“การตายของเมกาโลดอน” ทำไมฉลามที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในท้องทะเลถึงสูญพันธุ์

“เมกาโลดอน” (Megalodon – มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carcharocles megalodon) ฉลามที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในท้องทะเลที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 16 ล้านปีก่อน ระหว่างยุคไมโอซีน (Miocene) ถึงไพลโอซีน (Pliocene) และสูญพันธุ์ไปเมื่อราว ๆ 2 ล้านปีก่อน ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้พวกมันสูญพันธุ์คือ “ไม่มีอาหารเพียงพอให้กินจนอดตาย”

การมีอยู่ของเมกาโลดอนถูกพูดถึงครั้งแรกเมื่อปี 1835 ก่อนจะพบหลักฐานฟอสซิลฟันของมันในปี 1845 ที่ติดอยู่กับฟอสซิลวาฬเบลีน (Piscobalaena) ที่ถูกพบทางตอนใต้ของประเทศเปรู ซึ่งฟันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมามีความยาวถึง 17 เซนติเมตร (ใหญ่กว่าฉลามขาวในปัจจุบันถึง 3 เท่า) โดยนักวิจัยได้คำนวณขนาดตัวที่แท้จริงของเมกาโลดอนเมื่อเทียบกับขนาดฟัน พบว่าพวกมันจะมีขนาดใหญ่ถึง 18 เมตร และหนักได้มากถึง 100 ตัน เลยทีเดียว

เมกาโลดอนอาศัยอยู่ในเขตน้ำอุ่นทั่วโลกตั้งแต่เนเธอร์แลนด์ ถึงนิวซีแลนด์ และหากินในเขตน้ำตื้น (ลึกไม่เกิน 200 เมตร) เนื่องจากมีหลักฐานฟอสซิลฟันเมกาโลดอนติดอยู่กับเหยื่อของพวกมันจำนวนมากในเขตน้ำตื้นใกล้ชายฝั่งทั่วโลก

เปรียบเทียบขนาดระหว่างฟันเมกาโลดอนกับฟันฉลามขาวในปัจจุบัน (รูปซ้าย)

อัลเบโต้ โคยาเลต้า (Alberto Collareta) นักบรรพชีวินจากมหาวิทยาลัยปิซา (University of Pisa) ประเทศอิตาลี ระบุว่า เมกาโลดอนสามารถกินสัตว์ได้ทุกชนิด แต่อาหารหลักของมัน คือ วาฬขนาดเล็กและแมวน้ำยักษ์ ซึ่งการตายของพวกมันเกี่ยวเนื่องกับระดับน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเมื่อหลายล้านปีก่อน ทำให้เขตน้ำตื่นหายไปจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อแหล่งที่อยู่อาศัยของวาฬเบลีนและแมวน้ำทำให้จำนวนสัตว์ทั้งสองลดลงอย่างหนัก อีกทั้งในเขตน้ำตื้นยังเป็นแหล่งขยายพันธุ์ของพวกมันอีกด้วย 

โดยเหตุการณ์การสูญพันธุ์ของเมกาโลดอนเกิดขึ้นเป็นลำดับดังนี้ โดยเริ่มจากระดับน้ำลดลงกระทันหัน – วาฬเบลีนและแมวยักษ์ไม่มีที่อยู่ – ทำให้เมกาโลดอนไม่มีอาหารกิน – รวมถึงไม่มีแหล่งขยายพันธุ์ – สุดท้ายเมื่อไม่มีทั้งอาหารและแหล่งขยายพันธุ์ – พวกมันจึงสูญพันธุ์ในที่สุด

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเมกาโลดอน – ในปี 2018 มีภาพยนตร์เรื่อง MEG ที่ว่าด้วยเรื่องของฉลามยักษ์เมกาโลดอนพุ่งเข้าทำร้ายมนุษย์และมีความว่องไวสูง มาร์ตี้ เบคเกอร์ (Marty Becker) นักวิจัยที่ศึกษาฉลามดึกดำบรรพ์ ระบุว่า “ในความเป็นจริงนั้นพวกมันไม่มีทางเคลื่อนที่รวดเร็วได้ขนาดนั้น เพราะมันมีขนาดที่ใหญ่เกินไป หรือแม้จะเคลื่อนที่ได้เร็วแต่ก็เป็นระยะทางสั้น ๆ เหนือผิวน้ำเท่านั้น”

ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง MEG ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฉลามชนิดนี้

และต่อให้มันมีชีวิตอยู่ (ซึ่งยืนยันว่าไม่มีแน่ ๆ) ก็จะไม่ไล่ล่ามนุษย์อย่างในภาพยนตร์อีกด้วย เพราะมนุษย์นั้นมีขนาดเล็กเกินไปและให้พลังงานไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับขนาดตัวของเมกาโลดอน เรียกได้ว่ากินเท่าไหร่ก็คงไม่อิ่ม ดังนั้นจึงไม่คุ้มที่จะออกแรงล่ามนุษย์มาเป็นอาหารนั่นเอง

Fact – เมื่อปี 2018 ฟอสซิลฟันซี่หนึ่งของเมกาโลดอนที่มีความยาว 8 เซนติเมตร มีอายุมากกว่า 2 ล้านปี ถูกขโมยไปจากอุทยานแห่งชาติ นินกาลูโคสต์ (Ningaloo Coast) ในออสเตรเลีย โดยมันฝังอยู่ที่หินในส่วนลึกในอุทยาน แม้มันจะมีราคาไม่สูงนัก (ไม่ทราบตัวเลข) แต่มันก็ถือเป็นฟอสซิลฟันที่สมบูรณ์ที่สุด และหายากมาก