ไขมันกว่า 84% ที่หายไปจากการลดน้ำหนัก ถูกขับออกมาทางลมหายใจ ‘ไม่ใช่เหงื่อ’

หลาย ๆ คนมักจะมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกายกันอยู่เสมอและหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องที่ว่า เราขับไขมันออกมาผ่านเหงื่อ หรือบางคนก็หลอกตัวเองไปอีกขั้นว่า แค่เหงื่อออกก็ช่วยให้ร่างกายสลายไขมันแล้ว ทั้งที่มันไม่จริงเลย เพราะความจริงแล้วร่างกายของเราสลายไขมันและขับมันออกผ่านทาง การหายใจ ต่างหาก

จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์โดยวารสารการแพทย์ British Medical Journal  เกี่ยวกับกระบวนการสลายไขมันของร่างกายมนุษย์ เผยว่า จำนวนไขมันกว่า 10 กิโลกรัม เมื่อผ่านกระบวนการเผาผลาญแล้ว จะเปลี่ยนกลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์จำนวน 8.4 กิโลกรัม ซึ่งขับออกมาผ่านทางการหายใจ ในขณะที่อีก 1.6 กิโลกรัมที่เหลือจะกลายเป็นน้ำและขับออกมาผ่านทางปัสสาวะหรือเหงื่อ

กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นได้ เนื่องจากไขมันในร่างกายของเราหลัก ๆ แล้วจะถูกเก็บในรูปของ ไตรกลีเซอไรด์ (Trigrycerride) ซึ่งมีส่วนประกอบโมเลกุลเป็นคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน เมื่อเราออกกำลังกาย จะมีการทำลายพันธะของโมเลกุล และสลายไขมันออกมาเป็นพลังงาน

ในระหว่างกระบวนการดังกล่าวโมเลกุลของคาร์บอน และไฮโดรเจน จะจับกับโมเลกุลของออกซิเจนในอัตรา 2:1 กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และ น้ำ (H20)

ปกติแล้วในคนทั่วไปที่ไม่ได้ออกกำลังกาย จะหายใจออกมาเป็นคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการนี้วันละ 200 กรัมและหนึ่งในสามของจำนวนดังกล่าวเกิดขึ้นขณะนอนหลับ

แต่ไม่ได้หมายความว่าแค่หายใจแรง ๆ หายใจถี่ ๆ แล้วจะลดความอ้วนได้นะครับ เพราะต่อให้เราหายใจถี่ขึ้น แต่ถ้าไม่ได้ออกกำลังกาย มันก็มีคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาผลาญออกมาเท่าเดิมนั่นแหละ

Fact – ยิ่งมีมวลกล้ามเนื้อมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเผาผลาญพลังงานมากขึ้นเท่านั้น เปรียบเสมือน CC ของเครื่องยนต์ที่ยิ่งสูงก็ยิ่งกินน้ำมัน แม้จะขับเคลื่อนด้วยความเร็วเท่ากันก็ตาม

อ่านต่อ – ไม่กินอาหารเลย 382 วัน ! จากน้ำหนัก 200 เหลือเพียง 80 กก.