หนอนยุคแมมมอธคืนชีพ หลังก้อนน้ำแข็งอายุ 40,000 ปีถูกละลาย (ส่องพบกำลัง ดิ้น แด่ว แด่ว)

เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา นักชีววิทยาชาวรัสเซีย ได้ขุดตัวอย่างของดินเพอร์มาฟรอสต์ บริเวณเขตอาร์กติก ขึ้นมาตรวจสอบ หลังจากเกิดการละลายตัวของชั้นดินที่ถูกแช่แข็งมาตั้งแต่ยุคไพลสโตซีน ซึ่งหลังตรวจสอบนักวิจัยพบ “หนอนตัวกลม” อายุกว่า 42,000 ปี และที่สำคัญคือพวกมันยังมีชีวิตอยู่ด้วย

(ภาพใหญ่) หน้าตาของหนอนสายพันธุ์ Nematodes, (ภาพเล็ก) หน้าตาของหนอนสายพันธุ์ดังกล่าวที่ถูกค้นพบ

โดยนักวิจัยได้ขุดเอาตัวอย่างดินกว่า 300 ตัวอย่างจากพื้นที่แต่ละจุดของเขตอาร์กติก กลับไปศึกษายังห้องทดลองที่มอสโก พบว่ามีหนอนตัวกลมถูกแช่แข็งติดมาด้วย 2 สายพันธุ์ คือ Panagrolaimus detritophagus และ Plectus parvus ก่อนจะนำพวกมันไปวางไว้บนจานเพาะเชื้อและทำให้อุ่นขึ้นในอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส

ทว่า หลังจากผ่านไป 10-14 วัน พวกมันกลับส่งสัญญาณมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งยังกินอาหารได้ด้วย โดยทีมวิจัยได้นำมันไปตรวจหาอายุด้วยเทคนิคเรดิโอคาบอร์น (Carbon-14) ก่อนจะพบผลที่น่าตกใจว่า หนอนตัวกลมสายพันธุ์แรก ที่พบในตัวอย่างดินใต้โพรงกระรอกโบราณลึกลงไปราว 30 เมตรนั้น มีอายุมากถึง 32,000 ปี เท่านั้นยังไม่พอ หนอนอีกสายพันธุ์ ที่พบในบริเวณเดียวกัน ยังมีอายุมากถึง 42,000 ปีเลยทีเดียว

หนอนตัวกลมที่ถูกค้นพบ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการตั้งข้อสงสัยว่า อาจมีการปนเปื้อนของดินในหนอนตัวกลมทำให้มันมีอายุที่น่าเหลือเชื่อขนาดนั้น แต่ ทาเทียนา วิชนิเวทสกายา นักชีวเคมีผู้ร่วมทำการวิจัยได้ออกมาโต้แย้งว่า “ทีมงานของเรามีความระมัดระวังอย่างมากในเรื่องเทคนิคการฆ่าเชื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเก็บตัวอย่างเพื่อมาศึกษาทางจุลชีววิทยาและอณูชีววิทยา เราจึงมั่นใจว่าไม่มีการปนเปื้อนของดินอย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ การฟื้นคืนชีพสิ่งมีชีวิตโบราณนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในปี 2000 นักวิทยาศาสตร์สามารถดึงสปอร์จากแบคทีเรียบาซิลลัสที่ซ่อนอยู่ภายในผลึกเกลืออายุ 250 ล้านปี ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งได้ แต่ถึงอย่างนั้น นักวิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถนำเอาผลที่ได้มาใช้รักษาสภาพเนื้อเยื่อที่ซับซ้อนของมนุษย์ได้

ดังนั้น การค้นพบสัตว์ที่สามารถอยู่นิ่ง ๆ เป็นเวลาหลายหมื่นปีและกลับมามีชีวิตได้นั้น จึงเป็นการค้นพบที่ควรค่าแก่การนำมาศึกษาต่อ ว่าพวกมันมีกลไกใดที่สามารถปรับตัวให้อยู่รอดภายใต้สภาพแวดล้อมแบบนั้น อีกทั้งยังกลับมามีชีวิตได้อีกครั้งด้วย โดยข้อมูลที่ได้จะสามารถนำไปใช้กับมนุษย์ ทั้งเรื่องการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อและการฟื้นฟูร่างกายไม่ให้เสื่อมสภาพตามกาลเวลานั่นเอง

บริเวณที่เรียกว่า “เพอร์มาฟรอสต์”

สุดท้าย ทีมวิจัยกล่าวว่า “การฟื้นคืนชีพของหนอนพวกนี้เป็นหลักฐานว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น พืช สัตว์ รวมไปถึงแบคทีเรีย ก็อาจกลับมามีชีวิตได้หลังจากหลับไหลไปแสนนาน”

Fact – “บาตาไกก้า” (Batagaika Crater) หลุมขนาดใหญ่ที่มีขนาดความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ลึก 100 เมตร เกิดจากการละลายตัวของชั้นดินเพอร์มาฟรอสต์ ตั้งอยู่ใจกลางป่าทางตะวันออกในเขตไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย ซึ่งชาวยูคาเทียน (Yukatian) ชนพื้นเมืองท้องถิ่นเรียกที่แห่งนี้ว่า “ประตูเชื่อมนรก” เนื่องจากก๊าซมีเทนและคาร์บอนจำนวนมหาศาลที่ถูกกักเก็บอยู่ใต้ดินแห่งนั้นมานานหลายพันปีอาจเปิดออกและพวยพุ่งขึ้นไปทำลายชั้นบรรยากาศส่งผลให้โลกร้อนยิ่งขึ้น แถมอาจมีแบคทีเรียโบราณที่ไม่รู้จักโผล่ขึ้นมาแพร่เชื้อก็เป็นได้