ชายผู้ออกแบบ “โลโก้หน้ายิ้ม” ที่ทำเงินกว่า 4 พันล้านบาท (แต่ไม่ได้สักสลึงในจำนวนนี้เลย)

หลายคนคงคุ้นตากับโลโก้หน้ายิ้มสีเหลืองนี้ที่ปรากฎให้เห็นอยู่ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด เข็มกลัด หรือที่เห็นบ่อยสุดคงจะเป็นไอคอนแสดงอารมณ์ (Emoji) บนแป้นพิมพ์ในสมาร์ทโฟน แต่รู้หรือไม่ว่าจุดเริ่มต้นจริง ๆ นั้น มาจาก ฮาร์วีย์ รอสส์ บอล (Harvey Ross Ball) นักออกแบบชาวอเมริกันที่ถูกว่าจ้างด้วยเงินเพียง 49 ดอลลาร์ หรือราว ๆ 1,500 บาทเท่านั้น แต่ทว่าโลโก้นี้กลับถูกลอกเลียนแบบจนสามารถทำเงินได้กว่า 4 พันล้านบาทเลยทีเดียว

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1963 ฮาร์วีย์ ได้รับมอบหมายจากบริษัทประกันชีวิตชื่อดังอย่าง The State Mutual Life Assurance ให้ออกแบบโลโก้ที่ช่วยให้กำลังใจแก่พนักงานในบริษัท เนื่องจากช่วงเวลานั้นเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาค่อนข้างย่ำแย่และบริษัทกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ซึ่งฮาร์วีย์ใช้เวลาในการออกแบบไม่ถึง 10 นาที ก็ได้ออกมาเป็น “โลโก้หน้ายิ้มสีเหลือง” (Yellow Smile Face) พร้อมกับรับเงินค่าตอบแทน 49 ดอลลาร์

บริษัทประกันภัยดังกล่าวได้นำโลโก้นี้ไปผลิตกระดุมเสื้อ เข็มกลัด โปสการ์ดต่าง ๆ แจกจ่ายให้กับพนักงานทุกคน ซึ่งมันได้รับความนิยมอย่างมากไม่เพียงแต่พนักงานในบริษัทประกันภัยเท่านั้น แต่ผู้คนทั่วไปก็ชื่นชอบโลโก้นี้เช่น แต่ด้วยการออกแบบที่แสนจะเรียบง่าย ก็ทำให้มันถูกลอกเลียนแบบได้ง่ายเช่นกัน

ถัดมาในช่วงต้นศตวรรษ 1970 พี่น้องเบอร์นาร์ดและเมอร์เรย์ เจ้าของร้านขายโปสต์การ์ดชื่อดังในเมืองฟิลาเดลเฟีย พบว่ากระดุมเสื้อหน้ายิ้มสีเหลืองนั้นได้รับความนิยมมากจนน่าประหลาดใจ และเมื่อสืบค้นที่มาของโลโก้ก็พบว่ามันถูกออกแบบโดย ฮาร์วีย์ รอสส์ บอล แถมยังพบว่ามัน “ไม่มีลิขสิทธิ์” ทำให้ทั้งคู่หัวหมอโดยการเพิ่มสโลแกนเข้าไปว่า “Have a Happy Day” และชิงจดลิขสิทธิ์มาเป็นของตนเองทันที ซึ่งในปีเดียวกันนั้นพวกเขาสามารถขายกระดุมหน้ายิ้มไปได้กว่า 50 ล้านเม็ด รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ นับไม่ถ้วน จนมีรายได้หลายล้านดอลลาร์ต่อปี

ไม่เพียงแต่ในอเมริกาเท่านั้นที่มีการอ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของโลโก้หน้ายิ้ม ในยุโรปเองก็มีการอ้างสิทธิ์ที่ว่านี้เช่นเดียว โดยในปี 1972 นักข่าวชาวฝรั่งเศสชื่อ แฟรงคลิน ลูฟรานี ใช้โลโก้นี้ในการพาดหัวข่าวที่เป็นข่าวดี ลงบนหนังสือพิมพ์ France Soir (ฟรานซ์-ซัว) ซึ่งต่อมาเขาได้จดลิขสิทธิ์การเป็นเจ้าของโลโก้นี้และจัดตั้งบริษัท “Smiley”

ต่อมาในปี 1996 แฟรงคลิน นิโคลัส ลูกชายของ ลูฟรานี เข้ามารับช่วงต่อและขายลิขสิทธิ์ให้กับบริษัทกราฟฟิกหลายแห่งในการใช้เพื่อทำการค้า รวมถึงยังสามารถผลิตเสื้อยืด Smiley และสินค้าต่าง ๆ จนมียอดขายมากถึง 4,000 ล้านบาทต่อปี จนถูกจัดให้เป็นบริษัทชั้นนำของโลก

ในปี 2001 ชาร์ลี ลอสส์ บอล ลูกชายของฮาร์วีย์ที่เป็นผู้ออกแบบต้นฉบับ ได้พยายามฟ้องร้องบริษัท Smiley และพี่น้องเบอร์นาร์ดเมอร์เรย์ แต่ชาร์ลีกลับถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง 2 อ้างว่า “พวกเขาได้แรงบันดาลใจมาจากรูปแกะสลักหินที่พบในถ้ำฝรั่งเศสซึ่งมีอายุตั้งแต่ 2500 ปีก่อนคริสตกาล ไม่ได้เลียนแบบมาจากฮาร์วีย์” ทำให้ชาร์ลีย์ต้องกลับบ้านมือเปล่า 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า ฮาร์วีย์จะถูกขโมยลิขสิทธิ์ในการออกแบบโลโก้ที่แสนโด่งดังนี้ไป แต่จากคำกล่าวของ บิลล์ วอลแลนซ์ ผู้อำนวยการบริหารพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ วอร์เชสเตอร์ ระบุว่า “โลโก้หน้ายิ้มที่ออกแบบโดยฮาร์วีย์ บอล แท้ ๆ จะมีจุดสังเกตคือ ดวงตาเป็นวงรีแคบ-ทั้งสองข้างจะมีขนาดไม่เท่ากัน และรูปปากยิ้มโค้งที่ไม่สมบูรณ์แบบ จึงทำให้หากต่อสู้กันในศาล บริษัททั้ง 2 ก็อาจไม่มีความผิดในฐานการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะจากลักษณะที่ไม่เหมือนกันต้นฉบับที่ได้อธิบายไปนั่นเอง”