ค้างคาวแวมไพร์ยึดหลัก Social Distancing เพื่อลดการแพร่เชื้อในฝูง

ในช่วงการระบาดของ COVID-19 หลายคนคงยึดหลักเว้นระยะห่างกับสังคม (Social Distancing) เพื่อลดการแพร่เชื้อและการติดเชื้อจากสาธารณะ แต่มนุษย์ไม่ใช่สายพันธุ์เดียวที่มีพฤติกรรมนี้นะครับ เพราะค้างคาวแวมไพร์ก็เลือกใช้หลักการนี้เพื่อป้องกันโรคเช่นเดียวกัน

social distancing

ข้อมูลของเรื่องนี้ได้จากเว็บไซต์ Interesting Engineering โดยอ้างอิงถึงงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ซึ่งได้ศึกษาพฤติกรรมในการดูแลพวกพ้องของค้างคาวแวมไพร์ และสังเกตผลกระทบต่อฝูงหากมีค้างคาวตัวใดตัวหนึ่งเกิดอาการป่วย เพื่อให้เกิดความสมจริงนักวิจัยจำเป็นต้องฉีดแบคทีเรียเข้าไปในค้างคาวตัวหนึ่ง ให้มันแสดงอาการป่วยและอ่อนเพลียออกมา จากนั้นจึงติดตามพฤติกรรมว่ามันจะทำอย่างไรต่อไปในขณะอยู่ร่วมกับฝูงของตนเอง

ปรากฏว่าค้างคาวที่ป่วยยังคงมีการติดต่อกับค้างคาวตัวอื่น ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการทำความสะอาดขนให้กัน (Grooming) หรือพฤติกรรมการแบ่งปันอาหารให้กัน (Sharing) ทั้งหมดนี้ยังเกิดขึ้นเหมือนเดิมแต่ลดความบ่อยครั้งลง โดยเฉพาะการทำความสะอาดขนให้กัน ค้างคาวที่ป่วยและค้างคาวที่สุขภาพดีจะเลียขนให้กันและกันน้อยลง ในขณะที่พฤติกรรมการแบ่งปันอาหารจะเกิดขึ้น ต่อเมื่อค้างคาวตัวที่ป่วยเลียปากตัวเองเป็นการส่งสัญญาณ แล้วค้างคาวที่สุขภาพดีจะนำอาหารมาให้กินนั่นเองครับ

คุณเซบาสเตียน สต็อกไมเออร์ (Sebastian Stockmaier) หนึ่งในนักวิจัยที่ศึกษาพฤติกรรมค้างคาวแวมไพร์กล่าวว่า นี่คือรูปแบบของพฤติกรรม Social Distancing ที่ถูกต้อง คือคุณยังสามารถพูดคุยและพบปะกับคนในครอบครัวได้เหมือนเดิม เพียงแต่ละความบ่อยครั้งและจำนวนผู้คนที่พบเจอกัน ซึ่งจะแตกต่างจากการแยกตัว (Self-isolation) ที่ผู้ป่วยแทบจะไม่สุงสิงกับบุคคลภายนอกเลย

social distancing

สรุป – นี่ก็เป็นเรื่องราวน่ารัก ๆ ของค้างคาวนะครับ ถึงใคร ๆ จะว่าพวกมันคือสาเหตุของ COVID-19 แต่ผมเชื่อว่าไม่มีสัตว์โลกชนิดไหนที่อยากให้ตนเองป่วย ค้างคาวก็เช่นกัน การแสดงออกของพฤติกรรม Social Distancing นั้น อีกนัยหนึ่งอาจหมายความได้ว่า ครอบครัวของค้างคาวเหล่านี้ยังคงเชื่อมั่นและไม่ยอมแพ้ ที่จะดูแลให้ค้างคาวที่ป่วยกลับมามีสุขภาพดีในที่สุด (และลดโอกาสในการติดเชื้อมาสู่ตนเองด้วย)

Fact – คำแนะนำในการป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือการอยู่ห่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ห่างไกลมากพอที่ละอองน้ำจากการไอจามของผู้ป่วยจะไม่พุ่งมาโดนร่างกายของเรา