พบผู้ป่วยติดเชื้อ “ไวรัสปอดบวมสายพันธุ์ใหม่” ครั้งแรกในประเทศไทย WHO กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด

ประเด็นสุขภาพที่กำลังถูกพูดถึงกันมากในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่อง โรคปอดบวมชนิดใหม่จากประเทศจีน ซึ่งเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2020 มีรายงานว่าพบผู้ป่วยในประเทศไทยเป็นครั้งแรกแล้วครับ

Novel coronavirus

รายละเอียดของเรื่องนี้ ผมค้นหาจากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำวันที่ 14 มกราคม 2020 กล่าวไว้ ผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นหญิงชาวจีน อายุ 61 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองอู่ฮั่น (เมืองที่ตรวจพบการแพร่ระบาดของไวรัสเป็นครั้งแรก) เริ่มมีไข้หนาวสั่น, เจ็บคอ และปวดศีรษะ ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2020 จากนั้นวันที่ 8 มกราคม 2020 ได้เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยพร้อมกลุ่มทัวร์จำนวน 16 ราย (ในนั้นมีครอบครัวของเธอด้วยอีก 5 ราย)

ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิจากด่านตรวจคนเข้าเมืองรายงานว่าเธอมีไข้ ทางสนามบินได้ประเมินอาการเบื้องต้นและส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลใกล้เคียง ซึ่งในตอนนี้อาการของเธอดีขึ้นและหายเป็นปกติแล้ว

Novel coronavirus

ตามรายงานของแพทย์ผู้เกี่ยวข้อง รายงานว่าเธอมีประวัติเดินทางไปซื้อของที่ตลาดสดในเมืองอู่ฮั่น ก่อนจะมีอาการไข้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2020 แต่เธอปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าไปในตลาดขายอาหารทะเล ซึ่งเป็นจุดที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก ทว่า เท่านี้ก็เป็นประวัติที่พอจะประเมินได้ว่าเธอมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสปอดบวมสายพันธุ์ใหม่

ในช่วงแรกที่เธอพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนั้น แพทย์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเธอติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ จนกระทั่งวันที่ 12 มกราคม ทางโรงพยาบาลได้รับตัวอย่างลำดับพันธุกรรมของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่จากทางการจีน จึงได้นำตัวอย่างสารคัดหลั่งของเธอไปตรวจเทียบกัน พบว่าสารคัดหลั่งของเธอให้ผลบวก นั่นหมายความว่าเธอติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่จริง !! (แต่ตอนนี้หายดีแล้วครับ)

Novel coronavirus

สรุป – ณ เวลานี้ ไวรัสดังกล่าวถูกตั้งชื่อว่า Novel coronavirus (2019-nCoV) จากรายงานของประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยรายอื่นนอกเหนือจากหญิงชาวจีนผู้นั้น รวมถึงผู้ที่โดยสารบนเครื่องบินลำเดียวกันตรวจไม่พบมีอาการป่วยใด ๆ เช่นกัน ส่วนรายงานของประเทศจีนขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ และไม่พบการระบาดเพิ่มเติมของประชาชนในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งน่าจะทำให้ประชาชนในแถบเอเชียอุ่นใจมากขึ้น สำหรับทาง WHO เองกำลังเร่งศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือศึกษารูปแบบการแพร่ระบาดของเชื้อ เพราะถ้าหากมันสามารถแพร่ระบาดจากคนสู่คนได้ ก็อาจจะทำให้มีการระบาดคล้ายโรคซาร์ส (SARS) ได้นั่นเอง

Fact – เนื่องจากเชื้อไวรัสส่วนใหญ่มีสารพันธุกรรมเป็น RNA แพทย์จึงเลือกใช้วิธี Reverse transcriptase-polymerase chain reaction (RT-PCR) เพื่อให้ได้สาย DNA แล้วนำไปเปรียบเทียบกับตัวอย่าง DNA ที่ตรวจพบในสารคัดหลั่งของผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อไวรัสชนิดนั้น ๆ