“พลังงานหมุนเวียน” ของอังกฤษ ผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า “เชื้อเพลิงฟอสซิล” ได้เป็นครั้งแรก

วันที่ 13 ตุลาคม 2019 สำนักข่าว The Independent รายงานว่า ประเทศอังกฤษสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้มากกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลสำเร็จแล้ว !!!

พลังงานหมุนเวียน ที่ว่านี้ได้แก่ ฟาร์มกังหันลม, โซลาร์เซลล์, ชีวมวล และไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 29.5 เทระวัตต์-ชั่วโมง (TWh) ทั้งในเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายนปี 2019 ขณะที่เชื้อเพลิงฟอสซิลผลิตได้ 29.1 เทระวัตต์-ชั่วโมง (TWh)

“ความก้าวหน้าทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณภาคไฟฟ้าของประเทศ จากการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า เราผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลลดลงกว่า 50% ตั้งแต่ปี 2010 ขณะที่พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า” – ดร. ไซมอน อีแวนส์ รองบรรณาธิการ Carbon Brief กล่าว

ตารายงานระบุว่า พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด 29.5 เทระวัตต์-ชั่วโมง แบ่งเป็น 14.6 เทระวัตต์-ชั่วโมงจากพลังงานลม, 8.8 เทระวัตต์-ชั่วโมงจากชีวมวล, 4.7 เทระวัตต์-ชั่วโมงจากพลังงานแสงอาทิตย์ และ 1.4 เทระวัตต์-ชั่วโมงจากไฟฟ้าพลังน้ำ

ปัจจุบันอังกฤษเหลือโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ยังเปิดทำการอยู่ทั้งหมด 7 แห่ง โดยโรงไฟฟ้าแห่งสุดท้ายจะถูกปิดภายในปี 2025

แม้อังกฤษจะประสบความสำเร็จอย่างมากในการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด แต่ส่วอื่น ๆ ของเศรษฐกิจกลับมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการลดการปล่อยมลพิษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อปีที่แล้ว อังกฤษปล่อยก๊าซเรือนกระจก 6.8 ตันต่อคน แต่พวกเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยล่าสุดได้ตั้งเป้าจะให้เหลือศูนย์ภายในปี 2050

Fact ย้อนกลับไปในปี 1904 นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลี ปิเอโร่ จิโนริ คอนติ ประสบความสำเร็จในการใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพ (มีลักษณะเป็นไอน้ำ 95% ถือเป็นพลังงานสะอาด) เพื่อเป็นพลังงานให้แก่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่การทำอาหาร อาบน้ำ และให้ความร้อนกับพื้นและผนัง ยิ่งไปกว่านั้นมันยังเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่ Larderello โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกในปี 1913

อ่านต่อ – มหาพีระมิด สามารถเก็บพลังงานต่างๆไว้ในห้องลับ แล้วนำมาใช้งานได้