ความจริงสุดดาร์ค ที่เกิดขึ้นกับเหล่า “มัมมี่แมว” เมื่อ 4,000 ปีก่อน

หลังจากเมื่อปีที่แล้ว (ค.ศ.2019) สำนักข่าวทั่วโลกได้นำเสนอข้อมูลและรูปภาพของเหล่า “มัมมี่แมวเหมียว” รวมถึงสัตว์อีกหลายชนิดที่ถูกนำมาทำเป็นมัมมี่ ทั้งลูกสิงโต จระเข้ และนก ซึ่งถูกสำรวจพบ ณ สุสานซัคคารา ทางตอนใต้ของกรุงไคโร ประเทศอียิปต์

แต่มีน้อยเว็บมาก ๆ ที่นำเสนอเจาะลึกถึงสาเหตุว่าทำไมชาวอียิปต์โบราณ 1.จึงต้องนำสัตว์เหล่านี้มาทำเป็นมัมมี่ ? และภายในผืนผ้าลินินอายุนับพันปีเหล่านั้น 2.ตอนนี้พวกมันมีหน้าตาอย่างไรกันแน่ ? บทความนี้ Flagfrog จะตอบคำถาม 2 ข้อ ที่น่าค้นหานี้ให้เองครับ

Fact 1 – ก่อนหน้านี้เมื่อปี ค.ศ. 1888 เคยมีการขุดพบสุสานมัมมี่ขนาดใหญ่ ณ เมืองเบนิฮาซาน กรุงไคโร จนได้พบกับมัมมี่แมวกว่า 80,000 ตัว !!! ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีอายุเก่าแก่ถึง 4,000 ปี ปัจจุบันครึ่งหนึ่งถูกเก็บไว้ที่อียิปต์และอีกครึ่งถูกประมูลตั้งโชว์ทั่วโลก

Fact 2 – เทพเจ้าที่ชาวอียิปต์นับถือไม่แพ้เทพเจ้าองค์อื่น ๆ เลยก็คือ “เทวีบัสเตต” (Bastet) เทพที่มีร่างกายเป็นคน แต่มีศีรษะเป็นแมว เป็นเทพแห่งความรักและความอุดมสมบูรณ์ ความสำคัญของเทพองค์นี้ไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด เพราะปัจจุบันอียิปต์ได้ประกาศให้วันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันเฉลิมฉลองเทวีบัสเตต

สาเหตุหลักที่แมวถูกนำมาทำเป็นมัมมี่ก็เพราะ ?

ตอบ : เพราะเหตุผล 2 ข้อ

1. เนื่องจากชาวอียิปต์นับถือเทพเจ้าแมวเป็นอย่างมาก จึงมีกฏบัญญัติว่า หากใครฆ่าแมวจะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก ทำให้ผู้คนสมัยนั้น เมื่อแมวของพวกเขาตาย จะต้องนำศพไปทำมัมมี่ เพื่อให้สอดคล้องกับการให้เกียรติสัตว์ที่สูงส่งสปีชีส์นี้ทันที (พวกมันถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ มีสถานะพิเศษเทียบเท่าแมลงสการับเลยล่ะ)

2. หากมัมมี่แมวตัวใดที่ถูกบรรจุในรูปสลักที่ทำด้วย ไม้ หรือโลหะผสมทองแดงที่เราเรียกว่า “สัมฤทธิ์” (Bronze) หมายถึง พวกมันถูกทำขึ้นเพื่อถวายแก่เทวีบัสเตต มัมมี่แมวในข้อสองนี้ จะถูกเลี้ยงเพื่อเป็นเครื่องบูชาโดยเฉพาะ จากการเอกซเรย์ พบว่า พวกมันมีร่างกายอุดมสมบูรณ์กว่ามัมมี่แมวที่อยู่ในผ้าลินินทั่วไป นักโบราณคดีคาดว่า พวกมันจะถูกเลี้ยงให้อ้วนก่อนจากนั้นก็ถูกปลิดชีพให้สิ้นใจทันที เพื่อให้ร่างกายเหมาะสมที่สุดต่อการทำมัมมี่ครับ

แล้วสัตว์ชนิดอื่น ๆ ล่ะ ทำไมถึงถูกนำมาทำเป็นมัมมี่ด้วย ?

