนฝ่ามือ ซึ่งรอยแผลดังกล่าว ผู้เขียนบทได้อ้างอิงถึง Stigmata หรือ รอยแผลศักดิ์สิทธิ์ ที่มักปรากฏอยู่บนตัวของผู้ที่ถูกปีศาจเข้าสิง คล้ายกับว่าเขาได้รับพลังจากพระเจ้าให้ต่อสู้กับปีศาจตนนั้นครับ เช่น

เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับ แม่ชี เทอรีส น็อยมันน์ (1918) ที่จู่ ๆ เธอก็มีเลือดออกตามร่างกายจากบาดแผลที่ปรากฏขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ซึ่งบางตำแหน่งยังตรงกับครั้งที่พระเยซูถูกตรึงกางเขนอีกด้วย เลือดออกตา เลือกออกกลางฝ่ามือ เลือดออกจากศรีษะและหลัง โดยก่อนเสียชีวิตเธอเล่าว่า (ในขณะนั้นเธอตาบอดนะครับ) เธอได้ประจักษ์เห็นการฟื้นคืนชีพของพระเยซูทุกคืนวันศุกร์ และบาดแผลไม่ได้หายไปไหนเพราะเมื่อเลือดหยุดไหล มันก็จะเปิดออกมาอีกเมื่อถึงวันศุกร์เช่นกัน (เสียชีวิตในปี 1926 จากการชันสูตรแพทย์ลงความเห็นว่า เธอไม่ได้ป่วยเป็นโรคใด ๆ เลย)

สถานที่ในการถ่ายทำ : ทีมงานเลือกโลเคชั่นอย่าง วิหารเซนต์พิอุส และ วิหารบ๊กคยุนในแทกู เป็นฉากบูชายัญ เพื่อให้นักแสดงสามารถเข้าถึงบทบาทของการถูกผีสิงได้ดีที่สุด

ความทุ่มเทของนักแสดง : พัค ซอจุน บอกว่าเขาต้องเทรนร่างกายวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อให้ได้หุ่นนักมวยที่เพอร์เฟค และทางด้านของ อัน ซองกิ (บาทหลวงอัน) ต้องศึกษาการใช้ภาษาละตินนานหลายเดือน เพื่อความสมจริงและความลื่นไหลในการร่ายบทสวด ซึ่งบทสวดที่ว่านี้ก็เป็นของจริงครับ

เอาล่ะครับ ก็เป็นอันจบเรียบร้อยสำหรับข้อมูลและเกร็ดน่าสนใจต่าง ๆ เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งถ้าถามผมว่าผมจะไปดูมั้ย ผมจะไปแน่นอนแหละ เพราะเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับปีศาจและการปราบผีส่วนตัวแล้ว ผมชอบมาก และหากใครที่มีความสนใจเหมือนกับผม อย่าลืมนะครับว่า หนังเรื่อง The Divine Fury มีกำหนดฉายวันที่ 22 สิงหาคม 2019 ที่จะถึงนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

เพราะไม่ว่าคุณจะกลายเป็นปีศาจ หรือต่อสู้กับปีศาจ เตรียมสัมผัสกับโทสะแห่งพระเจ้าเสียเถอะ

14 E-book Flagfrog