นี่คือ “เครื่องฟอก” (สูง 7 เมตร) ที่สามารถเปลี่ยน “อากาศเสีย” ให้กลายเป็น “เพชร” ได้

ย้อนไปเมื่อปี 2013 กรุงปักกิ่งของประเทศจีนคือเมืองที่มีมลพิษสูงที่สุดในโลก มีค่ามลพิษสูงกว่าค่าเฉลี่ยมลพิษทั่วโลกถึง 30 เท่า นับว่าเป็นวิกฤตทางอากาศครั้งใหญ่เลยทีเดียว แต่วิกฤตย่อมมาพร้อมโอกาส โดย แดน รูสเซนการ์ด ศิลปินชาวดัตช์ที่ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจ ที่ทำงานอยู่ที่เมืองจีนมานาน 6 ปี ได้ผุดไดเดียที่จะ “เปลี่ยนมลพิษเหล่านี้ – ให้กลายเป็นเพชรเม็ดงาม”

แดน รูสเซนการ์ด

ต่อมาในปี 2015 เขาเปิดตัวหอคอยฟอกอากาศขนาดใหญ่ สูง 7 เมตร กลางเมืองปักกิ่ง โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นตัวจ่ายพลังงานให้กับเครื่องฟอกอากาศ ด้วยระบบการทำงานด้วยเทคโนโลยีไอออไนเซชั่น (Ionisation Technology) เป็นกระบวนการฟอกอากาศที่เลียนแบบธรรมชาติ อธิบายง่าย ๆ ก็คือ ก่อนที่จะเกิดพายุฝน อากาศจะเต็มไปด้วยมลพิษ สารก่อภูมิแพ้ และแบคทีเรียต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งพายุฝนจะเกิดปล่อยประจุไฟฟ้าจำนวนมากที่มีไอออนสูงออกมา โดยไอออนเหล่านั้นจะทำหน้าที่ทำลายโครงสร้างของโมเลกุลมลพิษบนอากาศทำให้อากาศบริสุทธิ์ขึ้นนั่นเอง

ในทำนองเดียวกัน หอคอยฟอกอากาศของแดน จะทำหน้าที่ปล่อยไอออนแบบเดียวกันกับที่พายุฝนปล่อยออกมา เสมือนว่าอากาศโดยรอบอยู่ภายใต้อิทธิพลของพายุฝนยังไงยังงั้น โดยหอคอยนี้สามารถกรองอากาศภายในรัศมีให้มีค่าบริสุทธิ์สูงขึ้นถึง 70 %

ผงคาร์บอนจากฝุ่นควันที่ผ่านการกรองอากาศ

คำถาม : แล้วเครื่องฟอกอากาศนี้จะเปลี่ยนเป็นเพชรได้ยังไง ? แดน ระบุว่า หลังจากที่มันดูดเอามลพิษจากภายนอกเข้ามาและดันอากาศบริสุทธิ์ออกไป ภายในตัวเครื่องจะเต็มไปด้วยอนุภาคหมอกควันในรูปของฝุ่นผง ซึ่งมันมีค่าคาร์บอนเกือบ 40% ซึ่งนี่แหละเป็นสารประกอบเดียวกันกับที่มีอยู่ในเพชร

โดยกระบวนการก็คือ เมื่อเขานำฝุ่นควันที่ได้จากไส้กรอง – จากนั้นแยกฝุ่นออกจากคาร์บอนและทำให้กลายเป็นคาร์บอนบริสุทธิ์ 99% – ต่อมาเปลี่ยนคาร์บอนเป็นแผ่นกราไฟต์ – ส่งเข้าเครื่องอัดความดันสูง (394,625 กิโลกรัม/ตารางนิ้ว) และให้ความร้อนสูง – จากนั้น รอ 6 ถึง 8 สัปดาห์ เพื่อให้กราไฟต์ตกผลึกกลายเป็น “เพชร” หรือในอุกมุมหนึ่งถ้าไม่ทำเป็นเพชร เขาจะนำคาร์บอนเหล่านี้มาอัดให้อยู่ในรูปของเครื่องประดับแหวนหรือสร้อยคอก็สวยงามและมูลค่าสูงเช่นกัน

เพิ่มเติม เมื่อปี 2017 นักวิจัยจากบริษัทอัญมณี Algordanza ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประสบความสำเร็จในการสร้าง “เพชร” (Diamons) ขึ้นมาจากการเถ้าถ่านที่ได้จากการเผาร่างผู้เสียชีวิต เนื่องจากร่างกายของมนุษย์ประกอบไปด้วยธาตุคาร์บอน 18% ซึ่งคาร์บอนเหล่านั้นเมื่อนำมาทำให้ตกผลึกจะสามารถก่อตัวกลายเป็นเพชรเม็ดงามได้

เพชรที่ได้จากเถ้าถ่านจากร่างของผู้เสียชีวิต

โดย ลินัลโด วิลลี (Rinaldo Willy) ผู้ก่อตั้งบริษัท Algordanza ระบุว่า “โดยปกติแล้ว การสร้างเพชรนั้นจะต้องอาศัยคาร์บอนอย่างน้อย 500 กรัม ซึ่งร่างกายมนุษย์เมื่อถูกเผาจะให้เถ้าถ่านที่ประกอบไปด้วยคาร์บอนราว 700 กรัม นั่นจึงเพียงพอสำหรับสร้างเพชร 1 เม็ด”

Fact – กระบวนการเกิดเพชรตามธรรมชาติ : เกิดจากธาตุคาร์บอนที่อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นเปลือกโลก 40 กิโลเมตร ซึ่งในชั้นนี้จะมีอุณหภูมิสูงถึง 1,300 องศาเซลเซียส และความกดดันที่มากถึง 390,000 กิโลกรัม/ตารางนิ้ว แรงกดขนาดนี้เทียบเท่ากับการถือสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ไว้บนมือยังไงยังงั้น และด้วยอุณภูมิ + แรงกด ทำให้อะตอมของคาร์บอนเกิดการเรียงตัวเป็นระเบียบจับตัวกันแข็งขึ้นจนเกิดเป็นเพชรนั่นเอง