UN เตือน โลกต้องหยุด “ทำสงครามกับธรรมชาติ” ได้แล้ว

วันที่ 2 ธันวาคม 2019 สำนักข่าว The Independent รายงานว่า UN หรือ สหประชาชาติ ได้ออกมาเตือนว่า โลกต้องหยุดทำสงครามกับธรรมชาติและเริ่มทำข้อตกลงทางการเมืองเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อน ที่กำลังเป็นปัญหาในปัจจุบันให้มากขึ้น 

ปัจจุบัน ทั่วโลกต่างก็ต้องรับมือกับสภาพอากาศที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง และเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตั้งแต่ไฟป่า ไปจนถึงน้ำท่วม กดดันมนุษยชาติจนตระหนักถึงปัญหาและเริ่มการแก้ปัญหาอย่างจริงจังครั้งแรกใน ความตกลงปารีส 

สงครามต่อต้านธรรมชาติของเราต้องหยุดลง และพวกเรารู้ว่าเป็นไปได้ เราเพียงแค่ต้องหยุดขุด หยุดเจาะ และเริ่มใช้ประโยชน์จากความเป็นไปได้มากมายที่หยิบยื่นให้เกิดพลังงานทดแทนแอนโตนิโอ กูเตอร์เรส (Antonio Guterres) เลขาธิการของ UN กล่าว

กูเตอร์เรส กล่าวต่อว่า การลดอัตราปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ส่วนใหญ่มาจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล) ที่ได้รับการตกลงกันภายใต้ความตกลงปารีส ไม่เพียงพอที่จะจำกัดอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5-2 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม เนื่องจากหลายประเทศยังไม่บรรลุข้อตกลงดังกล่าว

เช่นเดียวกับ ประเทศสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ถอนตัวจากความตกลงปารีส, การเร่งการตัดไม้ทำลายป่าในลุ่มน้ำอเมซอนในประเทศบราซิล แหล่งกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์สำคัญของโลก และจีนที่หันหลังกลับไปสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินมากขึ้น

ปัจจุบันมีมากกว่า 70 ประเทศมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย เป็นประเทศที่มี “ความเป็นกลางของคาร์บอนหรือ “หรือการมีอัตราการปล่อยคาร์บอนออกสู่ชั้นบรรยากาศเป็นศูนย์ภายในปี 2050

แต่ กูเตอร์เรสก็กล่าวว่า “ลำพังเพียงแค่คำมั่นสัญญาเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ เพราะเห็นได้ชัดว่า ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเจ้าใหญ่ที่สุดในโลก (จีนและอเมริกา) ไม่ได้ออกแรงช่วยอย่างเต็มที่ และหากไม่มีพวกเขา เป้าหมายของเราก็ไม่มีทางเป็นไปได้

Fact การปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ (UN Peacekeeping) ใช้งบประมาณน้อยกว่าการใช้จ่ายทางทหารทั่วโลก แม้ว่าจะมีทหาร ตำรวจ และพลเรือนมากกว่า 100,000 คน ที่ช่วยรักษาความสงบใน 14 แห่งทั่วทั้ง 4 ทวีป

อ่านต่อ – โลกมีระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ “สูงที่สุด” ในประวัติศาสตร์แล้ว