ประติมากรรม “เวล-ไครสท์” (Veiled Christ) เชื่อหรือไม่ – ความพริ้วนี้ถูกสร้างจากการแกะหินทั้งก้อน

นี่คืองานประติมากรรมชื่อ “Veiled Christ(เวล-ไครสท์) หนึ่งในบรรดาสมบัติล้ำค่าของเนเปิลส์ เป็นงานประติมากรรมรูปพระเยซูสิ้นพระชนม์ หลังถูกตรึงกางเขน และถูกห่อไว้ด้วยผ้าคลุมใสที่เผยให้เห็นถึงใบหน้า ปาก เล็บ รวมถึงรูมือและเท้าที่ถูกตระปูตอก ซึ่งจุดเด่นก็คือความพริ้วของผ้าคลุมพระศพที่ดูบางเบาราวกับเป็นผ้าจริง ๆ แต่ทว่ามันถูกแกะสลักขึ้นจากหินก้อนเดียวทั้งก้อน

มีขนาด 50 cm × 80 cm × 180 cm

โดยถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1753 โดยช่างฝีมือแห่งอิตาลี ชื่อ จูเซปเป ซานมาติโน (Giuseppe Sanmartino) ซึ่งเป็นความต้องการของเจ้าชาย ไรมอนโด ดิ ซังโก อดีตขุนนางแห่งเนเปิลส์ เนื่องจากเขาต้องการสร้างผลงานชิ้นเอกไว้ประดับที่โบสถ์ Sansevero Chapel เดิมทีเจ้าชายมอบหมายให้ อันโตนิโอ คอร์ราดินี ประติมากรที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในอิตาลีเป็นผู้สร้าง แต่ทว่าเขากลับเสียชีวิตกลางคัน ดังนั้นเจ้าชายเลยมอบหมายให้จูเซปเปมารับช่วงต่อและได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของผลงานชิ้นนี้ไป

ทั้งนี้ ด้วยความพริ้วไหวจนดูเหลือเชื่อ ทำให้เกิดเป็นตำนานว่าความจริงแล้ว จูเซปเป ไม่ได้แกะสลักหินอ่อนในส่วนของผ้าคลุม แต่เกิดจากเจ้าชายไรมอนโดที่ว่ากันว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์และนักเล่นแร่แปรธาตุ เขาคือผู้ที่ทำการนำผ้าไปคลุมผลงานแกะสลักนั้นและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นหินอ่อนอีกที เพราะความละเอียดและปราณีตของปติมากรนั้นมากเสียจนผู้คนไม่เชื่อว่านี่มันเป็นผลงานจากการแกะสลักจริง ๆ

แต่จากการตรวจสอบและวิเคราะห์อย่างละเอียด โดยได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่ามันถูกแกะสลักขึ้นจากฝีมือมนุษย์จริง ๆ รวมถึงยังมีบันทึกที่ถูกเขียนขึ้นถึงขั้นตอนระหว่างการผลิต และใบเสร็จการชำระเงินของจูเซปเป ที่ได้รับการลงนามโดยเจ้าไรมอนโด เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ปี ค.ศ.1752 ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้เป็นเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของธนาคารแห่งเนเปิลส์

นอกจากนี้ ศิลปะการแกะสลักผ้าพริ้วแบบนี้ไม่ได้มีเพียงชิ้นเดียวในโลก แต่ยังมีงานแกะสลักลักษณะแบบนี้อีกมาก ยกตัวอย่างเช่น ผลงาน Modesty โดย อันโตนิโอ คอร์ราดินี (ช่างศิลปะที่ได้รับมอบหมายให้สร้าง Veiled Christ แต่เสียชีวิตไปก่อน) เป็นงานแกะสลักร่างหญิงสาวเปลือยกาย ถูกคลุมด้วยผ้าพริ้วไหวบางเบา ที่สร้างเสร็จในปี 1752

ผลงาน Modesty

ซึ่งปัจจุบันรูปปั้นแกะสลัก Veiled Christ ถูกเก็บรักษาไว้ที่โบสถ์ Cappella Sansevero ที่เมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมที่เจ้าชายตั้งใจจะเก็บรักษาไว้ โดยมันถูกจัดแสดงอยู่ที่ใจกลางโบสถ์ครับ

Fact – เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) ถูกปั้นโดย เฟรเดริก โอกุสต์ บาร์โทลดี เมื่อปี 1886 เป็นของขวัญที่ฝรั่งเศสมอบให้กับสหรัฐอเมริกา เพื่อยกย่องชาวอเมริกันที่ลุกขึ้นสู้จนชนะชาวอังกฤษที่กดขี่ชาวอเมริกันอยู่ในขณะนั้น ซึ่งเดิมทีเทพีเสรีภาพไม่ได้เป็นสีเขียวอย่างทุกวันนี้ เพราะความจริงมันเป็นสีน้ำตาลแวววาวเหมือนสีของเหรียญสตางค์ แต่เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำและอากาศมันจึงกลายเป็นสีเขียวอย่างที่เห็น