มัมมี่จระเข้ อายุ 2,500 ปี

ตอบ : นกช้อนหอย ถูกจับมาทำมัมมี่เพื่อบูชา “เทพธอท” (เทพผู้มีศรีษะเป็นนกช้อนหอย) , สิงโต ถูกจับมาทำมัมมี่เพื่อบูชา “เซ็คเมท” (เทพที่มีศรีษะเป็นสิงโต) แต่เหตุผลก็ไม่ได้มีเพียงการบูชาเทพเท่านั้น เพราะหากเจ้าของสัตว์ตัวใดอยู่ในระดับขุนนางหรือราชวงศ์ ก็มีสิทธิ์ที่จะนำสัตว์เลี้ยงของตนมาทำเป็นมัมมี่ได้ เพื่อให้พวกมันกลายเป็น “สัตว์ที่มีสิทธิพิเศษในปรโลก” นั่นเอง

ตอนนี้ภายใต้ผ้าลินิน มัมมี่แมวมีหน้าตาอย่างไร ?

มัมมี่แมวสภาพสมบูรณ์

ตอบ : จากภาพที่ทุกคนเห็น ร่างกายของพวกมันมีการจัดเรียงอย่างสวยงามไม่ต่างจากมัมมี่มนุษย์ (ต้องยอมรับว่าแพทย์อียิปต์สมัยนั้นเก่งจริง ๆ) แต่สิ่งที่ผมอยากเล่าคือการค้นพบ “มัมมี่แมวปลอม” ซึ่งถือเป็นคดีช็อกโลกที่เกิดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์เรนเนส ประเทศฝรั่งเศส

หลังฝรั่งเศสได้ครอบครอง มัมมี่แมว 3 ตัว ที่ถูกระบุว่า มีอายุมากกว่า 2,500 ปี ซึ่งตั้งโชว์มาเป็นเวลานาน นักวิจัยจึงขอนำไปตรวจสอบโดยใช้เครื่อง 3D CT scaner และใช้เครื่อง 3D Print ทำการพิมพ์ออกมา และทุกคนก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าลักษณะภายในนั้น เละตุ้มเป๊ะไปหมด กะโหลกศรีษะถูกแทนที่ด้วยลูกบอลผ้า กระดูกสันหลังและกระดูกขาหายไป ซึ่งคาดว่าเป็นฝีมือของแมลงที่แอบเข้าไปกินศพ

เมื่อพบดังนี้ก็สืบต่อสิครับ ทุกคนจำ Fact 1 ด้านบนได้มั้ย ? ที่มัมมี่แมวส่วนมากถูกนำมาประมูลขาย ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า มัมมี่แมวเหล่านั้นเพิ่งถูกทำขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 (ค.ศ.1901-2000) ที่สำคัญแมวส่วนใหญ่ถูกฆ่าตายขณะที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี โดยใช้ของแข็งกระแทกศรีษะจนผิดรูปเพื่อปลิดชีพ จึงเป็นสาเหตุทำให้เมื่อสแกนแล้วไม่พบกะโหลกศรีษะ และด้วยวิธีการสร้างที่เทียบไม่ได้กับมาตรฐานของอียิปต์โบราณ เหล่าแมลงจึงมุดเข้าไปแทะกินศพได้นั่นเอง

และแน่นอนครับว่า การค้นพบของปลอมในครั้งนี้ ทางฝั่งประเทศอังกฤษก็เดือดเนื้อร้อนใจมากกว่าฝรั่งเศสเสียอีก เพราะในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 อังกฤษอยู่ในช่วงการขนย้ายโบราณวัตถุและสิ่งของที่ค้นพบในอียิปต์กลับไปยังประเทศตนเอง แน่นอนว่ารวมถึง “มัมมี่” จำนวนมหาศาลด้วย และแม้ว่าจะค้นพบของปลอมตั้งแต่ปี 2015 แต่จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์ใดอัพเดตเพิ่มเติมเลยครับ (คาดว่า มัมมี่สัตว์ถูกกระจายไปทั่วโลกแล้วกว่า 70 ล้านตัว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทั้งของจริงและของปลอมนั้นมีมากน้อยเท่าใดครับ)