Covid-19 จะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหนและเมื่อไหร่ทุกอย่างจะปกติ ?

สถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ในปัจจุบันกำลังทำให้ทั้งโลกเดินช้าลง หลายประเทศมีการประกาศปิดเมือง Lock down สถานที่ต่าง ๆ ถูกปิด หลายธุรกิจเริ่มขาดรายได้ อุปกรณ์ทางการแพทย์ทั่ว ๆ ไปเริ่มขาดแคลน หลาย ๆ คนเริ่มกักตัวเองอยู่บ้าน แต่คำถามสำคัญก็คือเราจะต้องเผชิญกับการระบาดแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน จนกว่าทุกอย่างจะกลับมาปกติ ?

เพื่อตอบคำถามนี้ ก่อนอื่นผมขอแยกประเด็นเกี่ยวกับมาตรการควบคุมโรคที่รัฐบาลต่าง ๆ กำลังทำกันอยู่ออกเป็นสองรูปแบบโดยอ้างอิงข้อมูลส่วนหนึ่งจากสำนักข่าว BBC ก่อนนะครับ

ป้องกันด้วยการไม่ป้องกัน

ปล่อยให้ประชาชนติดโรคตามมีตามเกิด กินยารักษาตัวเองอยู่ที่บ้าน และใช้งบประมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อดูแลผู้ที่ป่วยหนักเท่านั้น เพื่อให้มีการสร้าง ภูมิกันหมู่ (Herd Immunity) ขึ้นมาเอง

วิธีนี้ในปัจจุบันมีเพียงแค่อังกฤษประเทศเดียวที่ใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้มีการสูญเสียเป็นจำนวนมาก และอย่างที่เราเคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วว่า วิธีนี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับ Covid-19 ที่สามารถเป็นซ้ำได้ และมีความสามารถในการแพร่ระบาดสูง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอังกฤษก็เชื่อว่าวิธีนี้จะช่วยให้สามารถควบคุมโรคได้เร็วภายใน 12 สัปดาห์ หรือประมาณ 4 เดือน แต่ 4 เดือนในที่นี้ ห่างไกลกับคำว่า “จบ” และ “ปกติ” มาก เพราะเป็นเพียงช่วงเวลาที่ประชากรจะเริ่มมีภูมิคุ้มกันและสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ตัวเลขการระบาดจริง ๆ จะยังคงที่ต่อไปเรื่อย ๆ และค่อย ๆ ลดลงโดยใช้เวลาเป็นปี

เพราะตามรายงานของ เซอร์แพทริค วัลแลนซ์ (Sir Patrick Vallance) หัวหน้าที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลประเทศอังกฤษ ระบุว่า การบอกระยะเวลาโดยละเอียดว่าการระบาดจะหยุดลงเมื่อไหร่นั้นเป็นไปไม่ได้ แต่การปล่อยให้เกิดภูมิกันหมู่ตามธรรมชาติที่ได้ผลจริงจะต้องใช้เวลาถึง 2 ปี

ป้องกันด้วยมาตรการปกติ

การป้องกันด้วยวิธีนี้ คือการหาทางทำให้การระบาดเกิดขึ้นช้าที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ นั่นทำให้การที่จะเกิดภูมิกันหมู่ตามธรรมชาติจากมาตรการนี้จะกินเวลานานกว่าแบบแรกหลายเท่า

แต่เป้าหมายของมาตรการนี้ไม่ใช่การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ตามธรรมชาติ แต่เป็นการพยายามรักษาชีวิตประชากรให้มากที่สุด และถ่วงเวลาเอาไว้จนกว่าจะมีการสร้างวัคซีนหรือยารักษาที่เด็ดขาด เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันจากวัคซีน+ภูมิคุ้มกันธรรมชาติร่วมกัน จนกลายเป็นภูมิคุ้มกันหมู่

นอกจากนั้นหากว่าวิธีนี้มีการจัดการอย่างเข้มงวด เด็ดขาด และจริงจัง การควบคุมเชื้อก็จะเป็นไปได้เร็วขึ้น ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด (Best case scenario) ที่สามารถติดตามผู้ติดเชื้อได้ครบทุกคน การแพร่ระบาดจะลดลงเป็น 0 ได้ภายใน 1-2 เดือน แต่แน่นอนว่านั่นเป็นสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง

อย่างไรก็ตามวิธีนี้ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เกิดการสูญเสียด้านเศรษฐกิจอย่างมหาศาล และยิ่งการมาตรการกินเวลานานมากเท่าไหร่ทรัพยากรที่ต้องใช้ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นเป็นทวีคูณ และจากสถานการณ์เกี่ยวกับวัคซีนในปัจจุบันซึ่งหลาย ๆ ที่ทำเสร็จแล้ว โดยเฉพาะวัคซีนจากสหรัฐที่อยู่ในขั้นตอนการทดลองกับมนุษย์แล้ว คาดว่าเรามีวัคซีนใช้ภายใน 12-18 เดือน

นอกจากสองมาตรการของรัฐข้างต้นแล้ว ยังมีอีกวิธีที่มาจากภาคประชาชนด้วย นั่นคือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อลดอัตราการแพร่เชื้อให้น้อยลงมากที่สุด แต่เนื่องจากวิธีเป็นวิธีของภาคประชาชน จึงไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนได้ ถ้าหากประชาชนทุกคนดูแลตัวเองเป็นอย่างดีเหมือนกันหมด การระบาดจะจบลงอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าหากมีแม้แต่คนเดียวที่ปฏิเสธ วิธีนี้ก็จะไม่ได้ผล

สรุป – ระยะเวลาของระบาดนั้นขึ้นอยู่กับมาตรการป้องกันเป็นหลัก แต่สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นและควบคุมง่ายขึ้นเมื่อมีประชากรเริ่มมีภูมิกันเป็นจำนวนมาก ประมาณ 4 เดือน และจะกลับเป็นปกติหลังจากมีการใช้วัคซีนเป็นวงกว้าง ซึ่งจะเสร็จเร็วที่สุดอย่างน้อยอีก 1 ปี

Fact – ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีโรคระบาดปลอมชื่อว่า K Syndrome ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาโดยแพทย์ในค่ายกักกันนาซีเพื่อช่วยชาวยิวให้หลบหนี

อ่านต่อ – ภูมิคุ้มกันแบบหมู่ของอังกฤษกับ COVID-19 โศกนาฎกรรมแห่งการป้องกันโรค