(2021) “Deep Time” การทดลองสุดแปลก – ให้คน 15 คน ไปอยู่ในถ้ำนาน 40 วัน และนี่คือผลที่ได้

เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา (2021) ได้มีการทดลองสุดแปลก โดยให้อาสาสมัครทั้งหมด 15 คน แบ่งเป็นชาย 8 คน และหญิง 7 คน ที่มีอายุระหว่าง 24-50 ปี เข้าไปอาศัยอยู่ในถ้ำลอมบรีฟส์ (Lombrives) ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส นานถึง 40 วัน เพื่อศึกษาว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากมนุษย์ตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเวลา ? รวมถึง เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจของมนุษย์ในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปแบบสุดขั้ว – การทดลองนี้มีชื่อว่า “Deep Time”

โดยตลอดระยะเวลาที่อยู่ในถ้ำ ผู้เข้าร่วมการทดลองจะไม่สามารถนำอุปกรณ์ที่บ่งบอกเวลาเข้าไปได้ อาทิ โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา และต้องอาศัยในถ้ำซึ่งมีอุณหภูมิอยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 100 % ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปศึกษาต่อเกี่ยวกับการอาศัยในสถานการณ์อื่น ๆ เช่น การต้องอาศัยบนดวงจันทร์ หรือดาวดวงอื่น การสำรวจเหมืองแร่ รวมไปถึงกรณีสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง

เริ่มการทดลอง: อาสาสมัครทั้ง 15 คนจะได้รับเสบียงที่เพียงพอสำหรับ 40 วัน, เต็นท์สำหรับนอน, เครื่องสร้างกระแสไฟฟ้าชั่วคราวแบบใช้เท้าปั่น นอกจากนี้พวกเขายังต้องกลืนเซ็นเซอร์เทอร์โมมิเตอร์ที่มีลักษณะเหมือนเม็ดยา เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ที่ควบคุมการทดลองสามารถตรวจสอบอุณหภูมิและระบบการทำงานของร่างาย เพื่อเก็บข้อมูลการปรับตัวของผู้เข้าร่วมการทดลองได้

(ภาพใหญ่) การเดินทางออกจากถ้ำของอาสาสมัครทั้ง 15 คน, (ภาพบนขวา) การอาศัยอยู่ในถ้ำโดยใช้ไฟเพียงเล็กน้อยเฉพาะตอนทำกิจกรรมบางอย่างเท่านั้น, (ภาพล่างขวา) การประชุมครั้งสุดท้ายก่อนเข้าไปในถ้ำ

คริสเตียน คลอต (Christian Clot) ผู้นำและหนึ่งในอาสาสมัคร กล่าวว่า “ในขณะที่อยู่ในถ้ำพวกเราต้องแบ่งหน้าที่กัน เช่น การตักน้ำจากใต้ดินที่ลึกกว่า 45 เมตร โดยกิจกรรมต่าง ๆ พวกเราไม่สามารถกำหนดเวลาได้ ดังนั้นเราจึงต้องพยายามเรียนรู้และทำความเข้าใจร่างกายให้มากขึ้น” อีกทั้ง โจฮัน ฟรองซัวร์ (Johan Francois) ครูสอนคณิตศาสตร์และหนึ่งในอาสาสมัคร กล่าวเสริมว่า “ผมต้องวิ่งวนอยู่ในถ้ำ คาดว่าเป็นระยะทางรวม 10 กิโลเมตร เพื่อรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา”

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา ทีมอาสาสมัครทั้งหมดได้เดินทางออกจากถ้ำตามกำหนด ด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม แต่ก็ดูอิดโรยเช่นเดียวกัน โดยก่อนก้าวออกจากถ้ำ ทุกคนต้องสวมแว่นกันแดดให้ดวงตาปรับเข้ากับแสงแดดภายนอก และเนื่องจากต้องใช้นาฬิการ่างกาย (Circadian Rhythms – ระบบการทำงานของร่างกายที่เกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง ตัวอย่างเช่น การหลั่งของเมลาโทนินที่ทำให้รู้สึกง่วง ซึ่งหมายความว่าเราควรนอนแล้ว เป็นต้น) เพื่อใช้บอกเวลาและตัดสินใจว่าจะต้องกินและนอนเมื่อใด ทำให้อาสาสมัครส่วนใหญ่สับสนกับเวลา และเข้าใจว่าพวกเขาเพิ่งอยู่ในถ้ำเพียง 23 วันเท่านั้น

โดย มารินา ลังซอง (Marina Lancon) หนึ่งในอาสาสมัครหญิง เล่าว่า “มันเยี่ยมมาก เหมือนเรากดปุ่มหยุดเวลาโดยไม่ต้องออกไปใช้ชีวิตภายนอก ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องรู้สึกเร่งรีบทำอะไร พวกเราส่วนใหญ่ยังอยากอยู่ในถ้ำต่ออีก 2-3 วัน”

อย่างไรก็ตาม ภารกิจ Deep Time นั้นได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบัน Human Adaption และใช้งบประมาณกว่า 45 ล้านบาท ซึ่งหลังจากการทดลองเสร็จสิ้น นักวิจัยได้ข้อสรุปว่า ผู้ที่เข้าไปอยู่ในถ้ำจะรู้สึกว่าเวลาเดินช้ากว่าความเป็นจริง ซึ่งสาเหตุคาดว่ามาจากการไม่มีเครื่องมือบอกเวลา บวกกับความสับสนที่ต้องใช้นาฬิการ่างกายเป็นตัวบ่งบอกเวลานั่นเอง อีกทั้ง การที่พวกเขาตัดขาดจากโลกภายนอก ดูเหมือนจะมีสภาพจิตใจที่แจ่มใส แต่กลับกันสุขภาพร่างกายทุกคนดูอ่อนแอ แม้จะสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในถ้ำได้ดีแล้วก็ตาม