“วาฬนาร์วาล” ตัวนี้หลงทางมาไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร – เลยเนียนไปอยู่กับฝูงเบลูก้าซะเลย

นักสำรวจพบวาฬนาร์วาลหนุ่มตัวหนึ่ง เนียนว่ายน้ำอยู่กับฝูงของวาฬเบลูก้าอย่างน่าประหลาดใจ ซึ่งที่น่าสนใจก็คือ เจ้าวาฬนาร์วาลกลับได้รับการต้อนรับอย่างดีจากครอบครัวใหม่ด้วยนี่สิ จนนักวิจัยต่างสงสัยว่าวาฬนาร์วาลตัวนี้มาอยู่กับฝูงเบลูก้าได้ไง ?

(ภาพซ้าย) วาฬนาร์วาล, (ภาพขวา) วาฬเบลูก้า

โดยในทุก ๆ ปี นักวิจัยของอนุรักษ์วาฬจาก GREMM จะมุ่งหน้าไปยังแม่น้ำและปากแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์ รัฐควิเบก ประเทศแคนาดาเพื่อนับจำนวนและถ่ายภาพความเปลี่ยนแปลงของฝูงวาฬเบลูก้า ทว่าในครั้งนี้ พวกเขาต้องประหลาดใจมากเมื่อสังเกตเห็นสมาชิกใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งนั่นคือวาฬนาร์วาลหนุ่มที่คาดว่าหลงมาจากเขตอาร์กติกที่ห่างไปประมาณ 1,000 กิโลเมตร โดยภาพรวมทั้งหมดที่นักวิจัยเห็นนั้น บ่งชี้ว่า วาฬนาร์วาลได้รับการต้อนรับอย่างดีและสามารถว่ายร่วมกับกลุ่มใหม่ได้อย่างปกติสุข

ซึ่งการค้นพบเจ้าวาฬนาร์วาลตัวนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะในปี 2016 และ 2017 พวกเขาเคยพบเจ้านาร์วาลนักเดินทางตัวนี้มาก่อนแล้ว ด้วยเหตุนี้มันจึงถูกตั้งชื่อว่า “วาฬเร่ร่อน” โดยสาเหตุของการเร่ร่อนของมัน นักวิจัยคาดว่าเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่ออุณหภูมิของน้ำในแม่น้ำและทะเล ดังนั้นในอนาคต เราอาจได้เห็นการรวมกลุ่มกันระหว่างวาฬสองสายพันธุ์นี้อีกก็เป็นได้

ทั้งนี้ แม้ว่าทั้งสองสายพันธุ์อาจดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อมองในแวบแรก แต่ที่จริงแล้วพวกมันเป็นสัตว์จากตระกูลเดียวกัน ซึ่งวาฬนาร์วาลจะพบเจอได้ยากกว่าวาฬเบลูก้า เพราะพวกมันชอบออกไปเที่ยวในน่านน้ำลึกที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งหนาที่ยากต่อการสำรวจและเข้าถึง

มาร์ติน นิวเอีย ผู้เชี่ยวชาญด้านนาร์วาลแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดอธิบายเพิ่มเติมว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจในสังคมของพวกมัน เพราะมันสะท้อนถึงความเห็นอกเห็นใจและการเปิดกว้าง เพื่อต้อนรับสมาชิกที่มาจากสายพันธุ์อื่นเข้ามา ซึ่งถือเป็นบทเรียนที่ดีที่พวกเราได้เรียนรู้จากมัน แต่ในอีกด้าน ก็น่าสนใจว่าวาฬนาร์วาลตัวนี้จะอยู่กับฝูงเบลูก้าไปตลอดเลยหรือเปล่า”

ภาพจำลองหน้าตาของวาฬนาร์ลูกา

โรเบิร์ต มิโชด ประธานของ GREMM กล่าวว่า “หนึ่งในคำถามที่น่าสนใจที่เราได้จากการค้นพบครั้งนี้คือ อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป เมื่อนาร์วาลตัวน้อยโตเป็นผู้ใหญ่ท่ามกลางฝูงของวาฬเบลูก้า ซึ่งเป็นไปได้ว่าการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างทั้งสองสายพันธุ์นี้อาจเกิดขึ้นในที่สุด แม้จะไม่ค่อยมีการบันทึกไว้ก็ตาม โดยเรายังหวังว่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับฝูงนี้ เพราะนั่นจะกลายเป็นข้อมูลใหม่ให้พวกเราได้ศึกษากันต่อไป”

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ The Atlantic ระบุว่า ในอดีตมีการค้นพบวาฬลูกผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างวาฬเบลูก้าเพศผู้และวาฬนาร์วาลเพศเมียที่ถูกเรียกว่า “นาร์ลูกา” (Narluga) โดยในปี ค.ศ.1993 นักวิจัยได้ทำการสกัดดีเอ็นเอจากโครงกระดูกของนาร์ลูกา ซึ่งเผยให้เห็นว่า เจ้านาร์ลูกานั้นเป็นเพศผู้ที่มาจากการข้ามสายพันธุ์จริง ๆ นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานมากมายเกี่ยวกับความใกล้ชิดของวาฬทั้งสองสายพันธุ์นี้ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่า การผสมข้ามสายพันธุ์ของพวกมันนั้นเป็นไปได้และมีโอกาสเกิดขึ้นอีกในอนาคต

เพิ่มเพื่อน