“ซาลาแมนเดอร์-อะโซโลตล์” เห็นน่ารักแบบนี้ ผมมีสกิลฮีลลิ่งแบบเดียวกับวูลฟ์เวอรีนนะครับ

ซาลาแมนเดอร์ “อะโซโลตล์” (Axolotl – ชื่อวิทยาศาสตร์ “Ambystoma mexicanum”) คือสิ่งมีชีวิตที่สามารถงอกอวัยวะทุกส่วนในร่างกายที่เสียหายให้กลับมาใช้งานได้ แม้จะขาดออกหรือเสียหายแทบขาดใจก็ตาม (กระทั่งหัวใจที่ถูกทำลายก็ยังสามารถรักษาได้เลยคิดดู – ไม่เหมือนคนเราเวลาอกหักถึงกับเสียศูนย์เลยทีเดียว …)

โดยอะโซโลตล์เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจำพวกเดียวกับซาลาแมนเดอร์ มีถิ่นกำเนิดและพบได้แห่งเดียวในโลกคือ คลองโซชิมิลโก (Xochimilco) ประเทศเม็กซิโก (ถูกค้นพบครั้งแรกโดยชาวแอซเท็กเมื่อ 1,000 ปีที่แล้ว ส่วนชื่อสุดประหลาดนี้ก็ถูกตั้งตามเทพองค์หนึ่งตามความเชื่อของพวกเขานั่นเอง)

และแม้สกิลการสร้างอวัยวะจะเจ๋งแค่ไหน แต่กระบวนการฟื้นฟูจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อพวกมันยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น (ถ้าตายไปแล้วคือจบ) โดยกระบวนการคือ เมื่ออวัยวะส่วนใดเสียหาย – เลือดจะหยุดไหลแทบทันที – จากนั้นประมาณ 2-3 วัน เซลล์ที่ปิดปากแผลจะทำหน้าที่เป็นเซลล์ต้นกำเนิดเรียกว่า บลาสเทมา (Blastema) – ซึ่งจะค่อย ๆ แบ่งตัวสร้างเป็นกล้ามเนื้อ กระดูกอ่อน เส้นประสาท เส้นเลือด จนพัฒนากลายเป็นอวัยวะส่วนที่ขาดให้กลับมาใช้งานได้ปกติ (เวลาในการฟื้นฟูราว 30-60 วัน)

ซึ่งแน่นอนว่าความสามารถนี้ครอบคลุมทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นปอด สมอง กระเพาะ ลำไส้ แต่ตามข้อมูลระบุว่า อวัยวะจะต้องไม่เสียหายเกิน 1 ใน 3 เพราะหากเกินกว่านั้นก็จะไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาได้ 100% (เป็นอีก 1 เงื่อนไขที่ท้าทายพอสมควร)

ดร.เจมส์ กอดวิน จากศูนย์วิจัยชีววิทยา MDI ระบุว่า “ความสามารถในการฟื้นฟูของอาโซโลตล์ซับซ้อนเป็นอย่างมาก เราพยายามหานิวเคลียสต้นกำเนิดเพื่อนำมาปรับใช้กับมนุษย์ เพราะสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ทนทานต่อมะเร็งมากกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไปถึง 1,000 เท่า โดยจากผลวิจัยล่าสุดเราทราบแต่เพียงว่า พวกมันมีระบบภูมิคุ้มกันแบบเซลล์แมโครฟาจ (Macrophages) เหมือนเรา แต่ต่างกันตรงที่เม็ดเลือดขาวของมันจะซ่อมแซมเซลล์ประสาทรวมถึงอวัยวะส่วนที่ขาดร่วมด้วย ผิดกับมนุษย์ที่จะคอยดักจับสิ่งแปลกปลอมในร่างกายเท่านั้น”

อย่างไรก็ตามนักวิจัยจะต้องศึกษาลึกลงไปถึงระดับโมเลกุลเพื่อพัฒนาไปสู่กระบวนการสร้างอวัยวะในมนุษย์ เพราะไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมีการรักษาอวัยวะที่ขาดด้วยการฉีดสารที่สร้างขึ้นจากตัวอะโซโลตล์ก็เป็นได้ และสุดท้ายด้วยความสามารถที่โดดเด่นนี้ จึงทำให้พวกมันถูกจับมาทดลองจำนวนมาก + แหล่งอาศัยที่มีเพียงแหล่งเดียวบนโลก ปัจจุบันจึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ครับ