คนขับรถบรรทุก “ไม่สนใจป้ายเตือน” เผลอขับรถทับ “เส้นนาซคา” มรดกโลกอายุ 2,000 ปี

เมื่อปี 2018 “ไคเนอร์ เคซุส ฟลอเรส วีโก” คนขับรถบรรทุก วัย 40 ปี ได้เผลอทำลาย “เส้นนาซคา” (Nazca Lines) มรดกโลก อายุ 2,000 ปี ที่ได้รับการคุ้มครองจาก UNESCO ในประเทศเปรู โดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งผลมาจากที่เขาต้องการเลี่ยงด่านเก็บค่าผ่านทาง เลยขับออกนอกถนน ขึ้นไปยังพื้นดิน และเหยียบเส้นนาซคาเข้า ซึ่งที่สำคัญคือเขาไม่สนใจป้ายเตือนที่บอกว่าบริเวณนี้เป็นเขตอนุรักษ์มรดกโลก

เส้นนาซคาที่ใกล้กับด่านเก็บค่าผ่านทาง ที่ถูกรถทับ

เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นระดับโลกที่ทาง UNESCO ต้องทำการเรียกตัวคนขับรถบรรทุกมาสอบสวนกันยกใหญ่ เพราะเส้นนาซคานั้นเป็นโบราณวัตถุที่ฝังอยู่ในพื้นดิน หากเกิดความเสียหายจะบูรณะหรือซ่อมแซมไม่ได้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า รอยล้อรถบรรทุกสร้างความเสียหายเป็นพื้นที่กว่า 50×100 เมตร เลยทีเดียว

โดยเรื่องนี้ถูกส่งต่อให้กับอัยการดำเนินคดี และจากการสอบปากคำ นายไคเนอร์ เคซุส อ้างว่า เขาไม่ใช่คนในพื้นที่และไม่คุ้นชินกับป้ายเตือนต่าง ๆ จนสุดท้ายศาลตัดสินออกมาว่า เขาไม่ได้มีเจตนาตั้งใจจะทำลายมรดกโลกชิ้นดังกล่าว แต่เป็นการกระทำเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะจ่ายค่าผ่านทางเท่านั้น ดังนั้น ศาลจึงตัดสินโทษปรับเป็นเงิน 44,000 บาท และคุมความประพฤติ 9 เดือน

ร่องรอยล้อรถบรรทุกที่พี่แกขับทับเส้นนาซคา

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เส้นนาซคาได้รับความเสียหาย เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปี 2014 มีการจัดประชุมผู้นำระดับโลกที่เมืองลิมา เมืองหลวงประเทศเปรู ซึ่งมีกลุ่มผู้ประท้วง Green Peace มาตั้งป้ายเรียกความสนใจจากผู้นำระดับโลกในบริเวณพื้นที่เส้นนาซคา ซึ่งเส้นนาซคานั้นมีขนาดใหญ่มาก จึงยากในการมองจากพื้นดิน ทำให้กลุ่มผู้ประท้วงเผลอปักป้ายและเดินเหยียบเส้นนาซคาโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นผลให้ทาง Green Peace ต้องออกมาขอโทษและจ่ายค่าความเสียหายไปตามระเบียบ

เพิ่มเติม – “เส้นนาซคา” (Nazca Line) คือร่องรอยการวาดรูปบนพื้นดิน ด้วยการขูดหน้าดินสีแดงออกเผยเนื้อดินสีขาวเป็นร่องลึกและลากเป็นเส้นเลขาคณิตออกมาเป็นรูปร่างของสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น มนุษย์ นกฮัมมิงเบิร์ด ลิง แมว แมงมุม เป็นต้น ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 500 ปีก่อนคริสตกาล จนถึง ค.ศ.500 คาดว่าเป็นผลงานของชาวนาซคา เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเคยเป็นที่อยู่ของพวกเขามาก่อน

เส้นนาซคารูปลิง

และสาเหตุที่รูปวาดพวกนี้ยังคงสภาพอยู่ได้มาจนถึงปัจจุบัน ก็เพราะบริเวณที่ตั้งนั้นอยู่กลางทะเลทราย ที่แทบไม่มีฝนตกเลยและลมก็ไม่แรง มันจึงไม่ถูกรบกวนจากสภาพอากาศนั่นเอง แต่ที่นักวิจัยต่างสงสัยคือ พวกเขาประดิษฐ์ภาพวาดที่ซับซ้อนและปราณีตขนาดนี้ได้อย่างไร เพราะภาพวาดเหล่านี้มีขนาดใหญ่มาก สามารถมองเห็นเป็นภาพได้จากทางอากาศเท่านั้น ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ ปริศนาเส้นนาซคาก็ยังไม่ได้รับการไขคำตอบทางวิทยาศาสตร์ จะมีก็แต่ทฤษฎีสมคบคิดที่เชื่อว่าเส้นเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือของมนุษย์ต่างดาว

Fact – ปัจจุบันมีสิ่งประดิษบ์และวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกกับ UNESCO มากกว่า 1,000 ชิ้น ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่ง ถูกคุกคามและได้รับความเสียหาย โดยส่วนใหญ่มาจากการกระทำของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น สงครามกลางเมืองในซีเรีย เป็นผลให้มัสยิด Umayyad ถูกทำลายไป